ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาโครงสร้างประชากร โดยมีประชากรสูงอายุมากกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ นอกจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การศึกษาที่สูงขึ้น ค่านิยมอยู่เป็นโสด และความหลากหลายทางเพศทางสังคมจะทำให้อัตราการเกิดลดลงแล้ว สาเหตุสำคัญยังมาจากคนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทุกปี
รศ.นพ.นพดล สโรบล หัวหน้าศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าในประเทศไทยมีจำนวนคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากเป็นพันแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่คลินิกขนาดเล็กจนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ดังนั้นคนไข้ต้องคำนึงถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ ทีมบุคลากรในการร่วมกันดูแลรักษา และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพราะภาวการณ์มีบุตรยากเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีสาเหตุที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
“คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility & IVF Center) บำรุงราษฎร์เปิดให้บริการมานานกว่า 25 ปี มีจุดเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาตามหลักจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาลเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น ทั้งยังประกอบด้วยทีมแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการด้านการเจริญพันธุ์ของศูนย์กว่า 20 ท่าน ซึ่งสามารถดูแลอย่างครบวงจรได้ในที่เดียว หากมีปัญหาสามารถส่งเคสไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายในโรงพายาบาลเราได้เลย โดยไม่ต้องส่งตัวไปที่อื่น จึงเกิดการประสานงานกันระหว่างแพทย์ต่างสาขาเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่เป็นผลเสียแต่คนไข้ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์ที่ลงลึกไปในระดับดีเอ็นเอ, การฝากไข่ , การทำเด็กหลอดแล้ว ไปจนถึงทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU) ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงมาก”
รศ.นพ.ชาติชัย ศรีสมบัติ สูติแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการผ่าตัดด้วยกล้อง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ภาวะมีบุตรยากเกิดจากหลายสาเหตุ อายุของฝ่ายหญิงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีลูกยาก แต่อายุไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียว ยังมีภาวะอื่นๆ ร่วมด้วย แต่บำรุงราษฎร์ไม่ได้มุ่งให้ผู้ป่วยทำ IVF อย่างเดียว แต่จะหาสาเหตุอย่างละเอียดก่อน เพราะบางครั้งคนไข้ที่เป็นผู้หญิงมี ภาวะมดลูกที่มีความผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกมีเนื้องอกผิดปกติ มีซีสที่รังไข่ มีช็อกโกแลตซีส หรือเคยผ่าตัดที่รังไข่มาก่อน ซึ่งปัจจุบันพบว่าปัญหาดังกล่าวพบมากขึ้นในผู้ที่มีอายุน้อย
ก็สามารถทำการรักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้อง ทำให้ผลการรักษาดีฟื้นตัวเร็ว เพิ่มผลสำเร็จของการตั้งครรภ์เองและการทำเด็กหลอดแก้ว จากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยในการประเมินและการคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ซึ่งประกอบไปด้วย
การทำเด็กหลอดแก้ว บำรุงราษฎร์นำเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการปฏิสนธิภายนอกร่างกายหรือ IVF (In-vitro Fertilization) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนไข้มานานกว่า 20 ปีแล้ว และการเป็น World Medical Destination จึงมีทั้งคนไข้ไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการ จึงมีโอกาสได้แก้ไขเคสยากๆ มามากมายสะสมเป็นองค์ความรู้และความชำนาญ มีเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการที่มีความสะอาด ได้มาตรฐาน JCI แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับมีเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน Preimplantation Genetic Testing (PGT)ที่ช่วยให้การทำเด็กหลอดแก้วมีอัตราความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นเป็นการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อน ร่วมกับการรักษาด้วยกระบวนการปฏิสนธิภายนอกร่างกายหรือเด็กหลอดแก้ว (IVF) โดยการสุ่มดูดเซลล์ของตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วมาตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมก่อนที่จะทำการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้สถิติการทำ IVF ของบำรุงราษฎร์ในปี พ.ศ. 2563 ถึง 2565 มีอัตราความสำเร็จเฉลี่ยอยู่ที่ 70-90% ในทุกกลุ่มอายุ และ90%ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
ในกรณีที่การทำเด็กหลอดแก้วแล้วตั้งครรภ์แฝด โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี อาจมีภาวะเบาหวาน ความดันได้ง่าย หรือโรคประจำตัวอื่น ซึ่งก่อให้เกิดภาวะครรภ์เสี่ยงในช่วงทารกอยู่ในครรภ์ ทีมสูตินรีแพทย์ของบำรุงราษฎร์จะเป็นทีมหลักที่ดูแล จนกระทั่งอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป จากนั้นทีมบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด NICU จะเข้าไปเป็นทีมเสริมเพื่อช่วยวางแผนและให้คำปรึกษา หลังทารกคลอด ทีม NICU จะมีหน้าที่หลักในการดูแล ซึ่งเรามีทีม NICU ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงมาก
การตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์การตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่คู่สมรสตัดสินใจมีบุตร จึงแนะนำให้คู่สมรสทั้งที่มีประวัติและไม่มีประวัติโรคกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดในครอบครัวตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์ เพราะบางครั้งคุณพ่อคุณแม่เป็นพาหะหรือที่เรียกว่ายีนแฝงไม่รู้ตัว
ในกรณีที่มีการทำเด็กหลอดแก้ว บำรุงราษฎร์ยังมีการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อค้นหาความผิดปกติด้านโครโมโซม เช่น โรคจากยีนด้อยโครโมโซมเอกซ์และดาวน์ซินโดรม นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีCell-Free DNA ตรวจดีเอ็นเอตัวอ่อน โดยใช้ข้อมูลของการตรวจคัดกรองของคู่สามีภรรยา เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดป้องกันโรคร้ายบางชนิดที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกได้ โดยสามารถตรวจได้มากกว่า 600 ยีนหรือประมาณ 300 กว่าโรค รวมถึงโรคที่พบได้บ่อยได้คนไทย เช่น
โรคธาลัสซีเมีย โรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคมะเร็งและ
โรคหัวใจเป็นต้นซึ่งจะแตกต่างจากการตรวจที่นิยมเลือกตรวจเฉพาะเป็นโรคๆ โดยใช้วิธีเจาะเลือดแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อตรวจดูความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารก แทนการเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแท้ง เป็นต้น
การฝากไข่และการวางแผนมีบุตรสำหรับคนที่วางแผนจะมีลูกในอนาคต แต่ปัจจุบันยังไม่แต่งงาน หรือยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ตอนนี้ บำรุงราษฎร์เพิ่มทางเลือกในการรับฝากไข่ เพื่อเก็บรักษาเซลล์ไข่เอาไว้ ในอุณหภูมิที่ต่ำเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการตั้งครรภ์ในอนาคต
เนื่องด้วยกระบวนการฝากไข่และแช่แข็งไข่เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน และมีความละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน โดยคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงความพร้อมของทีมห้องผ่าตัด (OR) ในกรณีที่เกิด complication ซึ่งบำรุงราษฎร์คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย (patient safety) เป็นสำคัญสูงสุด