หากมองเข้ามาที่จำนวนตัวเลขศูนย์การค้าในเครือของเซ็นทรัลพัฒนาแล้ว พบว่า ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 38 ศูนย์ ขณะที่ศูนย์การค้าแนวคอมมูนิตี้มอลล์ ที่เป็นอีกการลงทุนเพื่อปิดช่องว่างในการทำตลาดของตัวเอง จะมีตัวเลขอยู่ที่ 17 ศูนย์ ซึ่งตามเป้าหมายที่วางไว้ในแผน 5 ปีที่ประกาศออกมานั้น จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ถึง 50 ศูนย์ กระจายอยู่ทั้งในประเทศ และมีบางศูนย์ที่จะออกไปลงทุนในต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม
ทำให้หลังจากนี้ จะมีการลงทุนในโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่าปีละ 2 โครงการ ที่ประกาศออกมาล่าสุดคือโครงการเซ็นทรัล นครสวรรค์ โครงการมิกซ์ยูสที่ใช้งบลงทุนประมาณ 6,200 ล้านบาท และโครงการเซ็นทรัล นครปฐม มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 8,200 ล้านบาท สร้างบนที่ดินเกือบ 100 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า GFA 69,000 ตร.ม. โรงแรม 200 ห้อง, คอนโดมิเนียม, หมู่บ้านจัดสรรและ Urban Park ขนาดใหญ่ 4 ไร่ โดยทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำ 2 โครงการขนาดใหญ่ที่ประกาศออกมานั้น โดยเฉพาะที่นครปฐม เป็นการเปิดศูนย์การค้าในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์การค้าที่มีอยู่เดิมคือ เซ็นทรัล ศาลายา ที่เปิดไปก่อนหน้านั้นประมาณ 4 – 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เคยออกมาพูดไว้เมื่อคราวงานแถลงข่าวใหญ่ของบริษัทว่า ศูนย์การค้า 50 ศูนย์ที่จะเปิดครบในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ จะกระจายอยู่ใน 30 จังหวัด ซึ่งแน่นอนว่า น่าจะมีบางจังหวัดที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลมากกว่า 1 ศูนย์
แน่นอนว่า กลยุทธ์หนึ่งในการเลือกโลเคชั่นก็คือ การขีดวงกลม ซึ่งในวงแรกจะเป็นเขตตัวเมืองที่เป็นโลเคชั่นสำคัญ ส่วนวงกลมที่ 2 และวงที่ 3 จะเป็นการตีเส้นตามการขยายตัวหรือการเติบโตของเมืองหรือจังหวัดนั้นๆ ทำให้ในหลายจังหวัดสามารถมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้หลายศูนย์ อาทิ ที่ชลบุรี มีถึง 4 ศูนย์การค้า กระจายอยู่ที่ตัวเมือง 1 ศูนย์ ศรีราชา 1 ศูนย์ และที่พัฒนาอีก 2 ศูนย์

ในจังหวัดนครปฐมก็เช่นกัน ซึ่ง ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การทำศูนย์การค้าในปัจจุบัน แนวคิดในเรื่องของ Catchment Area เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากอดีตที่จะเน้นรัศมีครอบคลุมเป็นระยะทาง แต่ในปัจจุบัน นอกจากระยะทางแล้ว ยังมีเรื่องของจำนวนประชากร กำลังซื้อ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เขายังบอกอีกว่า นครปฐม เป็น Center of Satellite City ที่รองรับการขยายตัวของเมือง เป็น Strategic Move ในการขยายไปภาคตะวันตกโดยมีนครปฐมเป็นประตูเชื่อมไปยังจังหวัดใกล้เคียงคือราชบุรี และกาญจนบุรี มีกลุ่มเป้าหมายชัดว่า เป็นเมืองคนรุ่นใหม่ และมีรายได้สูง โดยเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 10 จังหวัดที่มี GPP (ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว) สูงที่กว่า 375,000 บาท มีความเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่รายได้ครัวเรือนสูง เติบโตจากปีที่แล้วถึง 5% อยู่ที่ประมาณ 34,000 บาทต่อเดือน โดยเซ็นทรัล นครปฐม ได้ทำเลดี ใกล้มหาวิทยาลัยและสถานที่สำคัญ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่เป็น Center ของเมือง ตอบโจทย์ลูกค้าได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เดินทางสะดวกด้วยมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี และมอเตอร์เวย์ ชลบุรี-สระบุรี-นครปฐม

ขณะเดียวกัน นครปฐม ยังมีการวางยุทธศาสตร์ของจังหวัดให้การเป็น Smart City และ Eco Industrial Town หรือเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และสังคมชุมชน
“หากมองในแง่ของ Catchment Area แล้ว จะครอบคลุมประชากรกว่า 1,000,000 คน และยังขยาย New Catchment ไปราชบุรี กาญจนบุรี จึงสามารถตอบโจทย์ของคนในเมืองในช่วงระหว่างสัปดาห์ คนในนครปฐม, คนทำงาน, นักเรียนนักศึกษากว่า 200,000 คน เป็น Universities Hub นับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มประชากรหลักของเมือง เป็นกลุ่มที่ต้องใช้ชีวิต เรียนหนังสือ ไม่ได้แค่เดินทางไป-กลับ รวมถึงสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยว และนักเดินทางที่มาพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ โดยมีตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคนต่อปี เป็นชาวไทย 97%, ต่างชาติ 3%”

เมื่อหันมามองที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา นั้น การลงทุนทำศูนย์นี้ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการวางไว้ให้ศาลายาเป็น Satellite City ที่รองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯด้านตะวันตก โดยการลงทุนในช่วงเวลานั้นยังคงเป็นการลงทุนทำแค่เพียงศูนย์การค้า
จะแตกต่างจากการลงทุนในปัจจุบัน ที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งจะเน้นการลงทุนไปที่โครงการที่เป็นมิกซ์ยูส เป็นหลัก เซ็นทรัล นครปฐม จึงถูกวางไว้ให้เป็นการสร้างหรือยกระดับเมืองให้เป็นเกต์เวย์สู่ภาคตะวันตก ที่รองรับกำลังซื้อจากจังหวัดใกล้เคียงคือราชบุรีกับกาญจนบุรี นอกเหนือกำลังซื้อของคนนครปฐม
เป็นเหมือนการขีดวงกลมรอบใหม่ที่แบ่งเส้นอย่างชัดเจนระหว่างเซ็นทรัล นครปฐม กับศูนย์การค้าที่อยู่ในโลเคชั่นใกล้เคียงกันอย่างเซ็นทรัล ศาลายา และเซ็นทรัล มหาชัย ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ
“จากดาต้าที่มีอยู่ พบว่า ลูกค้าของเซ็นทรัลศาลายาจะมาจากนครปฐมน้อยมาก โดยเซ็นทรัลศาลายายังมีการเติบโตที่ดี ส่วนหนึ่งจะมาจาก การเติบโตของชุมชนในย่านดังกล่าว ซึ่งเซ็นทรัล ศาลายา จะรองรับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่พุทธมณฑลเป็นหลัก ขณะที่นครปฐมเอง มีไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่น ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งร้านกาแฟ และร้านอาหาร ทำให้กลายมาเป็น Weekend Destination ของคนกรุงเทพฯไปแล้วในปัจจุบันที่ต้องการเดินทางมาชิลเอ้าท์ในจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯที่ไม่ต้องขับรถไกล จึงน่าจะส่งผลดีต่อศูนย์การค้าใหม่ของเรา” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย