บทบาทของกล้องดิจิทัลเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2-3 ปีมานี้ ส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีของกล้องที่เป็นมากกว่าการถ่ายภาพนิ่ง นำมาซึ่งโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ เช่นเดียวกับ “โซนี่” มีการปรับตัวเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มคอนเทนท์ครีเอเตอร์ ทั้ง YouTuber, Vlogger, และ Live Streaming ทำให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายของสถานการณ์โควิดมาได้อย่างสวยงาม ปีที่แล้วโซนี่ยังคงรักษาความสามารถทางการแข่งขันจนกลายเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จที่มากกว่าในเรื่องของยอดขายแล้ว ยังรวมถึงเรื่องของการเปิดตัวสินค้าใหม่หลากหลายรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับเกินคาด และที่พลาดไม่ได้ก็คือ ความสำเร็จจากการรักษาตำแหน่ง 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดกล้องดิจิทัลไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

คุณธเนศ จารุธรรมาวงศ์ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอลอิมเมจจิง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวถึงการทำงานในปีที่แล้วว่า โซนี่พยายามขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผ่านการนำเสนอกล้องที่มีเทคโนโลยีฉลาดขึ้น มีฟีเจอร์หลากหลายขึ้น ครอบคลุมการใช้งานทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ โดยมีสินค้าไฮไลท์ 4 รุ่น เป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ Alpha 7 IV กล้อง Mirrorless Hybrid Full Frame ที่ยังคงเป็น Strategic Hero Model พร้อมเสริมทัพกิจกรรมการตลาดด้วยแคมเปญ Hybridgraphy ที่ได้ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่าง Lazy Coup มาช่วยสื่อสารกับลูกค้าถึงความสามารถของกล้องที่ตอบโจทย์การทำคอนเทนต์สายท่องเที่ยว โดยเฉพาะในจังหวะที่เทรนด์ท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวทั้งในและต่างประเทศ หรือการใช้กล้อง Alpha 7 IV กับเลนส์ G Master จับคู่โชว์ความสามารถที่ครบจบด้วยกล้องตัวเดียวทั้งภาพนิ่งหรือวีดีโอ ผ่านแนวคิด Craft & Creativity ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดช่วยให้ชาวครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับกล้อง Vlog อย่าง ZV Series ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 รุ่น ได้แก่ กล้อง ILC ZV- E10 และกล้อง Premium Compact อย่าง ZV-1 และ ZV-1F เน้นจับกลุ่มลูกค้า Vlogger ที่ต้องการความคล่องตัว โดยมีกล้องให้เลือกใช้งานทั้งแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ และแบบไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ ตรงตามความต้องการใช้งาน ทั้งการถ่ายคอนเทนต์แบบ Casual จนถึงระดับการถ่ายคอนเทนต์ใช้งานแบบจริงจัง เป็นการอัพเกรดจากกล้องมือถือ เพื่อให้ได้ซึ่งคุณภาพที่สูงขึ้นทั้งภาพและเสียง จึงนับเป็นจุดขายหลักของกล้องในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ โซนี่ยังได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ตรงใจ เช่น กล้อง ZV-1F มาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 20 mm ที่ช่วยเพิ่มมุมมองของภาพถ่ายโดยเฉพาะการ Selfie หรือ Vlog จึงเข้าถึงพฤติกรรมกลุ่มวัยรุ่น Gen Z มากขึ้น รวมทั้งออกแบบลูกเล่น ฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายครบครันโดยสืบสานมาจากรุ่นพี่อย่าง ZV-1 ซึ่งได้ทำกิจกรรมร่วมกับเหล่า TikToker กว่า 30 ท่าน จึงทำให้กล้อง ZV Series กลายเป็นสินค้าฮิตติดตลาดสำหรับ Creator และ Vlogger ในที่สุด และเมื่อเร็วๆ นี้ โซนี่ยังได้แนะนำกล้อง Alpha 7R V ในกลุ่ม R Series ที่เน้นเรื่องความละเอียดสูง High Resolution แต่รุ่นนี้ได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วย AI Technology ใหม่ล่าสุด โดยทำงานร่วมกับชิปประมวลผลที่มีความรวดเร็วแบบเรียลไทม์ จึงยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของกล้องขึ้นไปอีกระดับ ผนวกกับความฉลาด ความเร็ว และการโฟกัสที่แม่นยำติดตามดวงตา ใบหน้าของคน สัตว์ สิ่งของ รวมอีกหลากหลายฟีเจอร์ใหม่ พร้อมจอปรับได้แบบ Multi Angle LCD ยิ่งตอกย้ำดีเอ็นเอของโซนี่ที่ไม่ยอมหยุดนิ่งกับลูกเล่นเดิมๆ

