Q ความสําเร็จของ BNK48 ค่อนข้างได้รับกระแสที่ดีมาก อยากให้คุณจ๊อบเล่าถึงทริคในการทําโฆษณายังไงให้ประสบความสําเร็จได้ขนาดนี้
A ผมมองว่า มันมาจากหลายปัจจัยการที่เราประสพผลสําเร็จได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องๆ เดียว มาช่วยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับตัวเด็กเองก็ตาม เด็กแต่ละคนมันก็เป็น Marketing Tools ตัวหนึ่ง เรามองว่าการตลาดของศิลปินในเมืองไทย มันมีลักษณะแบบเดิมเยอะมาก
เราต้องทําความเข้าใจว่า คําว่า “ศิลปิน” กับ “ไอดอล” มันต่างกัน ในความเข้าใจของผมนะ ผมอาจจะได้เข้าใจผิดก็ได้ว่า ศิลปิน คือ คนที่ต้องเพอร์เฟกต์ คุณต้องมาแล้วครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าผม หรือการแสดงทุกอย่างเสียง Performance คุณต้องดี อันนี้นี่คือมันมีอยู่ในตลาดเยอะอยู่แล้ว
ในขณะเดียวกันคุณจะขาย Product คุณจะสร้าง Brand มาหนึ่ง Brand แน่นอนครับว่า คุณต้อง Differentiate ต้องสร้างความแตกต่าง แล้วความแตกต่างของคุณคืออะไร ก็คําว่า “ไอดอล” นี่ล่ะครับ
ไอดอล คือ คนที่เป็นแบบอย่าง คุณไม่จําเป็นต้อง Perfect แต่คุณต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นตัวอย่าง และต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนได้ อันนั้นคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง
เราเลยใช้ Story Background มาเป็นตัวเล่า Product และ Brand ตัวนี้ ที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคือเรื่องเกี่ยวกับ ความพยายาม เราพยายามสื่อสารเรื่องเกี่ยวกับ “ความพยายาม” ความพยายามนั้นคือ Trick ตัวนึงที่เราเรียนรู้มา จากการขายของของญี่ปุ่นนั่นล่ะครับ เวลาคุณไปญี่ปุ่นคุณอาจจะเห็น Product ธรรมดาทั่วๆไป ขนมโมจิตัวหนึ่ง Background Story ของๆ ตัวนี้ ทําไมคุณถึงไปซื้อโมจิที่นี่ เพราะคุณรู้ว่า แป้งของขนมโมจิตัวนี้ต้องไปเกี่ยวข้องกับจังหวัดนั้น ซึ่งเนื้อมันนุ่มมาก ผลิตได้แค่ที่นี่เท่านั้น นี่คือ Storyline ของ Product ธรรมดาๆ ตรงนี้ไม่มีการถูกเล่า
เราเปรียบเทียบกับ Brand เราใช้ลักษณะการเล่าว่า Background ของน้องแต่ละคนเป็นยังไง สร้าง Storyline ของแต่ละคน แล้วก็ใส่เรื่องราวของแต่ละคนเข้าไปให้เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่างของแต่ละคนไป
ผมเชื่อว่า ทุกคน มีเสน่ห์กันอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าผมจะรับมา 30-50 คน แต่ละคนก็จะมีจุดเด่นของตัวเอง ตรงนี้ล่ะครับเป็นจุดขาย หรือ Marketing ตัวนึงที่น่าสนใจมาก