ในจังหวะที่เงินเฟ้อเกิดขึ้นทั่วโลก ย่อมส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินตามมา การออมเงินจึงถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยมากที่สุดที่สามารถสร้างผลตอบแทนเพื่อเป็นหลักประกัน หรือเป็นเงินสำรองในอนาคต และยิ่งได้ประโยชน์จากข่าวการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยแล้วด้วย จึงถือเป็นข่าวดีของผู้ที่มีเงินฝากไว้ในธนาคารที่จะได้รับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่ายิ่งเรามีเงินออมมากก็ยิ่งอุ่นใจ แต่ควรคำนึงในหลายปัจจัยหากเลือกที่จะลงทุนด้วยการออม เช่น ประเภทออมเงิน อย่างเศรษฐกิจที่มีความผันผวนในเวลานี้ ควรฝากในบัญชีออมทรัพย์เพื่อให้มีสภาพคล่องสูงจะได้นำมาใช้ในยามฉุกเฉินได้สะดวก รวมไปถึงผลตอบแทนจากการออมในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการออม เพราะยิ่งอัตราผลตอบแทนสูงเท่าไหร่ย่อมทำให้เงินที่เราออมไว้งอกเงยรวดเร็วขึ้นเท่านั้น
ซึ่งดูเหมือนว่า “ธนาคารออมสิน” ธนาคารที่ส่งเสริมด้านการออมมายาวนาน ออกมาตอบรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นได้ถูกจังหวะพอดี เพราะนอกจากจะขยับตัวเร็วก่อนใครแล้ว ยังเสนอผลิตภัณฑ์ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 2.5 ปี” ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดให้ดอกเบี้ยสูงสุด 5% เลยทีเดียว
“เงินฝากดอกเบี้ยพิเศษ 2.5 ปี” ของธนาคารออมสินมีจุดเด่นหลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ เป็นเงินฝากเผื่อเรียก ซึ่งลูกค้าสามารถควบคุมการใช้เงินได้อย่างอิสระ เพียงฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท แต่สามารถถอนเพื่อใช้จ่ายเมื่อไหร่ หรือเท่าใดก็ได้ตามที่ต้องการ พร้อมยังได้รับผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบ Step Up ดังนี้
เดือนที่ 1 – 6 ร้อยละ 0.625 ต่อปี
เดือนที่ 7 – 12 ร้อยละ 1.00 ต่อปี
เดือนที่ 13 – 18 ร้อยละ 1.25 ต่อปี
เดือนที่ 19 – 24 ร้อยละ 1.25 ต่อปี
เดือนที่ 25 – 30 ร้อยละ 5.00 ต่อปี
สรุปแล้วคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 1.83 ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำร้อยละ 2.15 ต่อปี) โดยคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินฝาก เมื่อฝากครบ 2.5 ปี ธนาคารจะโอนยอดเงินฝากและดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกที่เป็นบัญชีคู่โอนที่ผู้ฝากแจ้งไว้ ที่สำคัญไม่หักภาษี รับฝากเฉพาะบุคคลธรรมดา
ออมไวเท่าไหร่ก็ได้รับดอกเบี้ยเร็วเท่านั้น สามารถติดต่อฝาก “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 2.5 ปี” ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา มีระยะเวลารับฝากตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. – 30 ก.ย. 2565
หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/3ckUQxFหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ GSB Contact Center 1115 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ผ่าน
www.gsb.or.th และ Facebook: GSB Society