BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
653
VIEWS

ภาคเอกชนไทยมีบทบาทสำคัญต่อเป้าหมายร่วมของเราในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) และการเติบโตเพื่อสิ่งแวดล้อม(Green Growth)

เม.ย. 21, 2566
โดย Benjamin Fingerle กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วน บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป  
และ Paul Marriott  ผู้จัดการใหญ่ เอสเอพี เอเชีย แปซิฟิก ญี่ปุ่น
 
สมรภูมิการต่อสู้เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) จะได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้นั้น ขึ้นอยู่กับภูมิภาคเอเชียที่เป็นเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของโลก โดยประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอกาสสำคัญทางเศรษฐกิจผ่าน “การเติบโตสีเขียว” (Green Growth) ที่เน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ
 
เอเชียคือถิ่นที่อยู่ของประชากรกว่าครึ่งโลกและบริโภคพลังงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จากแรงทะเยอทะยานทางการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับอัตราการปล่อยมลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบทบาทสำคัญต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริโภคพลังงานในภูมิภาค ตามข้อมูลขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ ปริมาณการบริโภคพลังงานขั้นต้นของไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดในอาเซียน หรือเป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซีย ประเทศไทยยังเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับสี่ในภูมิภาค  ถึงแม้ว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวของไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเล็กน้อย แต่อัตรานี้ยังคงต่ำกว่าหลายประเทศในโลกตะวันตก
อุปสงค์ด้านพลังงานของไทยนั้นช่วยสะท้อนภาพผลกระทบของการขยายตัวที่เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยความต้องการใช้พลังงานของไทยเติบโตในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 2.3  ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงพลังและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย

บทบาทสำคัญของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกสะท้อนถึงสมดุลทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้เกิดเครือข่ายของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกันในภูมิภาค ผลพวงที่เกิดขึ้นคือ ประเทศไทยได้ตกอยู่ในด่านหน้าของวิกฤติสภาพภูมิอากาศโลก โดยเป็นทั้งเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเป็นหนึ่งในประเทศที่สุ่มเสี่ยงจากการได้รับผลกระทบในการเติบโตของการปลดปล่อยมลพิษที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม

การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยบนผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอยู่แล้ว หากดูจากข้อเท็จจริงและถ้อยคำที่ใช้ในรายงานการประเมินฉบับที่ 6 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPPC)

ผลกระทบต่อประเทศไทยบนเส้นทางปัจจุบันนั้นมีความรุนแรงอย่างมาก งานวิจัยของเราพบว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในระดับรุนแรงที่ 3.2 องศาเซลเซียสจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและท่องเที่ยว ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 8 และร้อยละ 18 ตามลำดับของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ และว่าจ้างงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด  ซึ่งผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้จะเกิดควบคู่กับผลกระทบทางสังคมและสาธารณสุขที่มีขอบเขตกว้างไกลและยาวนาน

บริษัทในประเทศไทยมีความรับผิดชอบในการเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลง ทว่าพวกเขาเองก็จะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการลงมือปฏิบัติมาตรการทางสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืนเช่นกัน   ในสมุดปกขาวของสภาเศรษฐกิจโลก (the World Economic Forum “Accelerating Climate Action in Asia: A Guide to Unlocking Business Opportunities” ที่จัดทำร่วมกับ Boston Consulting Group และ SAP ได้สำรวจเงื่อนไขสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและประโยชน์ที่ภาคธุรกิจตลอดทั่วทั้งประเทศสามารถปลดล็อกโอกาสนี้ได้

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า เอเชียสามารถปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจได้ร้อยละ 43 ของมูลค่ารวม 10.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 4.3 ล้านล้านเหรียญฯ ภายในปี 2030 จากการดำเนินกิจกรรม อาทิ การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ภาคการขนส่งและการเกษตร และการเพิ่มขนาดของเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคการผลิต  เช่นเดียวกับการจ้างงาน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่ง (58%) ของอัตราการเติบโตที่จะมาจากโอกาสสีเขียวนี้รวมทั้งสิ้น 395 ล้านตำแหน่ง จะอยู่ในทวีปเอเชีย
 
ธุรกิจขนาดใหญ่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ในการสนับสนุนโอกาสการเติบโตของไทย

บริษัทรายใหญ่ในไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ รวมถึงการจัดการกับความเสี่ยงทางสภาพภูมิอากาศซึ่งมีผลกระทบครอบคลุมกว้างขวาง  พวกเขาจำเป็นต้องลงมือทำกระบวนการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปรับตัวเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน  พร้อมไปกับการหาวิธีลดผลกระทบจากวิกฤตของสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น

