ทุกวันนี้ประเทศไทยมีการใช้ขวดพลาติกกันอย่างมหาศาลในแต่ละวัน ผลที่ตามมาก็คือมีขยะจากขวดพลาสติกใช้แล้วเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้ว่าทุกฝ่ายจะพยายามหาทางออกให้กับปัญหานี้ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น คัดแยกขยะก่อนจะนำไปทิ้งเพื่อนำเอาขยะพลาสติกกลับไปรีไซเคิลใหม่
แต่ในความเป็นจริงนั้นพบว่า มีขวดพลาสติกประมาณ 25% เท่านั้น ที่ถูกนำกลับมารีไซเคิลเป็นวัสดุใหม่ นั่นหมายความว่าปริมาณขวดพลาสติกอีกราวๆ 75% หลังการใช้งานถูกส่งไปฝังกลบ เผาทำลาย
แย่ที่สุด ก็คือถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะในแหล่งน้ำและมหาสมุทร ซึ่งสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นลูกโซ่กลับ มาสู่คนและสิ่งมีชีวิต
อนุสร โลหะพันธกิจ ประธานกรรมการ บริษัท นาโนว่า จำกัด ซึ่งคลุกคลีอยู่ในธุรกิจบำบัดน้ำให้กับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และธุรกิจ Food and Beverage มานาน ได้มอง Pain Point ดังกล่าว และพยายามที่จะพัฒนาระบบน้ำดื่มที่ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดพลาสติกลง ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาระบบน้ำดื่ม Mineral Preserved “RYNN” เพื่อใช้ธุรกิจ Hospitality ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือร้านอาหาร
“RYNN เกิดจากแนวคิดที่ว่า Don’t Recycle, Refill”
อนุสร อธิบายระบบซัพลายเชนของน้ำดื่มในตลาด Hospitality ให้ฟังว่า ระบบเดิมของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งน้ำหรือน้ำแร่มาขาย เพราะฉะนั้นผลกระทบที่ตามมา คือ
1. สร้างขยะจากขวดน้ำ หรือภาชนะอื่นๆ
2. มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ
ซึ่งปัจจุบันก็มีน้ำแร่นำเข้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
3. การบริหารคลังสินค้าประเภทเครื่องดื่มบรรจุขวดต้องใช้พื้นที่เป็นจำนวนมาก และหากจำเป็นต้องจัดเก็บในอุณหภูมิพิเศษ เช่น ในตู้เย็นจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้า

“ระบบดั้งเดิมมีจุดด้อยเยอะในปัจจุบัน ทั้งกินที่ สร้างขยะ ต่อให้มีการแยกขยะเพื่อไปรีไซเคิล การรีไซเคิลก็ใช้พลังงานอีก เราจึงอยากหาโซลูชั่นน้ำดื่มที่ตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในเรื่องของการช่วยลดปริมาณขยะ
เราพัฒนาจนได้โซลูชั่นที่ลงตัว เรานำเอาแนวคิดนี้ไปคุยกับผู้ประกอบการ เขาก็โอเค เพราะโดยแนวคิดมันเป็นเรื่องของความยั่งยืน และที่สำคัญคือมันไม่ได้ไปเพิ่มต้นทุนในการบริหารงานเขา เพราะว่าหารออกมาแล้วต่อขวดถูกมาก”
โดยการทำงานของ RYNN จะใช้ฟิลเตอร์กรองน้ำระดับ Nano แทนระบบ RO หรือ Reverse Osmosis ซึ่งฟิลเตอร์ Nano จะกรองน้ำที่ความละเอียดประมาณ 0.001 - 0.002 ไมครอน จึงช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและแบคทีเรีย แต่น้ำที่ผ่านฟิลเตอร์ยังคงมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายยู่ แต่ระบบ RO นั้น ฟิลเตอร์จะมีความละเอียดถึง 0.0001 ไมครอน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับระบบแรงดันน้ำ ผลที่ได้ก็คือน้ำจากระบบ RO จะมีความบริสุทธิ์มากจนแทบจะไม่เหลือแร่ธาตุอยู่
อนุสร ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า โรงแรมส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะนิยมใช้เครื่องกรองน้ำแบบคาร์บอน เพราะเป็นระบบมาตรฐานที่โรงแรมในต่างประเทศนิยมใช้ เพราะระบบน้ำประปาในต่างประเทศสามารถดื่มได้ แต่ระบบน้ำประปาของไทยจะใส่คลอรีนเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเติบโต และตามตึกใหญ่ๆ และโรงแรมจะเก็บน้ำประปาไว้ในแท็งก์แล้วทยอยเอามาใช้ ถ้าช่วงเหตุการณ์ปกติระบบคลอรีนจะสามารถยับยั้งเชื้อโรคได้ เพราะว่าน้ำในแท็งก์หมุนเวียนเร็ว

