วัน ๆ เราใช้บริการอินเทอร์เน็ตทำอะไรบ้าง เช็กเมล, เช็กข่าวสาร, ส่งไลน์ไป Morning คนที่เรารัก, สั่งอาหาร, กดเงิน, ตอบลูกค้า, จองดินเนอร์, เรียกรถกลับบ้าน ฯลฯ เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจใช้บริการอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอนเป็นแน่
แล้วเคยสงสัยกันไหมว่าทุก ๆ การใช้งานเน็ตมือถือ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ปัจจุบัน โลกเราหมุนเปลี่ยนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เพียงแค่เราพกโทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตเครื่องเดียวก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้แล้ว เสมือนว่าเรารับเอามือถือเข้ามาเป็นอวัยวะที่ 33 ไปไหนมาไหนต้องมีติดตัวไปด้วยตลอด ดังนั้นมือถือที่มีเน็ตเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก
ทำให้เครือข่ายมือถือต่างพากันพยายามขยายการเข้าถึง เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมือถือในแต่ละพื้นที่ตลอด จนพบว่าช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือเกือบ 1,000 ล้านคน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ต่อให้เครือข่ายการใช้งานจะแพร่หลายขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงอาจแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก
สังเกตจากตัวเลขต้นทุนเฉลี่ยค่าบริการอินเทอร์เน็ตมือถือ 1 กิกะไบต์ (GB) ใน 233 ประเทศและเขตปกครองต่าง ๆ จากการรวบรวมของ Cable.co.uk แสดงชัดว่าแม้บริการอินเทอร์เน็ตมือถือจะเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้รู้สึกว่าสามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้จากเกือบทั่วโลก แต่เนื่องจากปัจจัยด้านค่าบริการ ทำให้หนทางยังอีกยาวไกลถ้าจะให้ทุกคนเข้าถึงบริการนี้ได้ทัดเทียมอย่างแท้จริง
จากข้อมูล BrandAgeOnline สรุปตัวอย่างค่าบริการอินเทอร์เน็ตมือถือ 1 GB ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มาไว้ดังนี้

ข้างต้น พบว่าอิสราเอลมีค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือถูกที่สุดในโลก โดยในปีที่ผ่านมาการใช้งาน 1 กิกะไบต์มีราคาเฉลี่ยเพียง 0.04 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับประเทศเขามาก ๆ ที่สามารถเข้าถึงบริการนี้ในราคาที่ถูกอกกูกใจอย่างมาก และที่น่าสนใจ คือ ชาวอิสราเอลราว 3 ใน 4 มีสมาร์ทโฟน ทำให้ประเทศนี้มีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนสูงกว่าสหรัฐอเมริกา นั่นเท่ากับว่าการเติบโตของบริการผ่านสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ในพื้นที่นี้อาจจะมีโอกาสให้เติบโตได้มากขึ้นตามมา
ลำดับถัดมา คือ อิตาลี อันดับ 2 จากการจัดอันดับโลก ด้วยต้นทุนราคาค่าเน็ตมือถือเพียง 0.12 ดอลลาร์ต่อ 1 GB อันเนื่องมาจากเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง และตอนนี้ในพื้นที่ก็มี 5G พร้อมให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยประมาณ 95 % แล้วด้วย
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ด้านโทรคมนาคมสำหรับผู้บริโภคของ cable.co.uk เผยว่า ประเทศที่มีค่าบริการอินเทอร์เน็ตมือถือถูกที่สุดหลายประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์เคลื่อนที่และคงที่ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยผู้ให้บริการสามารถส่งมอบบริการในราคาถูกได้ หรือในบางประเทศสภาวะเศรษฐกิจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องกำหนดราคา ให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อให้ผู้คนสามารถจ่ายได้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่าค่าใช้จ่ายบริการอินเทอร์เน็ตมือถือที่สูงที่สุดบางส่วนอยู่ในประเทศเกาะห่างไกลในแอฟริกาและอเมริกาใต้ เช่น หมู่เกาะฟอล์คแลนด์อยู่ในอันดับที่ 231 มีค่าอินเทอร์เน็ต 1GB ราคา 38.45 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าบริการในเซนต์เฮเลนา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 41.06 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นค่าบริการที่มากกว่าอิสราเอล($0.04) 1,000 เท่าเลยก็ว่าได้
โดยรวมของค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือพบว่า แถบอเมริกาเหนือมีราคาแพงที่สุด มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 4.98 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 3.12 ดอลลาร์ แคนาดาเป็นประเทศที่แพงที่สุดในภูมิภาคนี้ ($5.94) รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา ($5.62) ในขณะที่กรีนแลนด์มีราคาที่ถูกที่สุด ($3.36)
ส่วนของประเทศไทย จากข้อมูลเมื่อปีที่ผ่านมาทุก ๆ การใช้บริการอินเทอร์เน็ต 1GB มีค่าเสียหายเฉลี่ยอยู่ที่ $0.38 ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 17 (จากน้อย-มาก) จาก 233 ประเทศทั่วโลก แต่ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในวงการโทรคมนาคมบ้านเรา คือ การควบรวมกันของ ดีแทค-ทรู ทำให้ปัจจุบันผู้ให้บริการในไทยเหลือเพียง 2 เจ้า
ในปีนี้ ทั้ง 2 ผู้ให้บริการที่เหลือ จะดำเนินธุรกิจแย่งชิงกันเป็นเจ้าแห่งโทรคมนาคมไทยอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ในฐานะผู้บริโภคคงได้แต่หวังว่าจะมีบริการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ออกมาเพิ่มมากขึ้นมากกว่าราคาที่จะเพิ่มมากขึ้น…