ต้นเดือนสิงหาคม 2022 Joe Biden ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนาม US Chips Act หรือกฎหมาย CHIPS and Science Act of 2022 เป็นกฎหมายสมบูรณ์ เป้าหมายหลักคือสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรม Semiconductors ลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายอื่น สร้างความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะจากจีนที่ปัจจุบันครองตลาดการผลิตของโลก 24% ไต้หวัน 21% เกาหลีใต้ 19% และสหรัฐมีเพียง 10%
หลังการลงนามไม่นาน มีข่าวว่าโรงงานผลิตชิปต่างชาติรายใหญ่ของโลกหลายแห่ง เช่น Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. และ Samsung มีแผนสมัครขอทุนภายใต้ CHIPS Act 2022 เพื่อนำไปสร้างโรงงานและขยายการผลิตในสหรัฐ ขณะที่สหภาพยุโรปก็มีแนวโน้มพิจารณาทำนโยบายตามแนวทางเดียวกับ CHIPS Act 2022
ผู้มองไปข้างหน้า เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก่อน คือ HMD Global บริษัทสัญชาติฟินแลนด์ ผู้ผลิตมือถือแบรนด์ Nokia ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต และยังคมผลิตอยู่ในปัจจุบัน
นานแล้วที่บรรดาผู้ใช้พูดถึงสมาร์ทโฟน Nokia รุ่นที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งเป็นผลงานจากการผลิตของHMD Global รวมถึงกลายเป็นผู้ตีตลาด "ฟีเจอร์โฟน" ราคาถูก รายใหญ่ แต่ชื่อของ HMD Global กลับถูกฝังอยู่ในหมวดหมู่ "อื่นๆ" ต่างจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Apple Samsung หรือแบรนด์จีน เมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม HMD เพิ่งแถลงความคืบหน้าของสมาร์ทโฟน 2-3 รุ่น ที่ควรค่าแก่การพิจารณาว่า นับจากนี้ พวกเขาน่าจะมีบทบาทมากขึ้น
รุ่นแรก Nokia G22 ใหม่ มือถือ Android ราคาย่อมเยา มาตรฐานค่อนข้างดี ยิ่งกว่านั้น มือถือรุ่นนี้ยังมีจุดเด่นพิเศษ เกิดจากความร่วมมือของ HMD กับ iFixit คือผู้ใช้สามารถถอดฝาด้านหลังออก เพื่อเปลี่ยนส่วนประกอบบางอย่างได้ หากชิ้นส่วนเสียหาย
Silberbauer ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด ของ HMD Global บอกว่า HMD มองเห็น "โอกาสการเติบโตในตลาดยุโรป" และไซต์การผลิตที่มีอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นที่ชัดเจนว่าบริษัทเห็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลเป็นตัวสร้างความแตกต่างในยุโรป
ขั้นตอนแรกของการเปลี่ยนแปลงการผลิตจะเกี่ยวข้องกับพันธมิตรชาวจีนของ HMD ที่จัดส่งส่วนประกอบสำหรับการประกอบ การเทียบเคียง การทดสอบในยุโรป รวมถึงการทดสอบความปลอดภัย
เป็นที่จับตามองว่าพันธมิตรรายใดของ HMD จะปฏิบัติตามหรือไม่ แต่แน่นอนว่า นี่คือพัฒนาการแบบที่ผู้นำของยุโรปกระตือรือร้นที่จะเห็น เพื่อบรรลุถึงการมี “อำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty)”
ตัวอย่างของ HMD Global เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องให้เห็นภาพรวม และเป็นภาพเดียวที่จะทำให้เห็นผลกระทบจาก US Chips Act ซึ่งกำลังเริ่มทุ่มเงิน 39,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่ "สิ่งจูงใจในการผลิต" เพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐ
CHIPS Act 2022 จัดสรรงบประมาณกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ส่งเสริมการผลิต Semiconductor ในสหรัฐ รวมถึงจัดสรรงบประมาณไม่ต่ำกว่า 52,700 ล้านดอลลาร์ สำหรับการวิจัย การพัฒนา การผลิตสินค้า และการพัฒนาแรงงาน
หากสหภาพยุโรปเห็นพ้องและทำให้เป็นรูปธรรมเหมือน CHIPS Act 2022 ก็จะมีเงินจำนวนมากไหลเข้ามา ส่งผลให้โลกของเทคโนโลยีเกิดดุลยภาพและอำนาจต่อรองกับจีนมากขึ้น
ที่มา : Fortune.com