ฮอนด้า เปิดตัว “ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่” (All New Honda WR-V) รถ Mini SUV อเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง ดีไซน์สไตล์สปอร์ต ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ พร้อมเติมเต็มไลน์อัพ SUV ของฮอนด้าเพื่อตอบรับกับกระแสความนิยมและ ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้วันนี้ฮอนด้ามีรถ SUV ทำตลาดครบทุกเซ็กเม้นต์
โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถ SUV ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฮอนด้าในฐานะผู้บุกเบิกเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่มด้วยรถ SUV ในรุ่น CR-V, HR-V และ BR-V และเป็นผู้นำตลาด SUV ในประเทศ ไทยมาอย่างยาวนาน
“Honda WR-V ใหม่ เป็น SUV อเนกประสงค์ 5 ที่นั่งรุ่นล่าสุดที่เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพทั้งในด้าน สมรรถนะและความอเนกประสงค์ โดยสามารถปรับการใช้งานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างสะดวกสบาย โดย การเปิดตัว Honda WR-V ใหม่ ในครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัพ SUV ของฮอนด้าอีกด้วย”

ที่ผ่านมา ฮอนด้า ถือเป็นผู้นำตลาด SUV ในประเทศไทย โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่การเปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์-วี (Honda CR-V) ในประเทศไทยเมื่อปี 2539 จนประสบความสำเร็จ ทำให้ความต้องการรถ SUV เพิ่มมากขึ้น และกระจาย ไปสู่ลูกค้าทุกกลุ่ม ต่อมาปลายปี 2557 ฮอนด้าจึงเปิดตัว Honda HR-V เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่น ใหม่ ซึ่งเป็นการกระจายความต้องการรถ SUV ไปสู่ตลาดระดับกลาง และเกิดกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจนครอง ตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาด SUV ถึง 3 ปีซ้อน ด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงกว่า 62,000 คัน
ในปี 2559 ฮอนด้ายังได้เปิดตัว ฮอนด้า บีอาร์-วี (Honda BR-V) เพื่อเติมเต็มความต้องการรถ SUV ให้ครอบ คลุมทุกระดับ ส่งผลให้ในปี 2560 ฮอนด้าได้ขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถ SUV ด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมสูงถึง 63% โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561-2565) ฮอนด้ายังมียอดขายสะสมของรถ SUV ทั้ง 3 รุ่น คือ Honda CR-V จำนวน 37,904 คัน Honda HR-V จำนวน 58,996 คัน และ Honda BR-V จำนวน 15,378 คัน (ที่มา: กรมขนส่งทางบก)
อย่างไรก็ตาม การที่ฮอนด้าเฝ้าติดตามและศึกษาพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคจากรูปแบบการ ใช้งานแบบเฉพาะเจาะจงในอดีต สู่ความต้องการแบบอเนกประสงค์ในปัจจุบัน ส่งผลให้ในวันนี้ฮอนด้ามีรถ SUV ที่ค่อน ข้างครอบคลุมในทุกระดับและทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมี Honda CR-V ที่เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ทำตลาดอยู่ ในระดับบน (Compact Car) หรือ C-SUV มีราคาเริ่มต้นที่ 1.3 ล้านบาท ถัดมาคือ Honda HR-V ทำตลาดอยู่ในระดับ กลาง (Sub Compact Car) หรือ B-SUV ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร และปัจจุบันมีเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ขนาด 1.5 ลิตร เป็นรถสปอร์ตพรีเมียม SUV มีราคา 9.9 แสนบาท – 1.2 ล้านบาท
ในตลาด Sub Compact Car ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาก ฮอนด้าจึงมี Honda BR-V อีกหนึ่งรุ่นอยู่ในตลาดระดับนี้ เพื่อมาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์รถ SUV ของตนให้ครอบคลุมทุกความต้องการมากยิ่ง ขึ้นในรูปลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ราคาประมาณ 9.3 – 9.8 แสนบาท ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว (รุ่น EL) และขนาด 16 นิ้ว (รุ่น E)

สำหรับ Honda WR-V ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไป เป็น Mini SUV 5 นั่ง ที่เกิดจากฐานการผลิตในประเทศอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับ Honda BR-V ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบรับกระแสความนิยมและการเติบโตของความต้องการผู้บริโภค และ ตอกย้ำแนวคิดในการพัฒนายนตรกรรมให้ทันกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร ให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดี 16.7 กม./ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ขับขี่ปลอดภัยมั่นใจด้วยเทคโน โลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัยอื่นๆ ที่ตอบรับทุกวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ด้วยจุดเด่นของ Honda WR-V ใหม่ คือการออกแบบห้อง โดยสารที่กว้างขวาง พร้อมเบาะนั่งด้านหลังแถว 2 ปรับพับได้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ตามความต้องการ
โดย Honda WR-V ใหม่ วางราคาจำหน่ายที่ 7.99 – 8.69 แสนบาท ซึ่งในความเป็น Mini SUV ของรถยนต์ รุ่นนี้อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม A-SUV เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่ากลุ่ม B-SUV เมื่อเปรียบเทียบมิติตัวถังที่มีขนาดยาว 4,060 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,608 มม. ระยะฐานล้อ 2,485 มม.ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า MG ZS, Haval Jolion, Mazda CX-30, Nissan Kicks, Toyota Corolla Cross และ Honda HR-V
ดังนั้น การเปิดตัว Honda WR-V ใหม่ครั้งนี้ จึงทำให้ฮอนด้ามีรถ SUV ที่ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ และสามารถ ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานรถ SUV ที่เปลี่ยนไปได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น และครบทุกความต้องการของทุกกลุ่ม เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว คนทำงาน First Jobber หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ โดย ฮอนด้าคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 500 คันต่อเดือน หรือประมาณ 6,000 คันต่อปี