การออกมาบอกถึงแผนรุกตลาดของร้านค้าปลีกในกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่เซ็นทรัล รีเทล มีแบรนด์อย่างไทวัสดุและบ้านแอนด์บียอนด์ เมื่องานแถลงข่าวใหญ่โดย “ญนน์ โภคทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เมื่อเร็วๆ นี้ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่เพียงแค่ไทวัสดุจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของตลาดนี้ได้สำเร็จแล้ว ยังมีการพูดถึงตัวเลขการขยายสาขาที่ซีอีโอของเซ็นทรัล รีเทล บอกว่า จะมีการเสริมแกร่งความเป็นผู้นำในกลุ่มฮาร์ดไลน์ของประเทศไทยด้วยการเร่งเครื่องขยายสาขาใหม่ของไทวัสดุ และไทวัสดุ ไฮบริด ฟอร์แมต รวมอีก 10 สาขาในปีนี้
ในปีที่ผ่านมา ไทวัสดุ มีสาขาถึง 70 สาขา ครอบคลุม 42 จังหวัด ซึ่งอาจจะบอกได้ว่า การรุกขยายสาขายังมีโอกาสอีกค่อนข้างมาก เพราะยังเหลือจังหวัดให้เจาะเข้าไปอีกกว่า 30 จังหวัด ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่มีร้านขายสินค้าในกลุ่มนี้ที่เป็นรูปแบบ “บิ๊กบ็อกซ์” หรือร้านขนาดใหญ่ที่มีสินค้าครอบคลุมทุกความต้องการตั้งแต่ฐานรากไปจนถึงการตกแต่งบ้าน

ตามแผนที่วางไว้นั้น นอกจากการขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขาแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ยังมีแผนที่จะรีโนเวทสาขาเดิมอีก 16 สาขา ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และเป็นพื้นที่ที่มีดีมานด์ด้านการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขยายของกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ในเครือ (ไทวัสดุ, บีเอ็นบีโฮม, เพาเวอร์บาย)
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการทำรูปแบบของสาขาให้ออกมาในแนวไฮบริด ที่ไม่เพียงมีแค่ร้านไทวัสดุ แต่ยังมีร้านค้าปลีกในกลุ่มฮาร์ดไลน์อื่นๆ อย่างบ้านแอนด์บียอนด์ โก ว้าว ออโต้วัน หรือแม้แต่การดึงร้านอาหารจากกลุ่มเซ็นทรัลอย่างเคเอฟซี เข้าไปเปิด เพื่อช่วยเติมเต็มการช้อปที่จะทำให้ลูกค้าใช้เวลาในสโตร์นานขึ้น โดยปัจจุบันร้านเคเอฟซีในไทวัสดุมี 3 สาขา คือ ไทวัสดุ บางนา เชียงราย และรังสิต ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มความครบวงจร ที่เข้ามาช่วยเป็นแม่เหล็กให้กันและกันได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่างของการขยายสาขาในรูปแบบของไฮบริด อาทิ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขารังสิตคลอง 4 ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่างไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม โดยรูปแบบไฮบริดพัฒนาขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภคที่เลือกหาซื้อทั้งซื้อวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านครบจบในที่เดียว ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางรังสิตกว่า 20,000 ตร.ม. และมีสินค้าที่ครบครันกว่า 30,000 รายการ โดยการเปิดสาขารังสิต คลอง 4 มีเป้าหมายเพื่อรองรับการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ โซนเหนือ มีบริการสำคัญ อาทิ โฮมเซอร์วิส การบริการออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซม จากทีมวีฟิกซ์ ทีมช่างมืออาชีพที่ได้มาตรฐานทั้งคุณภาพและบริการ

ส่วนไทวัสดุ สาขาโคราช หัวทะเล ในรูปแบบ Red Format นับเป็นสาขาที่ 67 ของประเทศ และสาขาที่ 3 ของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 17,000 ตร.ม. เพื่อรองรับตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดที่มีอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดในภาคอีสาน รวมทั้งการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง บนพื้นที่ประตูอีสานให้ทันกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ขณะที่ในเดือนมีนาคมนี้ ไทวัสดุเดินหน้าเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ ไทวัสดุ สาขากำแพงเพชร และไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาภูเก็ต อ.ฉลอง ถือว่าไตรมาสแรกของปี ไทวัสดุรุกเปิดไปแล้วถึง 4 สาขาทุกภาคทั่วไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้
โดยการที่ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมธุรกิจก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านที่ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ที่มีการปรับตัวธุรกิจให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น และยังมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้พันธมิตรทางธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่ง พร้อมส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพแบบครบวงจร
ขณะเดียวกันยังมีการเติมความแข็งแกร่งในเรื่องของ Seamless Omni-channel Shopping Experience ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของเซ็นทรัล รีเทล ที่ต้องการให้ค้าปลีกในเครือทุกแบรนด์ ให้บริการแบบออมนิแชนแนล เพื่อรองรับกับเทรนด์ของค้าปลีกที่กำลังมุ่งไปในทิศทางดังกล่าว

ส่วนการรองรับจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นนั้น ไทวัสดุได้มีการปรับปรุงและขยายคลังสินค้าแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 160,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นกว่า 120% ของศูนย์กระจายสินค้าที่วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย เป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไปยังร้านไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม และแบรนด์ธุรกิจในเครือทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการในการซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างตามดีมานด์และกำลังซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น
ส่วนแบ่งการตลาดไทวัสดุ ในกลุ่ม Home & Garden Specialist Retailer เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 4.3% ในปี 2555 เป็น 9.8% ในปี 2564 เป็นตัวเลขที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของ HSBC Research ซึ่งในปี 2566 นี้ ทางไทวัสดุเองตั้งเป้ายอดขาย เติบโตที่ 15%
เมื่อมองมาที่ตลาดในภาพรวม พบว่า สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกสินค้าซ่อมบ้านและแต่งบ้านมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นเนื่องจากผู้อยู่อาศัยบ้านที่มีอายุตั้ง 11-20 ปี เริ่มมีความต้องการปรับปรุงบ้าน และบ้านที่มีอายุตั้งแต่ 5-10 ปี เริ่มต้องการปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการขยายสาขารวมถึงรีโนเวทให้สาขาเดิมมีความสดใหม่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้ค้าปลีกในกลุ่มฮาร์ดไลน์ของเซ็นทรัล รีเทล ได้ไม่มากก็น้อย....