ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของผู้คน ที่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลล้วนจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะทั้งสิ้น และยิ่งต้องให้ความสำคัญกับส่วนประกอบหลักอย่าง “ยางรถยนต์” เพราะนอกจากยางรถยนต์จะเป็นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสกับถนนแล้วยางรถยนต์ที่ดีจะช่วยให้รถยนต์สามารถเค้นสมรรถนะออกมาได้เต็มที่ และยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดี ปกป้องให้ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นปลอดภัย กรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ถ้ายางรถยนต์ไม่มีคุณภาพที่ดีพอก็จะทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ยางรถยนต์จึงเป็นหัวใจที่จะทำให้การโลดแล่นบนท้องถนนเป็นไปอย่างราบรื่น
สำหรับแบรนด์ในกลุ่ม “ยางรถยนต์” ที่ขึ้นชื่อว่ามียางคุณภาพดี อย่าง “มิชลิน” ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมานานกว่า 35 ปี ถึงแม้จะต้องเจออุปสรรคจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าและบริการประเภทยานยนต์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในวันที่ท้องถนนไร้การสัญจรประกอบกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ด้วยการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอของมิชลินเพื่อยกระดับให้ทุกการเดินทางทำให้มิชลินครองตำแหน่ง 2023 Thailand’s Most Admired Brand แบรนด์ยางรถยนต์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด

คุณชาญวิทย์ สุขุมรัตนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการทำธุรกิจประจำปี 2022 ไว้ว่า “ปี 2022 ถือเป็นปีที่ยากและท้าทายสำหรับมิชลินในหลายมิติ มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นในภาวะเศรษฐกิจจากหลายๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ต้นทุนพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้มิชลินต้องปรับราคาตามต้นทุนที่ขยับตามสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่กำลังซื้อของลูกค้านั้นสวนทางและการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น”
แม้ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มิชลินจำเป็นต้องปรับราคายางรถยนต์ แต่ด้วยความที่มิชลินเป็นแบรนด์ยางรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของยางมาเป็นอันดับแรก มิชลินยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ กระบวนการผลิต และค้นคว้าวิจัยเพื่อคงมาตรฐานของการเป็นแบรนด์ยางรถยนต์กลุ่มพรีเมียม ทำให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภคจนสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของมิชลิน
“ภาพจำที่ลูกค้าหลายคนมีต่อแบรนด์มิชลิน คือคุณภาพของยางรถยนต์ ซึ่งมิชลินเองไม่เคยประนีประนอมกับเรื่องคุณภาพของยาง ทำให้เรามีสินค้าที่มีคุณภาพเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดเดียวกัน และยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพยางให้ดียิ่งขึ้นตลอดมา ปี 2022 มิชลินจึงเปิดตัวสินค้าใหม่หลายรายการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม”
หากถามว่าครอบคลุมอย่างไร? คุณชาญวิทย์ได้ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ของมิชลินที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน อย่างยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า เราสามารถกล่าวได้ว่า มิชลินเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ผลิตยางเพื่อรถไฟฟ้าและไฮบริดออกสู่ตลาด โดยมียาง MICHELIN PILOT SPORT EV ยางสปอร์ตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชับขี่แบบสปอร์ต เน้นการควบคุมที่แม่นยำ อายุการใช้งานยาวนาน เพิ่มระยะทางจากแบตเตอรี่และลดเสียงรบกวนสู่ห้องโดยสาร

และในปีนี้เราได้มีการต่อยอดประสบการณ์ขับขี่ของกลุ่มคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดด้วยยาง MICHELIN e.PRIMACY ยางที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ที่ต้องการประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มเงียบ อายุการใช้งานยาวนาน เพิ่มระยะทางจากแบตเตอรี่
นอกจากนี้ มิชลินยังตอบโจทย์ผู้ใช้รถเอสยูวีที่เน้นการใช้งานบนถนนโดยเฉพาะผ่านยาง MICHELIN PRIMACY SUV+ ด้วยประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือชั้น ลดการลื่นไถล และการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง พร้อมให้ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มเงียบ ยกระดับการขับขี่รถเอสยูวีขึ้นไปอีกขั้น

