การมี Brand Portfolio ที่แข็งแกร่ง ยังจะช่วยตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของคน เพราะจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร ขณะเดียวกันยังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มอีกด้วย

เริ่มกันที่ CRG ยักษ์ใหญ่ใน Food Chain Industry ของไทยเดินหน้าเติม Brand Portfolio โดยเซ็กเมนต์ร้านอาหารที่ CRG จะเข้าไปลงทุนส่วนใหญ่จะเป็น Mass Target ซึ่งปัจจุบันมีทั้งกลุ่ม Casual Dining และ QSR โดยครอบคลุมทั้งมื้อหลัก และมื้อรอง ไม่ว่าจะเป็น KFC, Pepper Lunch, Ootoya, Chabuton, Tenya, Yoshinoya, Katsuya, Shinkanzen Sushi, Senma Sushi, Thai Terrace, Aroi dee, Somtamnua, Kowlune, Salad Factory, Mister Donut, Auntie Anne’s, Cold Stone Creamery, Arigato, Brown Cafe’และ Fezt Premium Ice Cream เจาะตลาด B2B เช่น โรงแรม, ร้านอาหาร ทำตลาด B2C ขายผ่านช่องทาง Modern Trade
ถัดมาที่ Zen Group กับการปั้นแบรนด์เติม Portfolio จากเพียงแค่เชนร้านอาหารญี่ปุ่น ต่อมาได้พยายามเติมเต็มเชนร้านอาหารแบรนด์ใหม่เข้าไปในเซ็กเมนต์ ครอบคลุมทั้งกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น, ร้านอาหารไทย-อีสาน, ร้านอาหารเวียดนาม, ร้านอาหารไทย เมื่อแบรนด์แข็งแรง สามารถเป็น Role Model ในการนำแบรนด์มาเปิดขายแฟรนไชส์อย่างแบรนด์เขียงเป็นต้น
จะเห็นได้ว่าการเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้ามาใน Portfolio ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญเพื่อเติมเต็มโอกาสในการบริโภค เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ตลาดใหม่ ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งมื้อหลัก และมื้อว่างในชีวิตประจำวัน ซึ่งทิศทางหลังจากนี้ เกมการแข่งขันของธุรกิจอาหารในไทย จะแข่งในด้าน “Brand Portfolio” ใครแข็งแกร่ง มีสาขาครอบคลุม ย่อมได้เปรียบในการเข้าถึงทุกช่วงเวลาการรับประทานอาหารของผู้บริโภค