“มันไม่ใช่การขึ้นราคาแค่เพราะอยากขึ้นหรืออยากแข่งกับคู่แข่ง แต่เป็นเพราะเรามีสินค้าที่มีคุณค่า และสินค้าเหล่านี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการลงทุนอย่างแท้จริง เพื่อเป็นหลักประกันว่าสินค้าจะคงอยู่ต่อไปอีก 20 ปีข้างหน้า” Bruno Pavlovsky ประธานใหญ่แผนกแฟชั่นของ Chanel กล่าว
เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้ดีว่ากระเป๋า Chanel เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่เจ้าของมากมายมีไว้ในครอบครองเพื่อการลงทุนมากกว่าการใช้งาน
หากพูดถึง “การลงทุน” สิ่งที่นึกถึงอันดับแรก ๆ อาจจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุน หรือธนบัตรต่างๆ แต่ปัจจุบันสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และนับว่าเป็นการลงทุนที่มาแรงอีกประเภทหนึ่ง คือ “การลงทุนทางเลือก” (Alternative Investment) หรือการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นที่นอกเหนือไปจากสินทรัพย์พื้นฐาน ซึ่งที่เห็นได้ชัดก็จะมาในรูปแบบของสะสมนั่นเอง
วันนี้ BrandAge Online จึงอยากพาทุกคนไปส่องการเติบโตของมูลค่าสินค้าสะสม หรือสินค้า Luxury ที่คนนิยมเก็บสะสมไว้เพื่อเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง

Knight Frank Luxury Investment Index หรือ KFLII ดัชนีติดตามความเคลื่อนไหวของมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นของสะสมหลายประเภท ทั้งงานศิลปะ รถคลาสสิก นาฬิกา หรือวิสกี้หายาก
สำหรับนักลงทุนในสินค้าที่ต้องการเล่นระยะยาว การสังเกตการเปลี่ยนแปลงราคาในรอบ 10 ปีจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย
เมื่อพิจารณาราคา ณ สิ้นปี 2565 วิสกี้หายากบางตัวเป็นสินค้าที่ควรค่าแก่การพิจารณาลงทุกอย่างมาก แม้ว่าปี 2022 จะพบว่ามีกำไรเพียง 3% แต่เจ้าวิสกี้มีกำไรเพิ่มขึ้น 373% ในช่วงรอบทศวรรษที่ผ่านมานับเป็นสินค้าที่มีราคาเติบโตมากที่สุด โดยตัววิสกี้หายากที่มีราคาโตสูงสุดนี้ คือ The Macallan 'The Reach' เป็นซิงเกิ้ลมอลต์อายุ 81 ปี ขายในราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ร้าน Sotheby's ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ทั้งความหายาก ที่มาเบื้องหลัง ความต้องการของตลาด ต่างส่งผลให้สินค้ามีมูลค่าอยู่เสมอ ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ยิ่งเป็นรุ่นหายากที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้ได้ บวกกับความต้องการในตลาดที่สูงจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในการลงทุนสินค้าดังกล่าว โดยเมื่อย้อนดูกลไกการปรับขึ้นราคาของสินค้าเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าเวลาผ่านไปสินค้ายิ่งมีการปรับขึ้นราคาสูงขึ้น ลักษณะกราฟราคาจะไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ แม้สภาพเศรษฐกิจจะนิ่งแค่ไหนก็ตาม ต่างจากหุ้นที่ลักษณะของเส้นกราฟราคาจะมีความขึ้น ๆ ลง ๆ ตามกลไกตลาดและสภาพเศรษฐกิจขณะนั้น