เส้นทางที่จะเดินไปนั้นมีความชัดเจน ตามข้อมูลจากโครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (The Science Based Targets initiative: SBTi) ระบุว่าจำนวนคำมั่นสัญญาในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) ที่เคยมีสัดส่วนร้อยละ 16 ของขนาดเศรษฐกิจโลกในปี 2019 นั้นได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 ของGDP โลกในปัจจุบัน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอันทรงพลังที่กำลังเกิดขึ้นในเจตคติของคนทั่วโลกต่อแนวทางการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  อย่างไรก็ตาม ณ เดือนเมษายน 2023 มีเพียง 17 บริษัทไทยที่ได้ให้คำมั่นในการกำหนดเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และได้รับการอนุมัติจาก SBiT เท่านั้น

เช่นเดียวกับความท้าทายที่ประเทศต่าง ๆ  ตลอดทั่วทั้งภูมิภาคกำลังเผชิญ  ไม่มีคำตอบเดียวที่เพียงพอสำหรับการจัดการกับปัญหาความท้าทายอันสลับซับซ้อนที่บริษัทต่าง ๆ กำลังเผชิญได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน  องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องกำหนดขอบเขตความชัดเจน ปรับตัวและดำเนินกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบ โดยอิงจากแนวทางการปฏิบัติที่ดีและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงวิธีการลงมือปฏิบัติเพื่อจัดการกับความท้าทายทางสภาพภูมิอากาศของภาคธุรกิจ

ด้วยการตระหนักถึงความท้าทายและความสลับซับซ้อนที่กล่าวข้างต้น รายงานสมุดปกขาวเล่มนี้นำเสนอกรอบการงานของภาคเอกชนที่ครอบคลุมแนวทางการปฏิบัติที่ดีในระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อช่วยขับเคลื่อนเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับองค์กรทุกขนาดและประเภทธุรกิจ  รายงานฉบับนี้ยังนำเสนอกรณีศึกษาของธุรกิจในเอเชียที่สามารถขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศจากภาคธุรกิจสำคัญต่าง ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ขนส่ง และการเกษตร เป็นต้น
 
แนวทางต่าง ๆ ที่นำเสนอนั้นรวมถึงความจำเป็นในการลงมือปฏิบัติอย่างเร่งด่วนและความสำคัญของการให้ความสำคัญกับการดำเนินการที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศทั่วทั้งองค์กร พยายามสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมโดยการขับเคลื่อนองค์กรและสนับสนุนระบบนิเวศเพื่อเป็นตัวนำเสนอการเปลี่ยนแปลง  ปลดล็อกโอกาสในการการเติบโตทั้งในห่วงโซ่คุณค่าปัจจุบันและใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนให้บริษัททั้งมวลในไทยได้ใช้โอกาสมูลค่าหลายพันล้านเหรียญฯ จากการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้

รายงานฉบับนี้และประจักษ์พยานต่าง ๆ ได้แสดงให้เห็นว่าการเพิกเฉยต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคนในเจเนอเรชั่นนี้ ซึ่งที่มีต่อองค์กร ชุมชนและประเทศ การเพิกเฉยขององค์กรต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศจะส่งผลลบต่อธุรกิจ ในขณะที่การลงมือปฏิบัติอย่างทันท่วงทีจะมอบโอกาสการเติบโตอย่างมหาศาล  ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำในภาคธุรกิจของไทยจะก้าวขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจของพวกเขาเอง รวมทั้งเพื่อประเทศและภูมิภาคของเรา 

ภาคเอกชนไทยมีบทบาทสำคัญต่อเป้าหมายร่วมของเราในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net-Zero) และการเติบโตเพื่อสิ่งแวดล้อม(Green Growth)

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

ถอดรหัส “Prime Generations” เมื่อ Gen X ค้นพบตัวเองอีกครั้ง และ Baby Boomers กำลังออกแบบชีวิตใหม่

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

Read More Stories  

Digest

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ชวนสายสุขภาพร่วมกิจกรรม “Safety Run by Merz Aesthetics” ประสบการณ์ Run Club ครั้งแรกใจกลางเมือง

Betagro Next Gen รุ่นที่ 3 เปิดเวทีคนรุ่นใหม่ผู้มีศักยภาพ สู่เส้นทาง Future Leaders ในองค์กรอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย

สงกรานต์นี้เดินทางอย่างมั่นใจ FWD ประกันชีวิต แจกประกันอุบัติเหตุฟรี

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact