การควักทุนมากกว่า 5 หมื่นล้าน ในการเข้าไปลงทุนทำโครงการมิกซ์ยูสที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็นตัวนำในจังหวัดนครสวรรค์ของเซ็นทรัลพัฒนา กลายเป็นอีก 1 สีสัน ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นให้ตลาดค้าปลีกของเมืองปากน้ำโพมีความคึกคักขึ้นมาทันตา หลังจากที่ยังไม่เคยมียักษ์ใหญ่จากส่วนกลางเข้ามาลงทุนทำศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อน
เซ็นทรัล นครสวรรค์ เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่มีทั้งโรงพยาบาลภายใต้การลงทุนของพันธมิตรอย่างโรงพยาบาลสินแพทย์ ที่ถูกสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด 255 เตียง ในอาคารสูง 13 ชั้น โครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์การค้า โดยในส่วนของศูนย์การค้าจะมีพื้นที่ขายประมาณ 86,000 ตารางเมตร
เป็นอาคารสูง 6 ชั้น มี Anchor ผู้เช่าหลัก อย่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่จะมีในคอนเซ็ปต์ของสโตร์ฟอร์แมทใหม่ ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมอย่างท็อปส์ รวมถึงร้านค้าปลีกในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล ไม่ว่าจะเป็นเพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส ร้าน go! WOW Food Patio by CPN ร้าน Auto1 ศูนย์ประชุม Nakhon Sawan Hall และโรงภาพยนตร์จากส่วนกลาง จำนวน 6 โรง เป็นต้น
แน่นอนว่า ยังคงรักษารูปแบบการทำศูนย์การค้าในสไตล์ของเซ็นทรัลพัฒนาที่เน้นในเรื่องของการสร้างคอมมูนิตี้ การใช้ชีวิต ซึ่งจะมีการให้พื้นที่สำหรับการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเพื่อเปิดโอกาสให้กับธุรกิจในชุมชน
การรุกเข้ามาทำศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดนครสวรรค์ ที่ถือเป็นอีกจังหวัดที่มีกำลังซื้อที่ดีจากจำนวนประชากรที่มีอยู่ราว 1,040,308 คน มีจีดีพีเป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดนครสวรรค์ ในปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 111,441 ล้านบาท

เมื่อรวมกับจังหวัดข้างเคียงอย่างอุทัยธานี ชัยนาท ที่ยังไม่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่เข้าไปเปิด จึงน่าจะสามารถดึงดูดกำลังซื้อจากจังหวัดข้างเคียงเข้ามาช่วยสนับสนุนได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ ผู้เล่นหลักในตลาดค้าปลีกของนครสวรรค์จะมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับโครงการขนาดใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ในราวไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 โดยนครสวรรค์มีผู้เล่นค้าปลีกจากส่วนกลางเข้าไปลงทุนก่อนหน้าแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น โครงการเดอะวอล์ค ของกลุ่มอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ที่มีแม่เหล็กสำคัญคือโลตัส และอินเด็ก ลิฟวิ่งมอลล์ นอกจากนี้ ยังมีไฮเปอร์มาร์เก็ตที่พ่วงด้วยพื้นที่เช่าในส่วนที่เป็นร้านค้าในมอลล์คือโลตัส และบิ๊กซี
ขณะที่ผู้ประกอบการที่เป็นค้าปลีกท้องถิ่นจะมีอยู่ 2 ราย คือแฟรี่แลนด์พลาซ่า และกลุ่มวิถีเทพ ที่นอกจากจะมีห้างวิถีเทพที่อยู่ด้านในของเมืองแล้ว ยังขยายการลงทุนไปทำศูนย์การค้าขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อแบรนด์ “วี สแควร์” ที่ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน เช่นเดียวกับโครงการของเซ็นทรัล
การปรับตัวของค้าปลีกท้องถิ่นนั้น แฟรี่แลนด์ พลาซ่า ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นดีลเลอร์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าแก่ในจังหวัดนครสวรรค์คือ “เสริมแสง” ที่ขยายมาทำห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะขยับขยายพื้นที่เพิ่มเติมในส่วนของพลาซ่า เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว โดยสันติ คุณาวงศ์ เคยออกมาให้ข่าวว่า จะมีการปรับใหญ่ในช่วงปลายปีนี้

ด้วยการจ้างทีมงานมืออาชีพ The Legend Marketing เข้ามาบริหารจัดการ-การตลาด-การขายพื้นที่เช่าและพื้นที่อีเวนต์กิจกรรมภายในห้างทั้งหมด รวมถึงแผนการรีโนเวตครั้งใหญ่ทั้งอาคาร 30,000 ตารางเมตรที่มีอยู่
พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ของห้างแฟรี่แลนด์ภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ และทยอยรีโนเวตปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งเบื้องต้นก็มีข่าว ออกมาว่าจะมีห้างโมเดิร์นเทรดชื่อดังจากส่วนกลางเข้ามาเปิดโมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตในห้าง เพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มเติมจากสาขาสโตร์ใหญ่ รวมถึงการขยายเข้ามาเจาะพื้นที่ในส่วนชุมชนที่อยู่ในเขตเมือง
ขณะที่ศูนย์การค้าวี-สแควร์ นั้น นอกจากมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมในส่วนที่เป็นที่จอดรถแล้ว ยังมีการรีโนเวท และเพิ่มร้านค้าแบรนด์ดังใหม่ๆ เข้ามาเปิดในนครสวรรค์เพิ่มเติม อาทิ AfterYou ร้าน MiniSo และช้อปของ XiaoMi เป็นต้น
ส่วนวิถีเทพ ที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในเมือง เน้นให้ความสำคัญกับเรื่องของซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงลูกค้าประจำ โดยอาศัยจุดแข็งในเรื่องของโลเกชั่นที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง และการขายสินค้าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเป็นตัวชูโรง
ถือเป็นอีกการขยับตัวที่น่าจะช่วยเติมสีสันให้กับตลาดค้าปลีกของเมืองปากน้ำโพ.....