ตั้งแต่เกิดการระบาดของ Covid-19 ทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้จากที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ง่ายดายขึ้น แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะมีการคลี่คลายบ้างแล้วจากนโยบายของรัฐบาล แต่เชื่อหรือไม่ว่าในปี 2022 นี้เอง ออฟฟิศบางแห่งยังสามารถให้พนักงานเลือกที่จะ Work From Home ได้อยู่ เพราะเชื่อว่าการทำงาน ไม่จำเป็นต้องเข้าสำนักงานก็สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
Wisesight ก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้ทำการสำรวจพนักงานของ Wisesight จำนวน 215 คน เรื่อง Working Trend พบว่าเสียงมากกว่า 64% บอกว่าชอบการทำงานจากที่บ้านมากกว่า เพราะจัดการเวลาได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเดินทางไปทำงานและเป็นการประหยัดค่าเดินทางไปด้วยในตัว อีก 26% ไม่ชอบการทำงานที่บ้าน เนื่องด้วยเหตุผลว่า สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ส่งผลให้งานไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่ควร ตามมาด้วยปัญหาภาวะความเครียดอันเกิดจาการไม่ได้พบปะผู้คนเป็นเวลานาน

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในอนาคตเราต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานสูง ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความจำเป็นที่องค์กรต้องยกระดับการทำงานไปเป็นรูปแบบ Hybrid Workplace”
“เพราะเชื่อว่า การทำงานจากที่บ้านไม่ใช่ฤดูกาล แต่เป็นทางเลือกเพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้เราดำเนินการปรับรูปแบบพื้นที่ทำงานของเรา เน้นให้ทุกคนได้เข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน พื้นที่ที่ออกแบบมาจึงไม่เหมือนการทำงานในยุคก่อนที่ต้องนั่งทำงานต่อเนื่องวันละ 8 ชั่วโมง แต่พนักงานสามารถยืน, นั่ง, เดินทำงานตามจุดต่างๆ ได้ และจุคนได้มากกว่า 200 คน เรามองว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นได้ทั้งที่ทำงาน และที่ที่ทุกคนได้มาใช้เวลาในช่วงต่างๆ ของการทำงานร่วมกัน”

เมื่อ “พื้นที่การทำงาน” ไม่ได้เท่ากับ “สำนักงาน” แต่เป็นพื้นที่แห่งความสบายใจแก่การทำงานหรือที่เรียกว่า happy Workplace ทาง Wisesight จึงได้ปรับปรุงพื้นที่ออฟฟิศใหม่ ภายใต้คอนเซปต์การทำงานแบบยืดหยุ่นที่พนักงานสามารถเลือกทำงานได้ทั้งที่บ้านและที่ออฟฟิศ บนพื้นที่กว่า 1,234 ตร.ม. ซึ่งได้แนวคิดมาจาก พื้นที่ใต้ตึกคณะสถานที่แห่งการรวบรวมข้อมูลและพื้นที่แห่งการแชร์ประสบการณ์ของเด็กมหาลัย เนื่องจากค่าเฉลี่ยอายุพนักงานของ Wisesight อยู่ที่ 27 ปี
โดยแนวคิดการทำให้ออฟฟิศกลายเป็น Hybrid Workplace คุณกล้าได้บอกเล่าแนวคิดผ่านการออกแบบ แบ่งพื้นที่การทำงานออกเป็น 4 โซนหลัก ๆ ได้แก่
THE FRONT พื้นที่แรกคือ Reception ภายในมีจอแสดงผลสำหรับ Command Center เพื่อเอาไว้ติดตามกระแสและเทรนด์ในโลกโซเชียลแบบเรียลไทม์ อีกทั้งเป็นพื้นที่ส่วนของการติดต่อประสานงาน หรือพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการทั่วไป เช่น พนักงานส่งเอกสาร สินค้า และผู้สมัครงาน
THE CAFÉ โซนไฮท์ไลท์ใหม่ประจำ WISESIGHT พื้นที่สำหรับรองรับงานเลี้ยงสังสรรค์ การจัดกิจกรรม หรือประชุมสัมมนาเล็ก ๆ ภายในมีทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม ขนม หรือแม้กระทั้งเบียร์แท็ป ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และพนักงานสามารถชวนเพื่อนร่วมงานได้ตลอดเวลา
THE STUDIO มีไว้สำหรับรองรับการผลิตสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการถ่ายวิดีโอ หรือตัดต่องาน เรียกได้ว่าเป็นโปรดักชันระดับย่อม เพื่อให้เป็นไปตามวิถีการทำงานของคนรุ่นใหม่
THE ROOMS หรือห้องประชุมที่มาเพื่อเป็นพื้นที่ใช้สอยของพนักงานทุกคนในออฟฟิศ ภายในห้องนี้พนักงานสามารถปรับแต่งโต๊ะประชุมของตัวเองได้ตามใจชอบ และสามารถจุคนได้ถึง 30 คน อีกทั้งยังมีห้อง Phone Booth สำหรับการประชุมออนไลน์ขนาดเล็กสำหรับ 1-2 คน เป็นห้องเก็บเสียงเหมาะสำหรับการ video conference กับลูกค้า

การริเริ่มสร้างให้ที่ทำงานกลายเป็น Hybrid Workplace ก็เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงาน กับการใช้ชีวิตของพนักงานที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร โดยคุณกล้าไม่ได้มองว่าสิ่งนี้คือสวัสดิการของพนักงานเพียงเท่านั้น แต่มันคือวิถี Work Life Balance อีกทั้งหวังเป็นต้นแบบสำหรับสำนักงานอื่น ๆ ที่ตะหนักในแนวคิดนี้ด้วยเช่นกัน