ในขณะที่ Nokia ยังคงตั้งเป้าที่จะขยายธุรกิจผู้ให้บริการ (Service Provider) โดยขายอุปกรณ์ให้กับบริษัทโทรคมนาคม แต่เป้าหมายหลักในตอนนี้ของ Nokia คือการขายอุปกรณ์ให้กับธุรกิจอื่นๆ
Lundmark กล่าวว่า "ปีที่แล้ว 2022 เราเติบโต 21% ในส่วนของธุรกิจองค์กร (Enterprise) เป็นการเติบโตที่ดีมาก ปัจจุบันธุรกิจองค์กร (Enterprise) คิดเป็นประมาณ 8% ของยอดขายของเรา หรือประมาณ 2 พันล้านยูโร (2.11 พันล้านดอลลาร์) เราต้อง การทำให้สัดส่วนของธุรกิจนี้เป็นเลข 2 หลักโดยเร็วที่สุด"
Nokia กำลังรุกเพื่อขายเครือข่าย 5G สำหรับธุรกิจเอกชน (Private 5G networks) และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอัตโนมัติให้กับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต
Nokia กำลังจะทบทวนเส้นทางการเติบโตของธุรกิจต่างๆ ของบริษัท และพิจารณาทางเลือกอื่นๆ รวมถึงการถอนการลงทุน
Lundmark กล่าวว่า "สัญญาณชัดเจนมาก เราต้องการอยู่ในธุรกิจที่เราสามารถเห็นโอกาสในการเป็นผู้นำระดับโลกเท่านั้น"
การที่ Nokia รุกเข้าสู่ธุรกิจการขายระบบอัตโนมัติในโรงงาน และศูนย์ข้อมูลจะทำให้ Nokia ต้องเผชิญหน้ากับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Microsoft และ Amazon
"จะเป็นสถานการณ์หลายลักษณะที่แตกต่างกัน บางครั้งพวกเขาก็เป็นคู่ค้าของเรา และบางครั้งก็อาจเป็นลูกค้าของเรา และจะมีบางสถานการณ์ที่พวกเขาจะเป็นคู่แข่งของเราเช่นกัน" Lundmark กล่าว
ปัจจุบัน ตลาดขายอุปกรณ์โทรคมนาคมอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจมหภาค ที่กัดเซาะอุปสงค์ (Demand) จากตลาดที่มีกำไรสูง เช่น ตลาดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และถูกแทนที่ด้วยการเติบโตในตลาดอินเดียที่มีกำไรต่่ำ ซึ่งทำให้ Ericsson คู่แข่งของ Nokia ต้องเลิกจ้างพนักงานถึง 8,500 คน
Lundmark กล่าวว่า "อินเดียเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของเรา และมีกำไรที่ต่ำกว่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" แต่ Lundmark ก็ได้กล่าวเสริมว่า Nokia คาดว่า ตลาดอเมริกาเหนือจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2023
(อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 0.9482 ยูโร)
Cr : US News MONEY, Source; REUTERS
SourceSource