แม้ภาพการแข่งขันที่เคยดุเดือดเร้าใจในตลาดค้าปลีกที่เป็นโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่จะมีความรุนแรงลดลง จากการที่ทั้ง 2 รายใหญ่คือโลตัสและบิ๊กซี ต่างหันไปโฟกัสการรุกตลาดการยกระดับจากแค่ไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ขายสินค้าราคาถูก มาสู่ค้าปลีกที่มีภาพลักษณ์ใหม่ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การช่วงชิงภาพเรื่องของราคาถูก ที่เปลี่ยนไปสู่เรื่องของการนำเสนอความคุ้มค่า คุ้มราคา ก็ยังมีอยู่
ขณะที่การแข่งขันในการขยายสาขาของทั้งคู่ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเทียบฟอร์มการแข่งขันแล้ว จะพบว่า ทั้งบิ๊กซีและโลตัส ต่างมีการจัดฟอร์แมทของสโตร์ที่ลงตัว และหากไล่เรียงหรือเทียบฟอร์แมทต่อฟอร์แมทของสาขาทั้งหมดแล้ว จะออกมาในรูปแบบของ
ไฮเปอร์มาร์เก็ต
ในเซ็กเม้นต์ของไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นเซ็กเม้นต์ที่บิ๊กซี ยังคงมีการลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขการเปิดสาขาในฟอร์อแมทนี้ จะมีออกมาประมาณ 2 – 3 สาขาต่อปี
ปัจจุบัน บิ๊กซี มีฟอร์แมทสาขาในรูปแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ที่ 153 สาขา ซึ่งสาขาในรูปแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่นี้ จะมีในส่วนของช้อปปิ้ง พลาซ่า ด้วย โดยสิ่งที่บิ๊กซี กำลังเร่งปรับก็คือ การเติมเต็มในส่วนของร้านค้าที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เข้าไป ทั้งที่เป็นร้านอาหาร ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ในรูปแบบของการใช้ชีวิตอย่าง โค เวิร์กกิ้ง สเปซ ที่จะเป็นแผนที่ทยอยเปิดตัวออกมาตามลำดับ
ขณะที่โลตัส ที่เป็นฟอร์แมทไฮเปอร์มาร์เก็ตจับกลุ่มแมส จะใช้ชื่อแบรนด์ Lotus’s โดยฟอร์แมทนี้ จะมีขนาดพื้นที่ 2,000 – 10,000 ตารางเมตร มีสินค้าในสโตร์ 17,000 –36,500 รายการ เน้นขายสินค้าที่หลากหลาย โดยสาขาส่วนใหญ่จะพ่วงไปกับมอลล์หรือพื้นที่เช่า ที่ในช่วงหลังมีการปรับให้เข้ากับวิถีการใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ของการเป็น “สมาร์ท คอมมูนิตี้” ที่เชื่อมโยงหรือเป็นจิ๊กซอว์ที่เข้ามาเติมเต็มยุทธศาสตร์ของการมุ่งไปสู่การเป็น “New Smart Retail” ของโลตัส โดยจะเติมร้านค้าในส่วนของร้านอาหารและแหล่งแฮ้งก์เอ้าท์เข้าไปเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มากกว่าการมาสโตร์เพื่อช้อปปิ้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
โลตัส มีสาขาที่เป็นฟอร์แมทไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ประมาณ 221 สาขา ไม่เพียงแค่ Lotus’s แบรนด์เดียว ล่าสุดยังมีการแตกแบรนด์โลตัส พรีเว่ ที่เป็นแบรนด์ไฮเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม ออกมาจับตลาดที่บนกว่า เปิดสาขาแรกไปที่ ICS เมื่อเร็วๆ นี้ ฟอร์แมทในรูปแบบนี้ จะถูกวางไว้ให้เป็นพรีเมียม ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เน้นขายสินค้าพรีเมียมนำเข้า มีสินค้าหลากหลายกว่า 27,000 รายการ มีพื้นที่ขาย 2,400 ตร.ม. เป็นอีกการเซ็กเม้นต์ตลาดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ซูเปอร์มาร์เก็ต
ฟอร์แมทสโตร์ในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นอีก 1 ไฮไลต์ของการแข่งขันที่ทั้งคู่ต่างมุ่งให้ความสำคัญ ด้วยเหตุผลที่ว่า นอกจากยังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีแล้ว ยังเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้าของลูกค้า เนื่องจากสินค้าในกลุ่มอาหาร เป็นสินค้าที่บริโภคทุกวัน
