บนเส้นทางกว่า 88 ปี ในประเทศไทยของเอไอเอ (AIA) ไม่ใช่เพียงการทำธุรกิจประกันชีวิต เนื่องด้วยการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจนรักษาการเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคได้อีกครั้ง ล่าสุดกับความสำเร็จจากการคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดธนาคารและบริการทางการเงิน กลุ่มประกันชีวิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเอไอเอคือพันธมิตรที่เดินเคียงข้างลูกค้าในฐานะ Life Partner ที่ดูแลทั้งชีวิต สุขภาพ และการเงินอย่างแท้จริง

คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวถึงความหมายเบื้องหลังความสำเร็จนี้ว่า “รางวัล Thailand’s Most Admired Brand เป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคว่า เอไอเอเป็น Life Partner ของทุกคนจริงๆ คือเป็นพันธมิตรที่จะอยู่เคียงคู่กับลูกค้า ทั้งในแง่ของการดูแลสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน ซึ่งเราตั้งใจว่าจะช่วยดูแลลูกค้าในทุกจังหวะของชีวิต ตั้งแต่ตอนที่เขาก่อร่างสร้างตัว สร้างความมั่งคั่ง ไปจนถึงการดูแลครอบครัวของเขาไปพร้อมๆ กัน”
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอไอเอยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดประกันชีวิต คือการมองธุรกิจในภาพรวมแบบ Ecosystem โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit Linked ที่เอไอเอครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 80% ต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ปี ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแรง ด้วยการมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) เป็นของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันเติบโตขึ้นเป็นบริษัทจัดการกองทุนอันดับ 4 ของประเทศ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 1 ล้านล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านการลงทุน ความโปร่งใส และความเชี่ยวชาญในระยะยาว

ล่าสุด เอไอเอได้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวผ่านการเปิดตัว AIA ELITE INCOME PRESTIGE (UNIT LINKED) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Wealth-Life-Balance” เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) ที่ต้องการทั้งการสร้างรายได้ ความมั่นคงทางการเงิน และความคุ้มครองชีวิตในแผนเดียว จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือการสร้างโอกาสรับรายได้ตั้งแต่ปีแรกผ่านกองทุน AIA Global Active Income Fund (AIA-GAIF) ที่มีระบบรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) ควบคู่กับโครงสร้างเบี้ยประกันที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัยสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก ช่วยให้เงินของลูกค้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ในบริบทของตลาดประกันสุขภาพที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น เอไอเอเลือกเดินเกมเชิงรุกด้วยการสร้างสมดุลให้ทั้งระบบผ่านโครงการ AIA Smart Network ซึ่งเป็นความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 1,249 แห่งทั่วประเทศ เพื่อควบคุมมาตรฐานการรักษาและค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ลดความเสี่ยงที่เบี้ยประกันจะปรับตัวสูงเกินความจำเป็นในอนาคต

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมผ่านผลิตภัณฑ์ AIA Health Starter สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Copayment เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกกำหนดค่าใช้จ่ายร่วมได้เอง เพื่อช่วยลดภาระเบี้ยประกันภัย และเพิ่มการเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพให้กับคนไทยในวงกว้าง
“เอไอเอเข้าใจในความต้องการของลูกค้า รวมถึงสถานการณ์ด้านการแพทย์ที่อาจเป็นปัจจัยให้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานได้ AIA Health Starter จึงถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกความกังวล โดยเฉพาะหากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น โดยจะมีค่าใช้จ่ายร่วมที่ลดลง หรืออาจได้รับความคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก” คุณชลิดากล่าวเสริม
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมกับเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงง่าย และยังให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ตั้งแต่แผน 2,000 บาทขึ้นไป โดยมีตัวเลือกความคุ้มครอง 2 แบบ ได้แก่ แบบ Begin เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความคุ้มครองเพิ่มเติม และแบบ Balanced เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำประกันสุขภาพเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะพนักงานหรือข้าราชการที่มีประกันหรือสวัสดิการพื้นฐานอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยตอกย้ำบทบาท Life Partner ของเอไอเอ คือโครงการ AIA Vitality โปรแกรมดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของลูกค้า ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 950,000 คน โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมสะสมคะแนน เช่น การเดิน การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปี และแม้แต่การฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเริ่มต้นดูแลสุขภาพ และเมื่อลูกค้ามีสุขภาพที่ดีขึ้น การเคลมน้อยลง สิ่งเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนมาเป็นรางวัลและโบนัสเงินคืนให้กับลูกค้า เพื่อให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องสนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น
จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 แสดงให้เห็นว่าสมาชิก AIA Vitality ที่อยู่ในโปรแกรม 2-5 ปี มีสุขภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งค่าดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือด ขณะเดียวกัน สมาชิกระดับ Platinum ยังได้รับเงินคืนสูงสุดถึง 20% สำหรับประกันโรคร้ายแรง และ 15% สำหรับประกันสุขภาพ สะท้อนแนวคิดที่ว่า “สุขภาพดี มีรางวัลตอบแทน”
ที่ขาดไปไม่ได้และเป็นเบื้องหลังความแข็งแกร่งของแบรนด์เอไอเอ คือพลังตัวแทนที่ใหญ่ที่สุดและเป็นมืออาชีพที่สุดในประเทศ โดยมีตัวแทนที่มีใบอนุญาตที่ปรึกษาการลงทุน (IC License) มากกว่า 15,000 คน พร้อมด้วยโปรแกรม Financial Advisor 4.0 (FA 4.0) ที่เน้นการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือการวางแผนความมั่งคั่ง
นอกจากนี้ เอไอเอยังได้นำเทคโนโลยีมาใช้เสริมประสิทธิภาพผ่านแอปพลิเคชัน AIA One ที่ช่วยให้ตัวแทนเข้าถึงข้อมูลลูกค้าและวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized) ได้แม่นยำขึ้น เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตัวแทนลดงานด้านเอกสารและมีเวลาในการศึกษาผลิตภัณฑ์เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคนได้ดีที่สุด ในก้าวถัดไป เอไอเอยังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย ภายใต้เป้าหมายเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัย (Super Aging Society) ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในการพัฒนาโซลูชันประกันที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น
คุณชลิดา ทิ้งท้ายถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า “เราเชื่อว่าประกันชีวิตเป็นหลักประกันที่จำเป็นสำหรับทุกคน แม้ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดเราจะสูง แต่สัดส่วนคนไทยที่มีประกันเอกชนยังถือว่าน้อยเอไอเอจึงตั้งใจที่จะผลักดันให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองมากขึ้นเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืน และเราจะไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives”
ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา ผสมผสานทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของบุคลากร จึงผลักดันให้ AIA ยังคงรักษาตำแหน่งแบรนด์อันดับ 1 ในใจคนไทยได้อย่างมั่นคง