ในวันที่สถานการณ์ของโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มของโลก อย่างเนสท์เล่ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
ขณะที่คนไทยดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว เลี้ยงไว้คลายเหงามากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว และแม้ในสถานการณ์โควิด-19 คนยังยอมจ่ายซื้ออาหารให้สัตว์เลี้ยง
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง จึงกลายเป็นอีกเป้าหมายสำคัญของเนสท์เล่ ซึ่งรวมอยู่ในการลงทุนล่าสุดกว่า 6,500 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิต จะเริ่มเดินสายผลิตในกลางปีหน้าและเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโออาหารสัตว์ที่มีอยู่ทั้งเพียวริน่า ฟริสกี้ส์, อัลโป, เพียวริน่า วัน , เฟลิกซ์, เพียวริน่า โปรแพลน และซุปเปอร์โค้ท ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์คู่แข่งตัวทอปในตลาด ทั้งเพ็ดดีกรี, โรยัล คานิน และแบรนด์พรีเมียมอื่น ๆ
เมื่อตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวกันอย่างมีสีสันและมีความครึกครื้น นับเป็นตลาดขนาดใหญ่มูลค่านับแสนล้านบาท ไล่ตามตลาดอาหารสำหรับคนในยุคสมัยของการกินดีอยู่ดี สภาพทางสังคมบีบบังคับอยู่ตัวคนเดียว ไร้ลูกไร้หลาน การเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนเล่นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนมาก
อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดที่เติบโตในระดับสูงแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด–19 ภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลับถูกให้ความสำคัญถึงขั้นที่คนยอมประหยัดการใช้จ่ายอาหารของตนแทน เป็นเพราะมีความผูกพันและให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่จะบริโภคเข้าไปและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
การเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของบริษัทเนสท์เล่ในประเทศไทย ทำให้มีความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารชั้นสูง ถูกขยายไปผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทยกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองของตลาดสำหรับสัตว์ในโซนเอเชีย กลุ่มอาหารที่จะเน้นประโยชน์ทางโภชนาการมากขึ้น และกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง มีสัดส่วนตลาดถึง 10% ส่งผลให้ตลาดผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่แทบทุกรายหันมารุกธุรกิจอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น
ผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่แทบทุกรายบุกตลาดธุรกิจอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง เนสท์เล่ ที่ได้ประกาศเปิดโรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลกในการผลิตอาหารแมวชนิดเปียกคุณภาพระดับพรีเมียม และอื่น ๆ รวมการลงทุนในครั้งนี้กว่า 500 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี และในปีนี้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นถึง 50% ผลิตอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์เพียวริน่า วัน, โปรแพลน, เฟลิกซ์ และแฟนซี ฟีสต์ เพื่อรองรับตลาดในประเทศไทย และจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา รวมถึงญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
โรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 58.67 ไร่ หรือ 93,872 ตร.ม โดยจะมีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย ภายในปี 2025 รวมทั้งนำเทคโนโลยีอัตโนมัติล่าสุดมาใช้ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากระบบการบวนการผลิต และการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับโรงงานแห่งใหม่ เนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ ที่จะเปิดใหม่นี้ เข้ามารองรับโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงและมีโภชนาการที่ดีเยี่ยมให้กับเนสท์เล่ และยังใช้เทคโนโลยีชั้นนำสมัยสุด มาพร้อมระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ผลิตภัณฑ์จากความเร็วสูงโดยสามารถบรรจุภัณฑ์ได้มากกว่า 720 ซองต่อนาที
ส่วนเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ ภูมิภาค AOA (เอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา) ทำตลาดมาอย่างยาวนาน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เพียวริน่า ประกอบด้วยแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ เฟลิกซ์ เพียวริน่า วันแฟนซี ฟีสต์ และ โปรแพลน ซึ่งบริษัทมีความมุ่งมั่นเติมเต็มชีวิตของสัตว์เลี้ยงให้มีความสุข เป็นมากกว่าการยกระดับโภชนาการอาหารสัตว์เลี้ยง โดยได้มีการประกาศพันธสัญญาในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับสัตว์เลี้ยง โลก และสังคม รวมถึงส่งเสริมการรับสัตว์ไปเลี้ยง การเลี้ยงสัตว์ในที่ทำงาน และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง สามารถขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ในโซนเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา (AOA) ได้สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นตลาดที่กำลังมีการเติบโตและมีศักยภาพสูงสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เนสท์เล่ใช้งบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทสร้างโรงงานเพียวริน่าแห่งใหม่ เพื่อตอกย้ำพันธสัญญาระยะยาวของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับชุมชนในท้องถิ่น นอกจากนี้ การลงทุนยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีสัดส่วนมราที่ดีขึ้น