นอกจากความสำเร็จในแง่ของสินค้า โซนี่ยังประสบความสำเร็จในด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Workshop ต่างๆ ทั้งหน้าร้านที่เข้มข้นขึ้นกับกลุ่มลูกค้าต่างๆ อาทิ กลุ่มชุมชนคนรักการถ่ายภาพ, แฟนโซนี่ รวมทั้ง Online Virtual Expo ยิ่งทำให้เราได้เรียนรู้ลูกค้ามากขึ้น รวมถึงข้อมูลจากลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงการเปิดจองสินค้ารุ่นใหม่ นำมาศึกษาปรับใช้เพื่อต่อยอดทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“เนื่องด้วยสินค้าของโซนี่มีหลายเลเยอร์มาก ตั้งแต่กล้องคอมแพค กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ กล้อง Cinema อีกทั้งเลนส์อีกหลากหลายช่วง ซึ่งด้วยเทคโนลยีใหม่ๆ ที่โซนี่ตั้งใจอัพเกรดมาตลอด ทำให้กล้องมีคุณสมบัติการใช้งานที่ครอบคลุม ใกล้เคียงกันมากขึ้น พฤติกรรมลูกค้าจึงมีส่วนสำคัญมาก ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาสินค้า จนถึงการวางแผนการตลาด เพื่อกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างชัดเจนเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า และการใช้งาน รวมทั้งเลือกใช้ I nfluencer Marketing ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงการวางโ ปรโมชั่นต่างๆ ที่ตรงกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดกลุ่มสินค้าสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็จะเป็นกล้องมาพร้อมกับกริ๊ป ไมค์ แบตเตอรี่ เป็นต้น สรุปได้ว่าเรานำข้อมูลมาวางแผนการตลาดได้ครบ 360 องศามากขึ้น”
อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากการสำรวจพนักงานขายหน้าร้านและกลุ่มลูกค้า ยังช่วยสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ของเป้าหมายในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ทำให้โซนี่เป็นแบรนด์ต้นๆ ที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์สนใจเลือกใช้
“ในวันนี้ หากลองสังเกตดูคอนเทนต์ของคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากมายในแพลตฟอร์มต่างๆ จะพบว่าคอนเทนต์ส่วนใหญ่จะสร้างสรรค์ด้วยกล้องโซนี่ จึงถือเป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่ากล้องโซนี่ได้รับความเชื่อถือ แนะนำ และบอกต่ออย่างแพร่หลาย สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากการไปเลือกชมสินค้าหน้าร้าน แต่ลูกค้าจะทำการศึกษาผ่านจาก Brand Awareness และความคิดเห็นจากผู้ใช้ที่น่าเชื่อถือ จากนั้นจึงมาทดลองสินค้าที่หน้าร้านด้วยความต้องการที่ชัดเจน ซึ่งเราดีใจว่าโซนี่จะเป็นกล้องที่เป็น Top of Mind ของลูกค้า เป็นกล้องในใจตัวแรกที่มาดู หรือเป็นคู่เทียบเสมอ แสดงให้เห็นว่าโซนี่มี Brand Recognition ที่ดี และอยู่ใน Brand Selection ของใครหลายคนโดยเฉพาะกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์”
การศึกษาข้อมูลลูกค้ายังชี้ให้เห็นถึงความต้องการใช้งานที่หลากหลาย ส่วนใหญ่ผู้ใช้ไม่ได้อยากใช้กล้องถ่ายภาพนิ่งตอนท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่อยากทำคอนเทนต์ด้วย จึงได้เกิดความต้องการใช้งานแบบผสมผสานในตัวลูกค้าแต่ละคน จึงตรงกับเจตนารมณ์ของโซนี่ที่ตั้งใจออกแบบและพัฒนาสินค้าที่สามารถรองรับความต้องการลูกค้าล่วงหน้าไว้แล้ว จึงสามารถสอดรับกับเทรนด์ได้อย่างรวดเร็ว
“โซนี่มีการพัฒนาต่อยอดสินค้าโดยมองล่วงหน้าถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาโดยตลอด โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเราบอกเน้นกล้องทำงานวิดีโอมากขึ้น ส่วนปีที่ผ่านมาเราไปที่ HybridGraphy ด้วยกล้องที่มีฟีเจอร์ครอบคลุมภาพนิ่งและวิดีโอ เราพัฒนาเทคโนโลยี และฟีเจอร์ต่างๆ มาจากการต่อยอดพัฒนาโดยคำนึงถึง Customer Insight และ Demand ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สินค้าจึงสามารถรองรับพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ทันที อาจกล่าวได้ว่าโซนี่เป็น Trend Setter ของอุตสาหกรรม ในขณะที่ลูกค้าได้เทคโนโลยีดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างเอไอที่มีความฉลาดมากขึ้น”

