ในฐานะบริษัทประกันชีวิตที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งอยู่คู่ไทยมานาน 85 ปี ประวัติศาสตร์อันยาวนานและแข็งแกร่งของเอไอเอ ประเทศไทยที่ดูแลลูกค้าจากรุ่นสู่รุ่น และความมุ่งมั่นในการยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ย่อมเป็นเครื่องการันตีถึงความมั่นคงขององค์กรได้เป็นอย่างดีด้วยแบรนด์และชื่อเสียงที่องค์กรสั่งสมไว้จึงส่งผลให้ “เอไอเอ ประเทศไทย” คว้ารางวัลพิเศษ Thailand’s Most Admired Brand & Company Award ไปครองเป็น “บริษัทประกันชีวิต” ที่ 1 ในใจผู้บริโภค

คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า เอไอเอมีพันธกิจของแบรนด์ที่ชัดเจน คือ “Healthier, Longer, Better Lives - เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น” ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ที่ต้องตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยบริการที่ดีที่สุด ซึ่งเอไอเอ สรรหามามอบให้กับผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง ด้วยการปรับรูปแบบจากเป็นแค่เพียงสินค้าประกันให้เปลี่ยนมาเป็นโซลูชั่นที่ให้มากกว่าประกัน ด้วย “บริการด้านสุขภาพที่ให้มากกว่าความคุ้มครอง” เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเอไอเอพร้อมออกไปใช้ชีวิตได้ตามที่ตัวเองต้องการ โดยมี เอไอเอ อยู่ดูแลตลอดเส้นทางของชีวิต
ความพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย ตอบโจทย์คนทุกกลุ่มอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดเอไอเอเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ เฮลธ์ เซฟเวอร์ (AIA Health Saver) มาในคอนเซ็ปต์ “คุ้มกว่าที่เคยเจอ เซฟเวอร์ทั่วไทย” ที่เข้ามาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่อยากซื้อประกันสุขภาพ แต่ยังมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายส่วนใหญ่ในตลาดมีเบี้ยประกันภัยที่ค่อนข้างสูง เอไอเอเห็นถึงความตื่นตัวของคนไทยในเรื่องสุขภาพ และพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเติบโตค่อนข้างชัดเจน ในฐานะที่เป็นบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ จึงตั้งใจออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รับทั้งความคุ้มครองและบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม โดยมุ่งเน้นส่งมอบความคุ้มค่าของผลประโยชน์ความคุ้มครองที่ลูกค้าจะได้รับ ด้วยการปรับเบี้ยประกันภัยให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 575 บาทต่อเดือน เพื่อให้ลูกค้าทั่วไทยสามารถเข้าถึงประกันสุขภาพได้มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เอไอเอเป็นผู้นำในตลาดประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ยิ่งต้องตื่นตัวและปรับตัวเพื่อให้ฉีกออกจากคู่แข่ง โดยได้เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรง “สัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงแบบจ่ายหลายครั้ง (AIA Multi-Pay CI)” กับคอนเซ็ปต์ “โรคร้าย เจอ จ่าย หลายจบ” ที่ออกแบบมาให้ลูกค้าได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า ด้วยการจ่ายผลประโยชน์กรณีเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่ได้รับความคุ้มครองให้หลายครั้ง รวมสูงสุดถึง 11 ครั้ง จ่ายผลประโยชน์รวมสูงสุดถึง 800% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และเป็นครั้งแรกที่สามารถเคลมซ้ำบนโรคเดิมได้ถึง 3 โรคร้ายแรงระดับรุนแรงที่พบบ่อยและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการประกันโรคร้ายแรงที่เอไอเอตั้งใจมอบให้ เพื่อสร้างความอุ่นใจที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าในยามที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives”
นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมายังได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน AIA+ แอปใหม่ล่าสุดที่ได้รวมฟีเจอร์ของเอไอเอ ทั้ง AIA iService และ AIA Vitality มาไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันภัยและการดูแลสุขภาพได้สะดวกขึ้นภายในแอปเดียว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ และเปลี่ยนให้เอไอเอกลายเป็น Life Partner ของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นของลูกค้าในทุกๆ วัน ซึ่งพัฒนามาจากแนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การออกผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่กับอุตสาหกรรมสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของเอไอเอที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางได้เป็นอย่างดี ซึ่งในเรื่องนี้ คุณเอกรัตน์ กล่าวถึงเบื้องหลังการทำงานว่า บริษัทมีการทำวิจัยตลาดเพื่อหาความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดตามสถานการณ์ รวมไปถึงเทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อจะได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
ในอนาคต เอไอเอมีเป้าหมายที่จะสร้างสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากไปอีกขั้น ผ่านความร่วมมือในการทำงานแบบข้ามสายงาน ซึ่งช่วยให้การทำงานรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมกับช่วยกันผลักดันองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ และครองความเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรมและในใจลูกค้าตลอดไป
“การเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตในยุคนี้เราไม่สามารถโตคนเดียวได้ สำคัญที่สุดเราต้องมีพันธมิตรที่ดี มีวิสัยทัศน์ไปในทางเดียวกัน เพื่อร่วมกันสร้างอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร ซึ่งที่ผ่านมาเราได้มีการจับมือกับ True Digital Group ในการพัฒนา Telemedicine บริการพบแพทย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันหมอดี เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา สะดวกรวดเร็วและลดความเสี่ยงจากการแพร่เชื้อของโรคระบาด”
ทั้งนี้ จากการสำรวจปัญหาด้านสุขภาพของคนไทยพบสถิติที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก โดยหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุด คือโรคเบาหวาน จึงได้จับมือกับ True Digital Group เปิดตัวโครงการ “เบาหวานจัดการได้” มอบบริการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบครบวงจร โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อมุ่งดูแลลูกค้าที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ให้สามารถควบคุมความเสี่ยงที่เกิดจากอาการเบาหวานได้อย่างมั่นใจ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เข้าร่วมโครงการ นับเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำในวงการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง
“เรายังคงมุ่งหาพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้เราสามารถต่อยอดองค์ความรู้ และศักยภาพในการพัฒนาบริการให้เข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ ให้ทุกคนได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นตามคำมั่นสัญญาของเรา”
นอกจากดูแลด้านสุขภาพ (Health) แล้ว เอไอเอยังดูแลด้านการวางแผนทางการเงิน (Wealth) เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของลูกค้าด้วย โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ผนวกการดูแลทั้งในด้าน Health และ Wealth ให้กับลูกค้า ภายใต้ชื่อ AIA Vitality Unit Linked ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ รวมไปถึงลูกค้าที่ต้องการมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง ในระยะยาว
“เรามีแผนผลักดันตัวแทนสู่การเป็น Digital Agent ในอนาคต พร้อมมีการเทรนนิ่งอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตัวแทนทั้งหมดของเรากว่า 50,000 ท่านทั่วประเทศ นำความรู้ไปมอบคำแนะนำในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างดีและเหมาะสมที่สุด”
สุดท้ายนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์องค์กรที่เอไอเอก้าวเดินไปพร้อมกับผู้บริโภคและสังคมด้วยกันก็คือการทำธุรกิจควบคู่กับการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเอไอเอ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในด้าน ESG (Environment, Social and Governance) และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Commitment) ภายในปี 2050 ดังนั้น ปีนี้ทุกคนก็จะได้เห็นกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลชัดเจนมากขึ้น จากที่ทำกันอยู่ก็ยังคงทำต่อไปและทำให้ดียิ่งขึ้น

“ปีนี้ เอไอเอยังคงมีกิจกรรมด้านการตลาดที่เดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตของคนไทยเพื่อมุ่งให้คนไทยทั่วประเทศมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันซึ่งลูกค้าสามารถมั่นใจได้เสมอว่าจะมีเอไอเออยู่เคียงข้างและพร้อมส่งมอบความคุ้มครอง การดูแลที่อบอุ่นและการบริการที่รวดเร็วแก่ลูกค้าทุกท่าน ผ่านทุกๆ กิจกรรมทั้งกิจกรรมด้าน ESG การส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพแบบครบวงจร การบริการที่ดีและรวดเร็ว ตลอดจนแคมเปญส่งเสริมสุขภาพต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองที่เอไอเออยู่เคียงข้างคนไทยมาตลอด 85 ปี” ®