เข้าสู่ปีที่ 27 กับการเข้ามาเปิดร้านในไทยของวัตสัน ร้านค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งปีนี้ความน่าสนใจอยู่ที่ความมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของลูกค้าและมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้ง
โดยวัตสันยังคงทำต่อเนื่องกับการเป็น Seamless ที่จะเชื่อมต่อการช้อปปิ้งระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยความแข็งแกร่งในด้านร้านค้าสาขา ศักยภาพในด้านดิจิทัล และการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มของวัตสันเอง ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ชอปปิ้งได้ทุกช่องทาง จากทุกที่ทุกเวลา
พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “พฤติกรรมของลูกค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว และการปรับเปลี่ยนวิธีที่เราให้บริการลูกค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์คือกุญแจสู่ความสำเร็จของเรา ซึ่งในปีนี้เรามีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถชอปปิ้งกับเราได้ในทุกสถานการณ์”
O+O Platform ประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ
เดือนเมษายน วัตสันเตรียมเปิดตัว โปรโมเชื่อม โปรโมชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์สำหรับสมาชิกวัตสัน คลับ ซึ่งหากสมาชิกซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อช้อปสินค้าที่หน้าร้านวัตสันในเดือนเดียวกัน และเช่นเดียวกัน หากสมาชิกซื้อสินค้าที่หน้าร้านก่อน ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5% เมื่อซื้อสินค้าทางออนไลน์ในเดือนเดียวกัน
พสิษฐ์ เสริมว่า “จากข้อมูลของเรา พบว่าการมีช่องทางออนไลน์ไม่ได้ส่งผลให้ยอดขายหน้าร้านลดลง ในทางกลับกัน ลูกค้าที่ช้อปปิ้งทั้งทางออนไลน์และหน้าร้านมีการใช้จ่ายมากกว่าลูกค้าที่ซื้อหน้าร้านอย่างเดียว ถึง 3 เท่า”

ปัจจุบันวัตสันมีสมาชิกกว่า 8 ล้านสมาชิก มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมากกว่า 6.2 ล้านยูเซอร์ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการทำตลาดออนไลน์ ขณะเดียวกัน วัตสันก็ยังคงเดินหน้าขยายสาขาหน้าร้านอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการสร้างประสบการณ์แบบหน้าร้านยังมีความจำเป็น เพื่อสร้างประสบการณ์ และความพึงพอใจให้มากยิ่งขึ้น วันนี้วัตสันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 670 สาขา โดยตั้งเป้าทุกๆปี จะขยายสาขาให้ได้ 50 สาขา เน้นรูปแบบที่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มคลังสินค้าแห่งใหม่ที่วังน้อย จังหวัดอยุธยา จากเดิมมีที่บางนาและขอนแก่น แต่คลังสินค้าใหม่นี้จะทำหน้าที่กระจายสินค้าให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เพื่อรองรับการเติบโตของออนไลน์อีกด้วย
วัตสันยังคงพัฒนาบทบาทในฐานะผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทยต่อไป เพื่อตอบรับความต้องการของสมาชิกและลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ของวัตสันเอง ตลอดจนการสานต่อความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้กับลูกค้า และสนับสนุนแคมเปญผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความยั่งยืน
วัตสันเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายซึ่งเป็นแบรนด์ของวัตสันเอง เพื่อย้ำแนวคิด Green is the New Beautiful นิยามของความงามรูปแบบใหม่ ไม่จำกัดเพศ วัย เชื้อชาติ สีผิว หรือรสนิยมความเป็นตัวของตัวเองในทุกรูปแบบ ทุกคนมีสิทธิสวยได้ทั้งจากภายในและภายนอก และที่สำคัญพวกเขาต้องสามารถตระหนักในคุณค่าของตัวเอง เห็นความสำคัญในตัวเอง และนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ใส่ใจตนเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจและศักดิ์ศรีของตัวเอง รวมถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเวชสำอางเพิ่มเติม วัตสันจะยังคงสานต่อความร่วมมือกับคู่ค้าผ่านแคมเปญส่งเสริมการขาย และแคมเปญส่งเสริมด้านความยั่งยืนตลอดทั้งปี

ความแข็งแกร่งของวัตสันที่ผู้บริโภครับรู้ได้ถึงความน่าเชื่อถือจากมาตรฐานของคุณภาพสินค้าที่จัดจำหน่าย และความหลากหลายของสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามที่มีให้เลือกไม่รู้จบ ปัจจุบันวัตสันมีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของวัตสันเอง 880 SKU ซึ่งปีนี้เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 150 SKU
เรื่องของความยั่งยืน วัตสันยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญต่อเนื่อง จากการสำรวจ ในปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยกว่า 60% ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรกับโลก และวัตสันได้เล็งเห็นความสำคัญนี้ โดยได้มีการปรับใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (PCR plastic หรือ Post-Consumer Recycled material) และใช้กระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน รวมถึงเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า โดยปัจจุบันลูกค้ามีตัวเลือกมากถึง 1,800 รายการ รวมทั้งออกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล และลดการใช้บรรจุภัณฑ์ได้
“วัตสันยังคงให้การสนับสนุนเพื่อนพนักงานและคนในชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม ความหลากหลายของผู้คนในองค์กร และการมีส่วนร่วมในกลุ่มพนักงานของเรา ทำให้พนักงานมั่นใจได้ว่าทุกคนมีโอกาสในการเติบโต”
“นอกจากนี้เรายังให้การสนับสนุนร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อตอบแทนสังคม ยกตัวอย่างเช่นโครงการ Give a Smile ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวัตสันและมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile) เพื่อสนับสนุนการผ่าตัดให้กับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ปัจจุบันได้รับการผ่าตัดแล้ว 40 ราย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พันธมิตรคู่ค้าและผู้บริโภคทุกคนมั่นใจได้ว่าวัตสันยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่เสมอ ทั้งยังมุ่งมั่นตามวิสัยทัศน์ “Put a smile on customer’s faces today and tomorrow” เพื่อให้ลูกค้าและสังคมของเรามีความสุขและเต็มไปด้วยรอยยิ้มในวันนี้และทุกๆ วัน” พสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย