โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “SWIFT เป็นรถรุ่นสำคัญของซูซูกิในระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของซูซูกิด้านรถยนต์คอมแพคและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีทั้งดีไซน์สวยทันสมัยและความสนุกในการขับขี่ Suzuki SWIFT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT ที่ผ่านมา สำหรับรุ่นล่าสุดนี้ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ SWIFT ยังเป็นรถยนต์หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ RJC Car of the Year 2018 จากการคัดเลือกโดยสถาบันนักวิจัยและผู้สื่อข่าวยานยนต์แห่งญี่ปุ่น หลังจากที่ 2 เจเนอเรชั่นก่อนได้รับรางวัลนี้มาแล้วในปี 2005 และ 2010 ตามลำดับ ซูซูกิจึงมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะแนะนำ ALL NEW Suzuki SWIFT สู่ประเทศไทย เราเชื่อว่า SWIFT เจเนอเรชัน 3 นี้จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถยนต์ของไทยได้อย่างแน่นอน”
New Swift มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างเรามาดูกัน
หลักๆแล้ว All New Swift เปลี่ยนแปลงทั้งหมด 3 ส่วนหลักคือ
การออกแบบ
New Swift ถูกออกแบบให้โดดเด่นและดุดัน A Stand-Out and Bold Design สไตล์ Iconic ประกอบด้วยกระจกโค้งสอดรับกับดีไซน์รถ ชุดไฟหน้าแนวตั้งไม่ซ้ำใคร เส้นด้านข้างรถดุดัน นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมร่วมสมัยอย่างเส้นซุ้มล้อที่ให้อารมณ์สปอร์ตดุดัน กระจังหน้ากว้างพร้อมกระโปรงหน้าโค้ง ลดความสูงของตัวรถ เพิ่มความยาวของฐานล้อ
แพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ New-Generation Platform มีน้ำหนักเบาเพราะสร้างจากเหล็กกล้าทนแรงตึงสูง โครงสร้างเหล็กแข็งแกร่งและทนทาน ลดน้ำหนักรถได้ถึง 85 กิโลกรัม ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น และประหยัดน้ำมัน
สมรรถนะ
เครื่องยนต์ 1.2 DUALJET (61kW-108Nm) มีน้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่ รวมถึงประหยัดน้ำมัน (CVT 4.3 ลิตร/100 km)
คุณมาซาโอะ โกโบริ หัวหน้าวิศวกร ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น เสริมว่า “รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “INNOVATION – Fun & Sporty” โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้ All New Suzuki SWIFT มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ในด้านการออกแบบภายนอกยังคงความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีกลิ่นอายของรถยุโรปมากยิ่งขึ้น ด้วยมิติของตัวรถซึ่งความสูงอยู่ที่ 1,495 มิลลิเมตร และกว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ทำให้ All New Suzuki SWIFT มีความสปอร์ตและดูปราดเปรียวมากขึ้น นอกจากนี้เน้นให้ All New Suzuki SWIFT มีภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตดุดัน ด้วยเส้นสีแดงตัดกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้า LED Projector และไฟหลังLED ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว ในส่วนของสมรรถนะได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่คือหัวฉีดคู่หรือ DUALJET ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันกว่าเดิมมากกว่า 23 กม. ต่อลิตร ขับขี่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K12M 1.2 ลิตร
ด้านความปลอดภัยมีการนำแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT มาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมัน รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง และยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบIDLING STOP ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง”