วัลยา บอกว่า กลยุทธ์หนึ่งในการเลือกโลเคชั่นก็คือการขีดวงกลม ซึ่งในวงแรกจะเป็นเขตตัวเมืองที่เป็นโลเคชั่นสำคัญ ส่วนวงกลมที่ 2 และวงที่ 3 จะเป็นการตีเส้นตามการขยายตัวหรือการเติบโตของเมืองหรือจังหวัดนั้นๆ
ยกตัวอย่าง เช่น ในเขต CBD ของกรุงเทพฯ ถือเป็นวงแรกที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายศูนย์อยู่แทบจะเต็มพื้นที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัล พระราม 9 รวมถึงโครงการมิกซ์ยูสดุสิต เซ็นทรัล ที่เซ็นทรัลพัฒนาร่วมกับกลุ่มโรงแรมดุสิตลงทุนในโครงการดังกล่าวที่จะเปิดตามมา
นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ที่มีทั้งเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และโครงการใหม่ คือเอ็มสเฟียร์ ศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ ในกลุ่ม “วันสยาม” อย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน รวมถึงศูนย์การค้าเอ็มบีเค
ส่วนในรอบวงที่ 2 ที่เกิดขึ้นจากการขยายเมืองของกรุงเทพฯ เมื่อ 30 – 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เซ็นทรัล รามอินทรา เซ็นทรัล พระราม 3 เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ และเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ซึ่งเซ็นทรัล ลาดพร้าว คือตัวอย่างที่ดีของการขยายเมืองในช่วงเวลานั้นที่รองรับกับการเติบโตในย่านทางเหนือของกรุงเทพฯ
ขณะที่ในรอบวงที่ 3 จะเป็นรอบวงล่าสุดที่เกิดจากการขยายเมืองกรุงเทพฯ ทำให้ย่านต่างๆ อย่างศาลายา บางบัวทอง ราชพฤกษ์ พระราม 2 และมหาชัย เป็นต้น ซึ่งเป็นย่านที่ถือเป็นโอกาสทางการตลาดของการขยายสาขาเข้าไปเปิดเพื่อรองรับกับการเติบโตของเมือง ซึ่งถ้าดูตามแนวทางในการขยายศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาแล้ว การเข้าไปลงทุนศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในจังหวัดนครปฐมจึงเป็นเป้าหมายถัดไป ที่ถูกวางไว้เพื่อรองรับความเจริญของเส้นรอบวงที่ 3 ที่วันนี้ขยายไปถึงจังหวัดข้างเคียงอย่างนครปฐม อยุธยา และมหาชัยแล้ว
แม้จะไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวในวงการค้าปลีก ยืนยันว่า เซ็นทรัลพัฒนา มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม โดยเป็นแผนที่จะประกาศออกมาในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2568 ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 40 ของเซ็นทรัลพัฒนา