เทรนด์#2 มุ่งตอบสนองผู้ใช้พื้นที่ด้วยแนวคิด “Human Centric”แนวคิด Human Centric ซึ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นเห็นได้จากการพัฒนาบ้านที่ต้องทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อออกแบบบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของคนทุกวัยและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับการออกแบบอาคารสำนักงานที่มีการปรับเปลี่ยนตามรูปแบบจากเดิม โดยมีการออกแบบพื้นที่ทั้งแบบ Fixed Space ผสมผสานกับ Co-Working Space รองรับการทำงานของแต่ละธุรกิจที่มีจำนวนพนักงานแตกต่างกัน เพื่อสร้างความคล่องตัวและสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมนั้นต้องเจาะลึกถึงพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม นอกจากที่ต้องพร้อมให้บริการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าสำหรับลูกค้ารายใหญ่ทั้งแบบอาคารสำเร็จรูป (Ready-Built) และสร้างตามความต้องการ (Built-to-Suit) แล้ว ต้องมีพื้นที่รองรับลูกค้าขนาดเล็กและกลางที่อาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งมองได้ว่าเป็นโอกาสในการขยายตลาดด้วยการเพิ่มบริการ Co-Warehouse หรือ Co-Space เป็นการสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าขนาดเล็กและกลางใช้พื้นที่คลังสินค้าร่วมกัน
เทรนด์#3 ปักหมุด “ESG” ในทุกองค์ประกอบของการทำธุรกิจประเด็น ESG หรือ Environment, Social, Governance (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)เป็นเรื่องที่หลายองค์กรคำนึงถึงในการดำเนินธุรกิจ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทที่มีนโยบายหรือแนวทางที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ภัยพิบัติหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคให้น้ำหนักและจริงจังถึงเรื่อง ESG มากขึ้น
จากการสำรวจพบว่า กลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย พร้อมทั้งมีการปรับสูตรการผลิตสินค้าเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างที่ระบุว่าดีเวลลอปเปอร์ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแม้จะมีต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นก็ตาม ด้วยเล็งเห็นว่าสามารถใช้งานได้ในระยะยาวและตอบโจทย์เรื่องรักษ์โลก เป็นไปในทิศทางเดียวกับการก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าที่มีการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน และดูแลคุณภาพชีวิตผู้ใช้งาน ซึ่งบริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญกับเรื่อง Carbon Footprint และ Net Zero Emission ด้านผู้พัฒนาอาคารสำนักงานก็พัฒนาอาคารตามมาตรฐาน LEED และ WELL Building Standard เช่นกัน
REDPAPER พบว่าทั้ง 3 เมกะเทรนด์นี้เป็นโจทย์สำคัญของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจับเทรนด์เหล่านี้ให้ทันและจัดทัพธุรกิจให้สอดรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าผู้ใช้บริการพันธมิตรทางธุรกิจและภาคสังคมไปพร้อมกัน ช่วยสร้างแต้มต่อสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับรายงานฉบับสมบูรณ์ สามารถอ่านได้ที่
www.frasersproperty.co.th/th/downloads/redpaper