ความน่าสนใจของการปั้นโมเดลใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มใหม่ๆ ในโลเคชั่นที่เป็นตลาดสดสมัยใหม่ หรือกลุ่มที่เป็นคอมมูนิตี้ เพลสของแบรนด์ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟชื่อดังอย่างแดรี่ ควีน นั้น เป็นอีกภาพสะท้อนของการทำตลาดที่ในปัจจุบันนี้ การเปิด สาขาไม่ได้จำกัดวงอยู่ที่ในช้อปปิ้งมอลล์หรือในห้างอีกต่อไปแล้ว
แต่ยังต้องมีการปั้นโมเดลใหม่ๆ เพื่อรุกไปในโลเคชั่นที่มีโอกาสทางการตลาดเปิดกว้างรออยู่ การปั้นโมเดลร้านเพื่อ เจาะตลาดสดสมัยใหม่ด้วยการเปิดสาขานำร่องที่ ธนบุรี มาร์เก็ตเพลส (Thonburi Market Place) คือภาพสะท้อนถึงเกมที่ เปลี่ยนไป
แดรี่ ควีน เลือกธนบุรี มาร์เก็ตเพลส เป็นที่แรก เนื่องด้วยความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งอาหารสดย่านสาย 2 บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ทำให้ธนบุรี มาร์เก็ตเพลส แห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมความครบครันที่ทันสมัยของผู้คนโซนฝั่งธนบุรีที่มี กำลังซื้อ
ประกอบกับเทรนด์ของตลาดสดปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่ตลาดสดสมัยใหม่มากขึ้น จากไลฟ์สไตล์ของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้รูปแบบตลาดมีการอัพเกรดให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีการขยายตัวเพิ่ม ขึ้นในหลายพื้นที่ จนกลายเป็นอีกโลเคชั่นที่น่าสนใจ และเป็นที่มาของการปั้นโมเดลร้านของแดรี่ ควีน ในครั้งนี้
ตลาดสดรูปแบบใหม่นี้ มีการแบ่งเป็นโซนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงโซนตลาดสด อาหารแห้ง เพียงอย่าง เดียว แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ทั้งยังมีการเดินทางที่สะดวก อยู่ใกล้แหล่งพื้นที่ชุมชนจำนวนมาก จึงเป็น ตลาดสมัยใหม่ที่กำลังนิยมมากในกลุ่มคนยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้เล่นในตลาดเชนร้านอาหารให้ความสนใจ และเริ่มปั้นโมเดล เพื่อรองรับกับเทรนด์การเติบโตที่ว่านี้ อย่างในกรณีของธนบุรี มาร์เก็ตเพลส นั้น นอกจากแดรี่ ควีน แล้วยังมีแมคโดนัลด์ เข้าไปเปิดสาขาอีกด้วย

สำหรับแดรี่ ควีนเอง นครินทร์ ธรรมหทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด บริษัทในเครือไมเนอร์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีม "แดรี่ ควีน" บอกว่า การปั้นโมเดลร้านใหม่ขึ้นมานี้ เป็นการมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ จึงได้ลุยขยายโมเดลเจาะกลุ่มตลาดสมัยใหม่ หรือกลุ่มคอมมูนิตี้เพลส (Community Place) โดยความแตกต่างของการรุก ธุรกิจในครั้งนี้ แดรี่ ควีนต้องการเพิ่มฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ การมาของแดรี่ ควีนจะสร้าง ความคึกคักให้กับคอมมูนิตี้เพลสแห่งนี้ รวมถึงการขยายสาขาเข้าไปยังคอมมูนิตี้เพลสอื่นๆ ในอนาคต ตลอดจนเป็นสถานที่ที่ จะดึงดูดกำลังซื้อของกลุ่มคนนิวเจนที่ต้องการความใหม่ไม่จำเจได้อีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการได้รับการตอบรับที่ดีจาก ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง
“แดรี่ ควีน เป็นแบรนด์ไอศกรีมในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ที่สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายโมเดลธุรกิจ ครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของแบรนด์ที่จะขยายธุรกิจเข้าไปให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคให้มากขึ้น เรียกว่าสามารถ เข้าถึงแดรี่ ควีนได้ในทุกๆ เซ็กเม้นต์ของมาร์เก็ตที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มในปัจจุบัน ตั้งแต่ในรูปแบบร้านค้าบนห้าง สรรพสินค้า แบบสแตนอะโลน ฟู้ดทรัค และล่าสุดคือ คอมมูนิตี้เพลสในตลาดสมัยใหม่ของธนบุรี มาร์เก็ตเพลส โดยคาดว่าโมเดลการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มคอมมูนิตี้เพลส จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 500 สาขา โดยหลังจากนี้เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจเข้าไปยังตลาดสมัยใหม่ที่เป็นรูปแบบคอมมูนิตี้เพลสเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย”

ที่ผ่านมา แดรี่ ควีน จะให้ความสำคัญกับทั้งในเรื่องของการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมถึงกลยุทธ์ Strategic Partner ที่เป็นการจับมือกับพันธมิตรทั้งเจ้าของศูนย์และผู้พัฒนาพื้นที่ทั้งหลาย รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องของ Strategic Location ที่จะเลือกโลเคชั่นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ "แดรี่ ควีน" ประสบความ สำเร็จ
โดยในเรื่องดังกล่าวนี้จะมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผ่านการขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการครอบคลุม 500 สาขาทั่วประเทศ
การมีสาขาจำนวนมากอยู่ในมือนั้น แดรี่ ควีน จึงต้องการที่จะต่อยอดเพื่อสร้างความแตกต่างและขยายธุรกิจเข้าไป ยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านช่องทางการขาย ทั้งร้านแบบเดิมและแบบใหม่ ตลอดจนมุ่งสร้างความ พึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
นอกจากนี้ แดรี่ ควีน ไม่ได้เพียงโดดเด่นในด้านไอศกรีมเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Coffee Journey แบรนด์กาแฟน้องใหม่ส่งตรงจากออสเตรเลียที่จะมาเติมเต็มธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน โดยจุดเด่นของแบรนด์กาแฟอยู่ตรงที่ วัตถุดิบเมล็ดกาแฟที่แตกต่างจากกาแฟทั่วๆ ไป คือเป็นพันธุ์อาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมนำเข้าจากออสเตรเลีย ที่ได้พัฒนาสูตร ให้มีรสชาติหอมเข้มถูกคอคนไทยเอาใจคนรักกาแฟ ซึ่งทั้ง 2 สินค้านี้จะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้ครบวงจร มากขึ้น
ทั้งหมดนี้ คือบทพิสูจน์ของแบรนด์ต่างๆ ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาแบรนด์และสร้างสรรค์ธุรกิจ รูปแบบใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตลาด และเป็นการต่อยอดการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับไมเนอร์ ฟู้ด ได้อย่าง ยั่งยืนต่อไปในอนาคต