คุณชาญวิทย์ ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของมิชลินได้รับการตอบรับในตลาดดีมาก โดยเฉพาะ MICHELIN PILOT SPORT 5 ซึ่งได้ผ่านการทดลองขับจริงโดยคู่ค้า อินฟลูเอนเซอร์ ประธานคาร์คลับและแขกรับเชิญต่างๆ แล้วเพื่อเปรียบเทียบกับยางคู่แข่งในสนามจริง ทั้งสนามในสภาพเปียก แห้ง หรือต้องผ่านการเลี้ยวมากที่ต้องใช้ความเร็วสูง ซึ่งพบว่ายาง MICHELIN PILOT SPORT 5 สามารถตอบสนองต่อการควบคุมบนท้องถนนได้ดีเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับ และมีชื่อเสียงอย่างมากในกลุ่มคนขับรถสปอร์ต และได้รับการแนะนำกันแบบปากต่อปากกันในกลุ่ม Car Communities ว่าเป็นยางสปอร์ตที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ สมรรถนะดีเยี่ยมบนถนนเปียก อายุการใช้งานยาวนาน ขับสนุก ควบคุมได้อย่างมั่นใจแม้เวลาเปลี่ยน
และผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของมิชลินอย่างยางตระกูล ULTRA HIGH PERFORMANCE ที่จัดว่าเป็นกลุ่มยางสปอร์ตพรีเมียมซึ่งมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 ยางรถยนต์ตระกูลนี้ก็มีการเติบโตแซงตลาดมากถึงเท่าตัว เนื่องจากได้รับความนิยมจนสามารถครองใจผู้บริโภค กลายเป็นยางรถยนต์ที่ดีจนใครๆ ก็กล่าวถึง ทำให้ผลประกอบการของมิชลินเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การคิดค้นหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็อาจจะไม่ใช่วิธีการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะแบรนด์ยางรถยนต์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสินค้าที่นานๆ ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการ เป็นอุปสรรคต่อการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์ คู่ค้า และลูกค้า แม้จะมีการเข้าถึงผู้บริโภคให้ง่ายขึ้นด้วยการจัดลำดับร้านอาหารผ่านการให้ดาว แต่มิชลินมุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจในอนาคตจึงมีแผนการจัดสรรและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น
“จุดแข็งของมิชลิน คือการมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแรง และมีความสัมพันธ์กับฝั่งคู่ค้าอย่างเหนียวแน่น เรามองคู่ค้าทุกรายเป็นพันธมิตรที่คอยเกื้อกูลกันมาตลอด ไม่ว่าจะมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรืออุปสรรคใดๆ เข้ามา มิชลินก็เข้าไปสนับสนุนดูแลเป็นอย่างดี ทำให้มิชลินมีเครือข่ายการทำธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืน” คุณชาญวิทย์กล่าว
ในฝั่งของลูกค้า ทางมิชลินเองก็ได้ทำการตลาดสื่อสารอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่ามิชลินคือแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือและมั่นใจได้เสมอ ทั้งจากการได้รับเลือกให้เป็นยางติดรถสำหรับรถยนต์คุณภาพสูงหลายๆ รุ่น ประสิทธิภาพของยางที่เด่นชัดในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต รางวัลต่างๆ ที่เราได้รับมาจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบกับคุณภาพสินค้าที่ได้รับการบอกต่อจากการใช้งานจริงของลูกค้า ทำให้มีฐานลูกค้าที่แน่นหนา ช่วยให้มิชลินสามารถฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ มาได้อย่างสวยงาม

มิชลินไม่เพียงแต่เสริมความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในวันที่ตลาดผันผวน แต่ยังเสริมความแกร่งในอนาคตให้กับบริษัทด้วยการนำแนวคิด All-Sustainable ผ่าน 3P: People Profit และ Planet มาใช้ เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผ่านการสื่อสาร MICHELIN, Motion For Life มิชลินคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนโลกให้ดียิ่งขึ้น
คุณชาญวิทย์ อธิบายไว้ว่า “ส่วนของ People มิชลินมีความเชื่อว่าแบรนด์และคู่ค้าจะสามารถร่วมมือกันได้ดี หากคนในองค์กรกล้าคิด กล้าลงมือทำ มีความเป็นผู้นำและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ในลำดับถัดมาคือ Profit คือการสร้างผลกำไรเพื่อต่อยอดให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน มิชลินจึงมีแผนการที่จะขยายไปทำธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากฝั่งยานยนต์ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2030 รายได้ 30% ของมิชลินจะมาจากธุรกิจประเภทอื่น และสุดท้าย คือ Planet เพราะธุรกิจของเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับการดูแลโลกใบนี้ เพื่อให้โลกดีขึ้นมิชลินมุ่งมั่นและลงทุนเป็นจำนวนมากในการรีไซเคิลและใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2050 มิชลินจะเป็นกลางทางคาร์บอน และ 100% ของวัสดุที่เราใช้ผลิตยางทั้งหมดต้องเป็นวัสดุที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเรามีอัตราการใช้วัสดุยั่งยืนในการผลิตยางของเราเองมากกว่า 30% แล้ว มั่นใจได้เลยว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของมิชลินนั้น ลูกค้านอกจากจะได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองแล้ว ยังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับโลกอีกด้วย”
สุดท้ายแล้ว การคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องของมิชลิน การยกระดับนวัตกรรมเดิมที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นรวมกับนวัตกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จะช่วยผลักดันให้รถทุกคันที่ใช้ยางรถยนต์มิชลินเข้าสู่สังคมไร้มลพิษไปพร้อมๆ กัน เพื่อส่งต่อสังคมที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลัง ®