ตลาดไอศกรีมของบ้านเรามีมูลค่าตกปีละกว่า 10,000 ล้านบาท ความน่าสนใจของตลาดนี้ก็คือ สินค้าประเภทไอศกรีม เป็นสินค้าที่การตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่ของผู้บริโภคจะเป็น Impulse Buying คือไม่ได้มีการวางแผนว่าจะกินไอศกรีมมาก่อน แต่นึกอยากกินเมื่อถูกกระตุ้น หรือถูกเร้าจาก ณ จุดขาย
ทำให้เห็น การกระตุ้นการซื้อทั้งจากหน่วยรถขายสินค้าของทั้งวอลล์และเนสท์เล่ที่มีการใช้เสียงเพลงจิงเกิ้ลที่จดจำง่ายและแทบจะไม่เคยเปลี่ยน รวมถึงการสร้างสีสัน ณ จุดขาย และการออกสินค้าใหม่ๆ ที่สามารถสร้างความว้าว และดึงดูดสนใจ โดยทั้งเบอร์ 1 อย่างวอลล์ของยูนิลีเวอร์ และเบอร์ 2 อย่างเนสท์เล่ ต่างก็มีความต่อเนื่องในเรื่องของการออกสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด
ล่าสุด เนสท์เล่ มีการเปิดตัว ไอศกรีมเนสกาแฟโกลด์คาปูชิโน เข้ามาทำตลาดไอศกรีมพรีเมียม โดยวางราคาขายไว้ที่แท่งละ 40 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับแม็กนั่ม ของวอลล์
การออกไอศกรีมตัวนี้ มี Concept จากการนำเอาเมนูเครื่องดื่มกาแฟคาปูชิโนที่คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบ ดื่มง่าย รสชาติถูกปากคนไทยทุกเพศทุกวัย มาทำเป็นไอศกรีมแท่ง เป็นการ Collab ภายในองค์กรของเนสท์เล่ นำเอาความเชี่ยวชาญของทั้งเนสกาแฟ แบรนด์กาแฟอันดับ 1 ในไทย และเนสท์เล่ ไอศกรีม ซึ่งถือเป็น 2 Business Units ใหญ่ของเนสท์เล่ มาต่อยอดซึ่งกันและกัน เกิดเป็นผลิตใหม่ที่มีเอกลักษณ์แปลกใหม่
ถือเป็นการสร้างแรงส่งให้กับกันและกันได้เป็นอย่างดี โดยจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงส่งในการเข้าถึงแบรนด์เนสกาแฟ โกลด์ กาแฟระดับพรีเมียมของเนสท์เล่ที่สามารถมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ในรูปแบบของการบริโภคที่แตกต่างออกไปจากเดิม ขณะที่ไอศกรีมเนสท์เล่ จะเข้ามาช่วยเพิ่มสีสันให้กับการทำตลาดไอศกรีมพรีเมียมได้เป็นอย่างดี โดยจะเป็นการช่วยเติมเต็มจุดแข็งในแง่ของไอศกรีมกาแฟ ที่มีภาพจำในฐานะเจ้าของแบรนด์กาแฟอย่างเนสท์กาแฟ

สำหรับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เนสท์กาแฟ โกลด์คาปูชิโน นั้นจะเป็น เนสกาแฟ ไอศกรีมรสคาปูชิโน่เนื้อเนียนนุ่ม หอมละมุน ที่บาลานซ์กันอย่างลงตัวระหว่างไอศกรีมวานิลลาแสนอร่อย และกาแฟอาราบิก้าคุณภาพ เคลือบด้วย Soft Coffee Coating กาแฟอาราบิก้าสุดพรีเมี่ยม หอมกรุ่น ผสานกับนม ซึ่งเป็นการเคลือบที่ให้สัมผัสนุ่มละมุนลิ้น เมื่อกัดตัวเคลือบแสนอร่อยแล้วจะไม่หลุดร่วงหรือแตกเป็นชิ้น โดยเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยเนสท์เล่ไอศกรีม ผ่านการจดสิทธิบัตรเป็นเจ้าแรกของวงการไอศกรีมไทยที่สามารถทำได้ โดยมาในแพ็คเกจจิ้งแบบกระดาษที่ให้ความพรีเมียม และรักษ์โลกอีกด้วย
เนสท์เล่ มองถึงการส่งไอศกรีมตัวใหม่นี้ เข้ามาทำตลาดกับคนรุ่นใหม่หรือ Young Generation ที่ชื่นชอบกาแฟ และต้องการมองหาความแปลกใหม่ที่มาเติมเต็มความอร่อยเพลิดเพลินในแต่ละวัน โดยเป็นการตอบรับกับเทรนด์การบริโภคไอศกรีมที่ผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบัน มีการให้รางวัลกับตัวเองด้วยการมองหาของกินเล่นเพื่อช่วยเติมเต็มความสุขระหว่างวัน ทำให้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดของไอศกรีมที่เป็นพรีเมียม ซึ่งก่อนหน้านั้นมีแม็กนั่ม ของวอลล์จากค่ายยูนิลีเวอร์ทำตลาดอยู่ แต่ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่เริ่มขยับมาทำตลาดตรงนี้ โดยเฉพาะกับเนสท์เล่ ที่เริ่มมีการเปิดตัวสินค้าในกลุ่มนี้เข้ามาทำตลาดมากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ กลายเป็นโอกาสทางการตลาดของแบรนด์ไอศกรีมที่ทำตลาดในส่วนของพรีเมียม และพรีเมียม แมสแบรนด์อื่นๆ นอกจากวอลล์ ที่เข้ามาบุกตลาดผ่านตู้แช่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อย่างเต็มที่ด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้า และเมื่อไลฟ์สไตล์การบริโภคไอศกรีมของคนไทย กลายเป็นเรื่องของการผ่อนคลาย และให้รางวัลกับตัวเองในแต่ละวัน ก็ยิ่งทำให้โอกาสของไอศกรีมพรีเมียม และพรีเมียม แมส ที่ขายราคาแท่งละ 25 - 30 บาทขึ้นไป มีมากขึ้น
จากข้อมูลของนีลเส็น ประเทศไทย พบว่า ตลาดไอศกรีมของบ้านเราแบ่งช่องทางขายหลักๆ ออกเป็น ช่องทางซูเปอร์ – ไฮเปอร์มาร์เก็ตในสัดส่วน 9% ร้านค้าดั้งเดิม 51% และคอนวีเนียนสโตร์อีก 40% นีลเส็น

ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้รวมช่องทางขายที่เป็นรถสามล้อเข้าไปด้วย เนื่องจากไม่ได้แท็กข้อมูลในช่องทางขายดังกล่าว โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขากว่า 10,000 สาขา กลายเป็นช่องทางสำคัญของการขายไอศกรีม การถูกแทนที่ด้วยสินค้าของหลายแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสในการเลือกมากขึ้น
วอลล์ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งที่ค่อนข้างห่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ เนื่องจากกุมความได้เปรียบไว้หลายเรื่อง ไล่ตั้งแต่
1.ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ที่หยั่งรากลึกในตลาดมานาน โดยวอลล์มีซับแบรนด์ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ อาทิ แพดเดิล ป๊อป สำหรับเด็ก คอร์นเนตโต สำหรับวัยรุ่น และแม็กนั่ม สำหรับกลุ่มผู้ใหญ่ เป็นต้น
2.ระบบจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่ได้เป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น แต่วอลล์ยังมีระบบการกระจายสินค้าที่แข็งแรง โดยทำผ่านตัวแทนหรือที่เรียกว่าคอนเซสชั่นแนร์ ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยคอนเซสชั่นแนร์เหล่านั้น นอกจากกระจายสินค้าเข้าร้านค้าย่อยแล้ว ยังมีหน่วยรถขายที่เป็นสามล้อกระจายไปยังชุมชนต่างๆ ซึ่งเข้ามาช่วยผลักดันสินค้าเข้าหาผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
ยิ่งสินค้าประเภทไอศกรีม เป็น Impulse Buying ที่การตัดสินใจซื้อเกิดจากการกระตุ้นที่จุดขาย โดยไม่ได้มีการวางแผนในการซื้อมาก่อน หน่วยรถขายยิ่งมีความสำคัญ เพราะจะเข้าไปเร้าการซื้อได้เป็นอย่างดี ผ่านการสร้างสัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคคุ้นชินอย่างเสียงที่ดังจากรถขาย ขณะที่เรื่องของตู้แช่ไอศกรีมนั้น มีการประเมินกันว่า จำนวนตู้แช่ที่กระจายออกไปตามร้านค้าย่อยของวอลล์น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นตู้ ซึ่งถือว่ามากสุดในบรรดาผู้เล่นในตลาดนี้
3.การตลาดที่เข้มข้น ด้วยงบการตลาดจำนวนมหาศาลที่เจ้าของแบรนด์อย่างยูนิลีเวอร์ใส่เข้าไป
4.ความต่อเนื่องในการออกสินค้าใหม่ๆ เพื่อเข้ามาสร้างสีสันในการทำตลาดแต่ละช่วงเวลา
5. ความได้เปรียบในเรื่องของ Operating System ซึ่งเป็นอีกหัวใจหลักของตลาดไอศกรีม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะไอศกรีมเป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนสูงในชนิดที่เราคิดไม่ถึง นอกจากเครื่องจักรผลิตไอศกรีมจะแพงแล้ว ยังต้องลงทุนในเรื่องระบบ Cold Chain ทั้งหมดไล่ตั้งแต่โรงงานผลิต สต๊อก ห้องเก็บของ รถบรรทุก และตู้แช่ รวมถึงค่าขนส่ง ดังนั้นหากไม่มีสเกลที่ใหญ่พอแล้วละก็ ต้นทุนก็จะสูงเป็นเงาตามตัว หรือหากทำได้ราคาสินค้าอาจต้องแพงจนไม่สามารถเจาะเข้าไปในตลาดแมสได้

ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าความได้เปรียบของธุรกิจนี้อยู่ที่ “สเกล” ทำให้วอลล์สามารถผลิตและจำหน่ายไอศกรีมในราคาเริ่มต้นเพียงแท่งละ 10 บาทได้
ด้วยความที่วอลล์เป็นโกลบอลแบรนด์ จึงมีสเกลถึง 2 ระดับด้วยกัน คือ สเกลในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคเพื่อที่จะสร้างวอลุ่มให้มีขนาดใหญ่พอที่จะควบคุมต้นทุนการผลิตจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยทุกครั้งที่วอลล์ผลิตสินค้าใหม่ไม่ว่าจะฟอร์แมตโคน แท่ง หรือถ้วยก็ตาม จะต้องลงทุนเครื่องจักรในโรงงานผลิต ตลอดจนวางแผนเรื่องวัตถุดิบสั่งซื้อสินค้าให้ถูกต้องตามฤดูกาล และการจัดส่งในระบบ Cold Chain ซึ่งทั้งหมดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อมีสเกล
ส่วนเนสท์เล่นั้น มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตไม่แพ้วอลล์ โดยเฉพาะกับการใช้จุดแข็งในเรื่องของการจัดจำหน่าย ซึ่งน่าจะทำให้การขับเคี่ยวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเข้มข้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
โดยมีเนสท์การแฟ โกลด์คาปูชิโน เป็นอีกสีสันที่จะเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตในตลาดไอศกรีมพรีเมียมในปีนี้....