การทำงานในครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เข้าช่วยพัฒนาโครงการทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่
โครงการธนาคารต้นกล้า
ดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประชากรต้นกล้าชาและเพิ่มผลผลิตชาให้กับชุมชน จัดตั้งคณะทำงานธนาคารต้นกล้าเพื่อให้ชุมชนบริหารจัดการต้นกล้าชาอย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่การเพาะพันธุ์อย่างมีคุณภาพเพื่อผลผลิตที่สมบูรณ์ มอบต้นกล้าให้สมาชิกเพื่อเพิ่มปริมาณต้นชา และส่งเสริมให้เกิดการจัดการทรัพยากรต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ความรู้ในการบริหารจัดการธนาคารต้นกล้า วางแผนการดำเนินงานและการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นระบบ

โครงการพัฒนาคุณภาพชา แบ่งออกเป็น 2 งานหลัก คือ
- เพิ่มคุณภาพจากผลผลิตในปัจจุบัน ผ่านการพัฒนาโรงอบใบชา ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ร่วมออกแบบนวัตกรรม “โรงอบชาอัจฉริยะ” จากเดิมระบบอบแห้งที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในโรงอบให้สม่ำเสมอได้ ทำให้ยากต่อการคำนวนระยะเวลาในการตากชาในแต่ละรอบ มาตรฐานการผลิตจึงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศซึ่งเป็นปัจจัย ดังนั้น “โรงอบชาอัจฉริยะ” จึงเข้ามาช่วยโดยการติดตั้งเครื่องมืออบแห้งแรงลม ที่สามารถใช้ได้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อทำให้กระบวนการผลิตสามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการตรวจวัดอุณหภูมิภายในโรงอบตลอด 24 ชม ในรูปแบบอุปกรณ์ IoT ทำให้โรงอบชาสามารถปรับอุณหภูมิได้เหมาะสมเป็นอัตโนมัติ สามารถควบคุมและลดระยะเวลาการตากชาในโรงอบ เพิ่มผลผลิตต่อรอบต่อวัน เพิ่มคุณภาพผลผลิตให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ชุมชนสามารถขายใบชาในปัจจุบันได้ในราคาที่สูงขึ้น
- เพิ่มปริมาณของผลผลิตใบชาในอนาคต ผ่านโครงการธนาคารต้นกล้าที่มอบต้นกล้าชาและเมล็ดพันธุ์ให้กับชุมชนซึ่งเป็นสมาชิกในโครงการ พร้อมให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับกระบวนการเพาะปลูก ตั้งแต่การเพาะเมล็ดและคัดเลือกต้นกล้าที่แข็งแรง จัดอบรมเรื่องการดูแลต้นกล้า การใช้ปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน และในปีนี้ สมาชิกในชุมชนมีแนวคิดร่วมกันในการผลักดันให้ชาดอยปู่หมื่นก้าวสู่มาตรฐาน Organic Thailand เพื่อส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของพื้นที่มีราคาสูงขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มรายได้ในระยะยาว

โครงการเพิ่มมูลค่าชาอัสสัม
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 โดยมีแนวคิดในการนำใบชาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อยกระดับชาอัสสัมจากดอยปู่หมื่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยได้รับการสนับสนุนจาก “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟมิชลิน 2 ดาว ผู้นำเสนอประสบการณ์อาหารไทยแบบ Fine Dining นำใบชามารังสรรค์ 3 เมนูอาหารคาว และ 2 เมนูเครื่องดื่ม พร้อมวางขายเมนูพิเศษในร้านหวานไทย ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมถึง 31 พฤษภาคม 2566
“แผนการพัฒนาชุมชนขั้นต่อไปคือการเตรียมความพร้อมสำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย โดยการอบรมให้ความรู้แก่ชุมชนและเตรียมอุปกรณ์ในการขายผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ ช่องทางออนไลน์ รวมถึงการออกบูธแสดงสินค้า เป็นต้น โดยเรามุ่งหวังให้ชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองหลังจากได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ทั้งในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดย FWD ประกันชีวิต จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการนี้เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ต่อไปในอนาคต” เดวิด กล่าว