สำหรับความคืบหน้า และแผนงานในปีนี้ คุณธเนศ กล่าวถึงสินค้าไฮไลท์ที่ยังคงโฟกัสอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นานนัก ทั้งรุ่น Alpha 7R V หรือ ZV-1F รวมทั้งกิจกรรมทางการตลาดที่ยังมีความต่อเนื่องตามกลยุทธ์ที่วางไว้

“การทำงานปีนี้เสมือนเป็นส่วนต่อขยายของปีที่แล้ว ด้วย Scale ที่ขยายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับตลาดที่กลับมา รวมถึงลูกค้าใหม่และเทรนด์ที่เราตั้งใจขยายต่อ อาทิ Hybridgraphy Campaign กระตุ้นให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์งานตาม Inspiration ตัวเองโดยไม่จำกัดรูปแบบทั้งภาพนิ่งหรือวีดีโอ นอกจากนี้ เลนส์ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่มีรุ่นเพิ่มเติมขึ้นทุกปี จาก 60 กว่ารุ่นเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึง 71 รุ่นในปัจจุบัน โดยรุ่นที่วางจำหน่ายล่าสุดคือ SEL2070G ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเช่นเคย รวมถึงเทรนด์ของ Vlog Camera อย่าง ZV Series ที่ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโซนี่ก็จะมีแคมเปญอย่างต่อเนื่องเพื่อสอดรับความต้องการของผู้ใช้ในทุกรูปแบบ รวมถึง Accessory ต่างๆ เช่น เมมโมรี่การ์ด TOUGH, แฟลช, หรืออุปกรณ์สำคัญกับเทรนด์ Vlog อย่าง Grip และ Microphone ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เราจะโฟกัสในปีนี้”
ส่วนช่องทางการสื่อสารในปีนี้ยังคงเน้นน้ำหนักไปที่ออนไลน์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง ในช่องทางโซเชียลมีเดียครอบคลุมทุกช่องทางอย่างเฟสบุ๊ค ไอจี ไลน์ ยูทูบ และ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาโฟกัสลูกค้าเจน Z โดยเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกันจะกลับมาเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมออนกราวด์มากขึ้นต่อเนื่องจากหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ทั้งนี้ รวมถึงการเข้าไปร่วมกับคอมมูนิตี้ต่างๆ อย่างสายสตรีทสายพอร์ตเทรด สายถ่ายภาพดาว และภาพนก เป็นต้น
“เราพยายามต่อยอดกิจกรรมเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยปีนี้เราตั้งใจปรับรูปแบบกิจกรรมเวิร์คช็อปในเชิงของเนื้อหาที่ช่วยส่งเสริมทักษะของผู้ใช้มากขึ้น ทั้งช่องทางออนไลน์สำหรับการใช้งานระดับเบสิก และเพิ่มเวิร์คช็อป แบบออนกราวด์สำหรับผู้ใช้งานระดับ Advance”
อีกทั้งการแข่งขันในปีนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้น หลังจากคนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวอย่างคึกคัก หลายแบรนด์ก็คงมองเห็นโอกาสทางการตลาดไม่แตกต่างจากโซนี่มากนัก

“ผมมองว่าอย่างแรกทุกแบรนด์จะพยายามรักษาฐานลูกค้าของตัวเองไว้ให้ได้มากที่สุด สำหรับโซนี่มีความได้เปรียบตรงที่เราออกสินค้าค่อนข้างถี่ได้สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นโซนี่แฟนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง แต่เราก็ต้องขยายการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วย โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าหลักในปีนี้ โดยเน้นสร้าง Brand Perception ผ่านแคมเปญสื่อสารต่างๆ รวมทั้งการเจาะเข้าถึงกลุ่มนักศึกษาที่ศึกษาในเรื่องการถ่ายภาพ หรือศึกษาในสาขาภาพยนตร์ และมัลติมีเดีย โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษากว่า 5 สถาบัน จัดกิจกรรม University Road Tour เพื่อฝึกอบรม และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองใช้กล้องในกลุ่ม Cinema Line รุ่น FX30 เป็นต้น” ธเนศ กล่าวสรุป
จากแผนการทำงานทั้งหมดดังกล่าว คาดว่าจะทำให้โซนี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าทั้งเก่า และใหม่ เสริมสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกครั้ง ®