อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศในกลุ่ม OPEC เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด โดยมีซาอุดีอาระเบียถือยอดการผลิต 1 ใน 3 ของการผลิตน้ำมันทั้งหมดภายในกลุ่ม OPEC
สิ่งสำคัญที่และควรทราบ คือการผลิตของกลุ่ม OPEC ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด หลังจากที่องค์กรลดการผลิตลง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน (B/D) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี 2020
ในปี 2021 กลุ่มประเทศ OPEC, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, และเม็กซิโก มีสัดส่วนการผลิตน้ำมันกว่า 1 ใน 4 ของการผลิตน้ำมันทั่วโลก โดยเกือบ 70% ของการผลิตน้ำมันในทวีปอเมริกาเหนือมาจาก
สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำนองเดียวกันในกลุ่ม CIS มีรัสเซียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด โดยคิดเป็น 80% ของการผลิตภายใน CIS ทั้งหมด
ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในปี 2021
ในปี 2021 การผลิตน้ำมันประมาณ 43% ของโลก มาจากเพียง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย ทั้ง 3 ประเทศนี้ผลิตน้ำมันได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ที่เหลือใน 10 อันดับแรกรวมกัน
อันดับที่ 1 อย่างสหรัฐเคยผ่านเหตุการณ์ที่การผลิตร่วงลงจากจุดสูงสุดมาแล้ว เมื่อปี 1970 สามารถผลิต 11.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ลงมาแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2008 อย่างไรก็ตาม หลังจากการฟื้นตัวในปี 2010 สหรัฐก็ได้แซงหน้าซาอุดีอาระเบียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด และในปี 2021 สหรัฐยังคงเป็นทั้งผู้นำเข้าน้ำมันดิบ และส่งออกผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม
อันดับที่ 2 และ 3 อย่างซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ในปี 2021 ต่างผลิตน้ำมันได้ประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุด 2 รายทั่วโลก ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีบริษัทน้ำมันของรัฐ (Saudi Aramco และ Gazprom ตามลำดับ) เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันและแก๊สที่มีมูลค่าสูงสุดอีกด้วย
ส่วนยุโรป (ไม่รวมรัสเซีย) มีเพียงนอร์เวย์เท่านั้นที่ติด 15 อันดับแรกของผู้ผลิตน้ำมันสูงสุด คิดเป็น 2.3% ของการผลิตทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการขาดผลผลิตในระดับภูมิภาค ทำให้ส่วนหนึ่งในสหภาพยุโรปต้องพึ่งน้ำมันและแก๊สจากรัสเซีย จากสานการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบให้วิกฤตด้านพลังงานในภูมิภาคแย่ลงอีกด้วย
วิกฤตพลังงานส่งผลต่อการผลิตน้ำมันอย่างไร ขณะที่ทั่วโลกต้องเผชิญวิกฤต เหล่าประเทศในยุโรปได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากต้องอาศัยเชื้อเพลิงจากรัสเซีย ซึ่งในบางพื้นที่ต้องอาศัยเชื้อเพลิงพลังงานเกือบทั้งหมดจากรัสเซีย
เพื่อต่อสู้กับวิกฤตการณ์น้ำมัน นานาประเทศกำลังเพิ่มอุปทานน้ำมันผ่านการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือปล่อยสำรองปิโตรเลียมเชิงกลยุทธ์ (SPRs)
โดยการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2022 ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติการณ์ ขณะเดียวกันประเทศตะวันตกกำลังเรียกร้องให้สมาชิก OPEC เพิ่มผลผลิตเพื่อลดราคาลง อย่างไรก็ตามประเทศในกลุ่ม OPEC ยังคงยึดมั่นในการเพิ่มการผลิตตามแผน ซึ่งผลผลิตยังคงต่ำกว่าต้นปี 2020
ด้านสหรัฐอเมริกาทยอยปล่อยน้ำมันสำรองจาก SPR ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน หวังดึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้ลดลง จากที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่มีการคาดการณ์ไว้ว่าปี 2023 จะมีดีมานด์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นไปแตะถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูกันต่อไปว่าความพยายามเหล่านี้ในการเพิ่มอุปทานจะเพียงพอที่จะควบคุมวิกฤตการณ์ได้หรือไม่
source