โซนี่เป็นผู้นำเรื่องอุปกรณ์ฟังเพลงมานานหลายสิบปีแล้ว จากนวัตกรรมที่ชื่อว่า Sony Walkman
แต่ในยุคที่สมาร์ทโฟนครองเมือง โซนี่ก็เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในตลาดหูฟังโดยปีที่ผ่านมาโซนี่ก็ยังครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด จากข้อมูลของ GFK
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบันหูฟังค่อยๆเปลี่ยนสถานะตัวเองจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์ฟังเพลงไปเป็นเครื่องประดับมากขึ้น
หลายคนใช้หูฟังเป็นเครื่องมือบ่งบอกตัวตนของตัวเอง
เทรนด์ดังกล่าวนี้ถือเป็นโอกาสของโซนี่ในการขยายตลาดจาก Core Target คือกลุ่มคนรักเสียงเพลงให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
ณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่าทุกวันนี้คนใช้หูฟังแตกต่างจากสมัยก่อน หูฟังกลายเป็นส่ิงจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งใช้ฟังเพลง ใช้ดูคอนเทนต์ ใช้เป็น Smalltalk สำหรับคุยโทรศัพท์หรือประชุมงาน ฯลฯ เมื่อหูฟังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ ตลาดจึงกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะไม่ได้ดึงดูดแค่กลุ่ม Sound Interest
ณิชภูมิ กล่าวว่า ปัจจุบันหูฟังไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับฟังเพลงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ คือ
- หูฟังเป็นเครื่องแต่งกาย เพราะผู้บริโภคเริ่มใส่หูฟังขนาดใหญ่ (Headband) ในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่เดินห้างหรือนั่งรับประทานอาหาร เพื่อเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกรสนิยม
- หูฟังเป็นสิ่งแสดงออกถึงตัวตน หูฟังประเภทคาดศีรษะสามารถบ่งบอกตัวตนได้ชัดเจนกว่าหูฟังขนาดเล็ก (In-ear) เนื่องจากมีขนาดใหญ่และดีไซน์ที่เด่นชัด
- หูฟังเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานตลอดวัน เนื่องจากชีวิตประจำวันที่ต้องฟัง Content ตลอดเวลา ทำให้ความต้องการหูฟังที่สวมใส่สบายเป็นเวลานานเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หูฟังแบบ Clip-on หรือ Open-ear เริ่มได้รับความนิยม เพราะไม่ทำให้อึดอัดหูเหมือนแบบ In-ear
เมื่อเป็นเช่นนี้โซนี่จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว

ที่ผ่านมาโซนี่มีแบ่งตลาดหูฟังออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือ
- Audiophile หูฟังมืออาชีพ, นักดนตรี หรือคนที่ฟังเพลงคุณภาพระดับ Audiophile
- Sound Enthusiast หูฟังพรีเมียมสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการคุณภาพสูงสุด ที่มีตระกูล 1000X Series เป็นเรือธงในการสร้างยอดขายและรักษาตำแหน่งทางการตลาด
- Casual Listeners หูฟังกลุ่มที่ดีไซน์ และแฟชั่น เน้นไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตน
- Sound Indifferent หูฟังกลุ่ม Entry Level จับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่า
สำหรับในปีนี้ทางผู้บริหารของโซนี่กล่าวว่า จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในทุกเซกเมนต์ เพราะรักษาความเป็นเจ้าตลาด
ล่าสุดโซนี่มีการเปิดตัวหูฟัง WF-1000XM6 ในตระกูล 1000X Series ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับทั้งคุณภาพเสียงและประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น อาทิ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนพัฒนาขึ้นกว่าเดิม 25% โดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวนย่านกลาง-สูง ซึ่งเป็นย่านที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่
นอกจากนี้ยังใช้ชิปเซ็ตประมวลผลที่ถูกอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ไดรเวอร์ใหม่ได้รับการจูนเสียงจากซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลกหลายท่านทำให้ได้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม รวมถึงพัฒนาไมค์ให้เข้ากับปัจจุบัน ที่คนใช้หูฟังมักใช้เพื่อประชุมออนไลน์และคุยโทรศัพท์ WF-1000XM6 จึงมาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone Conduction Sensor) ในแต่ละข้าง โดยใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึมลดเสียงรบกวนแบบ AI Beamforming ขั้นสูง เพื่อแยกเสียงพูดของผู้ใช้งาน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หรือมีผู้คนพูดคุยอยู่รอบข้าง
โดย WF-1000XM6 วางจำหน่ายในราคา 11,990 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีแพลตตินัมซิลเวอร์
“WF-1000XM6 เป็นหูฟังรุ่นเรือธงที่โซนี่คาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดพรีเมียม” ณิชภูมิ กล่าว
ส่วนในสินค้ากลุ่มแฟชั่น ปัจจุบันโซนี่มี LinkBuds Series อย่าง LinkBuds Clip หูฟังแบบ Clip-on ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเป็นตัวสร้างสีสัน

ณิชภูมิ อธิบายว่า LinkBuds Clip เป็นหูฟังที่เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม Gen Z ซึ่งใส่หูฟังเกือบจะตลอดทั้งวัน ทำให้โซนี่ออกแบบหูฟังแบบหนีบหู เพื่อแก้ปัญหาความอึดอัดจากการใส่หูฟังแบบ In-ear นานๆ โดยออกแบบให้เป็นแบบ Open-ear ที่สวมใส่สบายและดูเหมือนเครื่องประดับหรือต่างหู ซึ่งสอดรับกับเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน
“ความท้าทายของโซนี่คือ การเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หลายคนยังมองแบรนด์โซนี่ว่าเป็นแบรนด์พรีเมียม ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับตัวตน โซนี่จะต้องพยายามทำให้แบรนด์ดูเป็นแฟชั่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้นเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้
ส่วนสินค้ากลุ่ม Entry Level เราอาจจะเสียเปรียบแบรนด์จีนในเรื่องของราคา กลยุทธ์ที่โซนี่ใช้จะเป็นการนำเสนอคุณภาพและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าเพื่อให้ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มแทนการแข่งที่ราคา”
ณิชภูมิ กล่าวทิ้งท้ายว่าปีนี้โซนี่จะมีการเปิดตัวหูฟังครบทุกเซกเมนต์ในตลาด เพื่อรักษาความเป็นผู้นำต่อไป