“COVID-19 ทำให้นักท่องเที่ยวน้อยลงน้ำค้างอยู่ในถังนาน พอคลอรีนตกเชื้อโรคก็เติบโต ซึ่งบางโรงแรมไม่รู้ว่าคลอรีนจะค่อยๆ เจือจาง และไม่รู้ว่าเครื่องกรองที่ใช้มีแค่คาร์บอนเท่านั้น ฟิลเตอร์คาร์บอนจะทำหน้าที่แค่เอาคลอรีนออก เอากลิ่น เอาสีออก ถ้ามีเชื้อโรคเจือปนมาจำเป็นต้องฆ่าเชื้อด้วยแสง UV หรือใช้ฟิลเตอร์ Nano, RO ถึงจะกรองพวกแบคทีเรียและไวรัสออกได้
Nano กับ RO ต่างกันที่ขนาดรูของฟิลเตอร์ชิ้นสุดท้าย ระดับ Nano ละเอียดพอที่จะสามารถกรองเชื้อโรคออกได้หมด ที่ดีคือกรองความกระด้างออกไป ความกระด้างคือน้ำมีแคลเซียมกับแมกนีเซียม ความกระด้าง คือดื่มมากๆ แล้วเป็นนิ่ว ที่สังเกตได้คือเวลาเราต้มน้ำแล้วมีตะกรันมาเกาะ พวกนี้คือความกระด้างที่เราอยากเอาออก ถ้าเราใช้ฟิลเตอร์ Nano จะกรองแร่ธาตุออกไปประมาณ 20-30% เหลือไว้ 70-80% ตามขนาดของโมเลกุล RYNN ก็เลยเลือกใช้ฟิลเตอร์ระดับ Nano พอดีเรามีพาร์ทเนอร์ที่เมืองจีนที่ทำแผ่นฟิลเตอร์เองก็เลยนำเข้าเพื่อเอามาพัฒนาใช้ในร้านอาหารหรือโรงแรม เราถือเป็นรายแรกของไทยที่เอาแผ่น Nano เข้ามาพัฒนาเป็นระบบกรองน้ำ จริงๆ แผ่น Nano มีขายมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ว่าไม่มีใครเอาเข้ามาทำส่วนใหญ่จะไปทำ RO เสียมากกว่า แต่ของเราจะอยู่ในเซ็กเม้นต์ที่เรียกว่า Nano”
โดยรูปแบบธุรกิจของ RYNN นั้น คุณอนุสรเลือกโมเดลธุรกิจเป็นระบบเช่าเป็นรายเดือน พร้อมระบบเซอร์วิสและตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกเดือน เนื่องจากระบบกรองน้ำจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นเครื่องกรองน้ำจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคไปโดยปริยาย และหากน้ำออกมาไม่สะอาดจะมีปัญหาทั้งผู้ใช้งานและคนดื่ม

ปัจจุบัน RYNN มีแพ็กเกจสำหรับโรงแรมและร้านอาหารโดยคิดค่าบริการจุดละ 15,000 บาท ซึ่งในแพ็กเกจนี้จะประกอบไปด้วยเครื่องกรองน้ำ 3 Tab ที่สามารถผลิตน้ำดื่มอุณหภูมิห้อง, น้ำเย็น และน้ำอัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 1 เครื่อง และภาชนะบรรจุอีก 60 ชิ้น
“ตอนนี้เราเน้นที่โฮเรก้า เครื่อง 1 เครื่อง สามารถกรองน้ำได้ 120 ลิตรต่อชั่วโมง เราให้เช่าเดือนละ 15,000 บาท หาร 30 ก็วันละ 500 บาท ถ้าเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่หน่อยใช้น้ำวันละ 100 ขวดต่อวัน ต้นทุนจะตกขวดละ 5 บาท ถ้าใช้ 50 ขวดต่อวันอาจจะ 10 บาท แต่ถ้าเป็นโรงแรมใช้เกิน 100 ขวดแน่นอน คนที่จะมาเป็นลูกค้าเราจะต้องมีเครื่องล้างจาน ซึ่งโรงแรมร้านอาหารส่วนใหญ่มีเครื่องล้างจานอยู่แล้ว ถ้าไม่มี เรามีแพ็กเกจเพิ่มเครื่องล้างจาน รวมค่าน้ำยาด้วย บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราเรื่องนี้คือ Ecolab ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ในด้านนี้อยู่แล้ว
ทุกวันนี้ก็มีโรงแรมขนาดใหญ่ที่เริ่มนำเอาระบบน้ำดื่ม RYNN เข้าไปติดตั้งในร้านอาหารเพื่อลดปริมาณขยะ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม Siam Kempinski Hotel Bangkok, Sofitel Bangkok Sukhumvit, Siam @ Siam, จรัสภาวัน รีสอร์ท หัวหิน, ร้านอาหาร Scarlett Wine Bar & Restaurant @Pullman Bangkok Hotel G Silom, ร้านอาหาร L'éléphant และร้านอาหาร Green Garden / Red Berry เชียงใหม่ เป็นต้น
“ตอนนี้มีคนถามถึงเครื่องขนาดเล็กเยอะมาก จริงๆ ตลาดนี้ใหญ่มาก แต่เราต้องสร้างทีมเซอร์วิสก่อน เพราะสำคัญมากถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ เราต้องเทรนคนให้มีความรู้เรื่องของการบำรุงรักษา ถ้าไม่มีความรู้เพียงพอจะไม่มีประโยชน์เลย ตอนนี้ทีมงานก็กำลังพัฒนาเครื่องขนาดเล็กที่ใช้กับร้านอาหารขนาดเล็ก, ร้านกาแฟ, ออฟฟิศ หรือใช้ในบ้านที่กรองน้ำได้ประมาณ 30 - 60 ลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งน่าจะสรุปได้ในไตรมาส 3 ปีนี้”
