24 ชม. เต็มกับการบินไปผจญภัยในนิวยอร์ก นั่งยาวๆ แบบลืมไปเลย นิวอยอร์กไปช่วงวัยรุ่นจะสบายๆ นั่ง Chill Chill แต่ ถ้าอายุมากจะมีอาการปวดหลัง ปวดก้น ปวดเมื่อย เส้นเลือดขอด ไม่สบายตัวเท่าไปช่วงวัยรุ่น
สายการบินที่ดี คือสายการบินที่เก้าอี้ใหญ่ นั่งสบาย ผมเลือกเครื่อง A 380 เครื่องใหญ่ ที่นั่งดี อาหารดี คุ้มค่า A 380 เป็นอะไรที่นั่งไปนิวยอร์กแล้วไม่เหนื่อยมาก
การไปนิวยอร์กต้องมีความมุ่งมั่น เพราะนั่งนานจนลืมและต้องไปต่อเครื่องจะเหนื่อยมาก ถ้าเราไม่ได้นอนบนเครื่อง
จะเบลอๆ ปวดหลัง ปวดก้น นั่งยาวๆ ไปจนคิดว่า เมื่อไหร่จะถึงสักทีฟะ
ทุกครั้งที่ผมไปนิวยอร์ก ผมจะนำหนังสือไปอ่าน เอาหนังสือไปเขียน ส่วนหนังไม่ต้องครับ ชมบนเครื่องได้ หนังดีโอเคเลย ดูไปสัก 10 เรื่องยาวๆ ใครที่ชอบนั่งเครื่องบินก็คือสวรรค์ ส่วนตัวผมไม่ชอบนั่ง กลัวตอนตกหลุมอากาศ เหงื่อแตกมือ เคยมีประสบการณ์เลวร้ายกับการตกหลุมอากาศจนฝังในใจ

เมื่อถึงสนามบินก็จะต้องต่อแถว สัมภาษณ์กับ ตม. ถ้าโชคดีรอด เข้าไปรับกระเป๋า เตรียมไปผจญภัย ถ้า Great Luck ก็เข้าห้องเย็น ไปสัมภาษณ์ต่อในห้องเย็นเจี๊ยบบบบ ผมเข้าห้องเย็นหลายครั้งมาก เพราะปีหนึ่งไป 2-3 ครั้ง จน ตม. สงสัยว่า มึงจะมาทำไมบ่อยๆ อยากจะมาอยู่ที่นิวยอร์ก เหรอ ผมก็ตอบไปว่า ผมมาหาไอเดีย เพื่อกลับไปสอนหนังสือให้ ลูกศิษย์เห็นโลกของไอเดียทุกปี และกลับไปเขียนหนังสือ ให้ลูกศิษย์อ่าน เป็นหนังสือนอกเวลา จน ตม. แนะนำว่า ถ้าผมมี Passion แบบนี้ ทำไมไม่ขอ VISA Artist ล่ะ มีโอกาส อยู่ได้ยาวๆ เลย ไม่เหมือนวีซ่าท่องเที่ยว อยู่ได้เต็มที่แค่ 1-2 เดือน ผมจึงรอ VISA หมด และไปขอเป็น VISA Artist ประเภท Writer/ Photographer จนได้ในที่สุด