เช่นเดียวกับเรื่องของมาร์จิ้นที่มีมากกว่า สินค้าในกลุ่มนอน ฟู้ด โดยเฉพาะสินค้า FMCG ที่ตัวเลขกำไรบางมากคือแค่ 1 – 2% เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงแค่การมีฟอร์แมทในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ทั้งคู่ยังมีการเติมเต็มสินค้าในกลุ่มอาหารเข้าไปยังค้าปลีกแต่ละฟอร์แมทที่ตัวเองมีอยู่พร้อมกับให้น้ำหนักในการทำตลาดมากขึ้น
ในฟากของโลตัส จะมีแบรนด์ โลตัส โก เฟรช เป็นหัวหอกในการรุกตลาด โดยมีสาขาในฟอร์แมทนี้ประมาณ 185 สาขา
ฟอร์แมทสโตร์ในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีขนาดพื้นที่ 500 – 1,200 ตร.ม. เน้นอาหารสดและของใช้จำเป็นในบ้าน มีสินค้าตั้งแต่ 8,000 – 12,000 รายการ ฟอร์แมทซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายในรูปแบบของมอลล์ใกล้บ้านที่ขยายเข้าไปในชุมชน โดยมีร้านอาหารที่หลากหลายเข้ามาเป็นแม่เหล็กสำคัญ ซึ่งโลตัส ต้องการผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นมาเป็น “ฟู้ด เดสติเนชั่น” ของคนเมืองรุ่นใหม่ สาขาในรูปแบบนี้ที่เปิดไปแล้วก็มีที่ถนนสุทธิสาร และที่ซอยนวลจันทร์ เป็นต้น
ส่วนบิ๊กซี จะมีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในพอร์ต 2 แบรนด์ คือ บิ๊กซี ฟู้ดเพลส ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ถูกใช้รุกตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 11 สาขา และจะมีการทยอยปรับเปลี่ยนสาขาที่เป็นบิ๊กซี มาร์เก็ต ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตอีกแบรนด์ที่ใช้บุกต่างจังหวัด ให้เป็นสาขาในรูปแบบของบิ๊กซี ฟู้ดเพลส
ขณะที่บิ๊กซี มาร์เก็ต ที่เป็นฟอร์แมทซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างจังหวัดนั้น ปัจจุบันมีสาขาอยู่ประมาณ 36 สาขา

ค้าปลีกไซส์เล็ก
โลตัส แบรนด์ โลตัส โกเฟรช ที่ถูกใช้กับทั้งร้านค้าปลีกไซส์เล็กที่เน้นขายสินค้าอาหารสดที่หลากหลายในกลุ่มผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ถูกวางให้เป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดพื้นที่ 80 – 300 ตร.ม. แล้วแต่ละโลเคชั่น โดยมีสินค้าที่วางขายในร้าน 300 – 8,000 รายการ
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กลุ่มซีพี เริ่มที่จะเติมเต็มสินค้าในกลุ่มอาหารสดเข้าไปในร้านค้าปลีกฟอร์แมทนี้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้กลายเป็นช่องทางขายที่ทรงพลังในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน ซึ่งค้าปลีกไซส์เล็กนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งฟอร์แมทที่จะมีการลงทุนขยายสาขาต่อเนื่อง โดยโลตัส มีสาขาในฟอร์แมทของมินิซูเปอร์มาร์เก็ต 1,867 สาขา
ขณะที่บิ๊กซี จะมีค้าปลีกไซส์เล็กในชื่อของ บิ๊กซี มินิ มีสาขาอยู่ราว 1,434 สาขา สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ บิ๊กซี มีการปรับกลยุทธ์ให้สาขาเข้ามาทำหน้าที่เป็นจุดกระจายสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ของบิ๊กซี เพื่อเติมเต็มการเป็นค้าปลีก ออมนิชะแนล ให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น
ถือเป็นกลยุทธ์ของทั้งบิ๊กซี และโลตัส ที่กำลังมุ่งไปในทิศทางดังกล่าว โดยจะใช้จุดแข็งของการมีสาขาจำนวนมากอยู่ในมือ และมีไม่น้อยที่กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ จึงเข้ามาช่วยเติมเต็มการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ที่น่าสนใจก็คือ ขนาดของสาขาที่เป็นฟอร์แมทขนาดใหญ่นั้น มีแนวโน้มที่จะลดพื้นที่ลง เนื่องจาก การซื้อของลูกค้าส่วนหนึ่งจะมาจากช่องทางออนไลน์ สาขาจึงไม่จำเป็นต้องนำเสนอสินค้าหลากหลายในจำนวนเอสเคยูมากๆ เหมือนในอดีต เพราะสามารถใช้ช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยจะเชื่อมโยงไปสู่การวางระบบหลังบ้านของแต่ละสาขาให้สามารถรองรับการทำตลาดในรูปแบบที่ว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นอีกรูปแบบของการทำตลาดที่เราจะได้เห็นมากขึ้นหลังจากนี้ไป....