VISA Artist จะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อเนื่อง และออกสื่อ เป็นที่ยอมรับในวงการ ที่สำคัญเขาจะเช็กชื่อเรา ชื่อ ผลงานเราใน Google ว่า เราได้ลงมือทำจริงตามที่ขอไหม พิจารณาหลายอย่างมากๆ
ทางนิวยอร์ก เขาให้ความสำคัญกับงานด้านความคิดสร้างสรรค์มากๆ ถ้าเป็นนักเขียน บ้านเราคือไส้แห้ง แต่ที่นิวยอร์ก คำว่านักเขียน โคตรมีคุณค่า เป็นที่ยอมรับและศรัทธามากๆ
ประเทศที่พัฒนาแล้วจะให้คุณค่าคมความคิด วิธีคิดมากกว่าอะไรทั้งปวง วันนี้ผมจะมาแนะนำโรงแรมสุดเท่ ที่ใช้ไอเดียนำ ที่สำคัญคือเป็นโรงแรม 5 ดาว ที่เน้นความเท่ ไม่ได้โฟกัสไปที่ความหรูหราแบบชุดหลุยส์ แชนเดอเลียร์ ที่ปราสาท แวร์ซายส์เยอะแยะ รสนิยมแปลกๆ เหมือนคุณหญิงต่างจังหวัดที่เพิ่งเข้ามาในเมือง ใส่ทองเต็มคอ ผ้าไหม สีลูกกวาด ละลานตา
โรงแรม W HOTEL เป็นโรงแรม 5 ดาว ที่ตกแต่งแบบเท่ๆ ติดดิน ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของนิวยอร์ก คือ เท่ หรู ดูแพง แบบดิบๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองเยอะ ย้วย เยอะ ยาก เป็นการทำตลาดหรูหรา แบบ Old School ความหรูหราในยุคใหม่คือ ความใส่ใจในทุกช่วงเวลา ไอเดียเล็กๆ น้อยๆ แต่กอดหัวใจ คือเปลี่ยน พรมในลิฟต์ทุกช่วงเวลา เช่น ตื่นนอนตอนเช้า จะไปวิ่งที่ Central Park จะเจอคำว่า Good Morning วิ่งเสร็จกลับมาเปลี่ยนชุด ในช่วงกลางวัน ก็จะเห็นพรมเปลี่ยนเป็น Good Afternoon ทำธุระเสร็จไป Shopping กลับโรงแรม เพื่อเตรียมตัวจะไปดินเนอร์ ก็จะเห็น Good Evening ขยันเปลี่ยนข้อความที่พรมอย่างใส่ใจ

นอกจากนี้ ตอนเช้าก็จะมีผ้าเช็ดหน้า น้ำดื่ม Apple ให้บริการ ตรงจุดหน้าลิฟต์ หยิบได้ฟรีก่อนออกไปออกกำลังกาย มันคือความใส่ใจที่มากกว่าคำว่าหรูหรา ที่มีแต่เปลือก การตกแต่งสไตล์นิวยอร์ก คือเอาผลงานทางศิลปะบนกำแพง มาตกแต่งให้เหมือนอาศัยอยู่ในย่านศิลปะ Brooklyn มาตกแต่งในโรงแรม 5 ดาว ถ้าเป็นเมืองไทยคงไม่มีวันและไม่มีทาง
เอางานศิลปะบนกำแพงมาใช้ อะนะจะมาตกแต่งในโรงแรม 5 ดาว ขอเป็นชุดหลุยส์ ลายแวร์ซายส์ ลายโรมันขลิบทอง จะดีกว่า
แต่นี่คือนิวยอร์ก ความหรูหรา คือวิถีชีวิตการใส่ใจของผู้คน
ความหรูหรา คือความสุขท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดีมีคุณภาพ
ไม่ใช่สิ่งของที่เป็นเปลือกนอกมาห่อหุ้ม แล้วตะโกนว่า หรูหรา
มันหมดยุคล้าสมัยไปเรียบร้อย สำหรับการทำความหรูหราแล้วตะโกนออกมา เป็นวัตถุที่เปลือกนอก
รวมไปถึงการออกแบบ Font เรียบ เท่ เข้าใจง่าย มีลูกเล่นในทุก Copy Writer เล่นคำและให้ความเรียบง่าย สื่อสารให้ ดูแพง
สำหรับค่าประสบการณ์ของโรงแรม W HOTEL ช่วง Christmas คือคืนละ 17,000-35,000 ต่อคืน แต่คุ้มค่า คือลงจาก โรงแรมมา Countdown Times Square ได้เลย
ยอมจ่าย เพราะ Feeling มันได้ สักครั้งในชีวิตครับ
W Hotel @ Times Sqaure
สักครั้ง สักครั้ง
