ว่ากันว่า ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 2 ราย มีการปรับกลยุทธ์การตลาดขนานใหญ่ โดยลดการนำเสนอสินค้าลง แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการทำในเรื่องของพื้นที่เช่า เนื่องจากมีการเติบโตของรายได้ค่อนข้างสูงถึง 12% สวนทางกับสินค้าในกลุ่ม นอน ฟู้ด ที่เติบโตเพียง 1 – 2% เท่านั้น
ทำให้เราจะได้เห็นการแปลงร่างจากไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มาสู่การเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่บวกด้วยพื้นที่เช่า ซึ่งเป็นการปรับตามไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของคนไทยที่ก้าวสู่การเป็นสังคมเมือง และมีคนชั้นกลางมากขึ้น ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้เห็นการสิ้นสุดการแข่งขันกับลงทุนในการทำไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ และต่อสู้กันด้วยสงครามราคาเหมือนช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คือ การเข้าถึงการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ทำได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการช้อปของคนไทยในเรื่องของการมาช้อปที่สาขาที่เป็น Physical Store ในความถี่ที่ลดลง และอาจจะรวมถึงจำนวนสินค้าที่ซื้อต่อตะกร้าในแต่ละครั้งก็ลดลงตามไปด้วย

ต่อเรื่องนี้ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ “BRC” เคยให้มุมมองที่น่าสนใจว่า คนไทยเปลี่ยนรูปแบบจากแค่การมาช้อปปิ้งที่สโตร์ สู่การมาใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับรูปแบบการนำเสนอสาขาที่ต้องเติมเต็มเรื่องของการใช้ชีวิตเข้าไป
การปรับโฉมครั้งใหญ่ของบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือสาขาขนาดใหญ่ โดยรีแบรนด์ออกมาเป็น “บิ๊กซี เพลส” ซึ่งจะมาภายใต้ของคอนเซ็ปต์การเป็นสถานที่จุดหมายของครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเป็นที่นัดพบปะ สังสรรค์ ทานอาหาร พักผ่อน หรือแม้กระทั่งทำงาน และจับจ่ายซื้อหาสินค้าตามที่ต้องการ
ในการนี้ บิ๊กซี มีการปรับโฉมสาขาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากกว่า 15,000 ตารางเมตรขึ้นไป โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ Town Center หรือช็อปร้านค้าในส่วนพื้นที่เช่า โดยจะมีสัดส่วนกว่า 60% ซึ่งจะมากกว่าพื้นที่ขายของไฮเปอร์มาร์เก็ตเอง ซึ่งการปรับโฉมนี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในทุกๆ ด้าน
อัศวิน บอกว่า คนไทยมีเวลาน้อยลง จะทำอย่างไรให้เขามาใช้เวลาที่บิ๊กซี ซึ่งไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งในสโตร์ แต่ยังรวมถึงการใช้ชีวิตในรูปแบบอื่นๆ ในพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ของเรา นั่นคือเหตุผลที่เรามีการปรับคอนเซ็ปต์ให้บิ๊กซี เป็น Happy Space ของคนทั้งครอบครัว โดยเราจะปรับแบบ 360 องศา ทั้งบรรยากาศของสโตร์ การนำเสนอสินค้า และบริการ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้เขามองเราเป็นสถานที่ที่ให้ความสุขกับพวกเขา
การปรับโฉมครั้งนี้ จะเป็นการสอดรับกับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของคนไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มาห้างค้าปลีกโดยไม่ได้มาแค่ช้อปปิ้งอย่างเดียว แต่ยังมองถึงการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการทานอาหารนอกบ้าน ทำให้การปรับโฉมครั้งใหญ่ของบิ๊กซี เป็นบิ๊กซี เพลสในครั้งนี้ จะมีการเติมในส่วนที่เป็นร้านอาหารแบรนด์ดังในพื้นที่ของช้อปปิ้งพลาซ่าเข้าไปมากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเพิ่มพื้นที่ Co-working Space และ Relax Zone เพื่อทำให้เป็นจุดหมายของคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการปรับภาพลักษณ์เพื่อเล่นกับนักช้อปที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล หลังจากที่ลูกค้าส่วนใหญ่ของบิ๊กซีในอดีตจะเป็นกลุ่มแมส เป็นหลัก
บิ๊กซี เริ่มมีการทยอยรีโนเวทสาขาขนาดใหญ่ของตัวเอง เพื่อปรับเปลี่ยนเป็น บิ๊กซี เพลส โดยเริ่มเปิดไปแล้วที่สาขาลำลูกกา และจะตามมาด้วยสาขารัชดาที่เป็นสาขาขนาดใหญ่ของบิ๊กซีที่รองรับทั้งนักช้อปชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
ส่วนในต่างจังหวัด คาดว่าจะมีการเปิดสาขาในรูปแบบของบิ๊กซี เพลส ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดได้ในช่วงปลายปีนี้
หลังจากนั้น จะมีการทยอยรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่ อาทิ สาขาพระรามสี่ สาขาอ่อนนุช โดยบิ๊กซี จะทุ่มงบประมาณ 2 พันล้าน รีโนเวตสาขาเก่า 10-15 สาขา ให้กลายเป็นบิ๊กซี เพลส ที่จะมีพื้นที่ในการเลือกซื้อสินค้า และพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
“การรีโนเวตบิ๊กซีสาขาเก่าให้เป็น บิ๊กซีเพลส แต่ละที่จะต่างกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ อย่างเช่น สาขารัชดา มีคนจีนอยู่มาก และนักท่องเที่ยวก็เริ่มเข้ามาใช้บริการ อาจจะมีร้านหม่าล่า หรือร้านปิ้งย่างตอบสนองลูกค้าด้วย นอกจากนี้มีปรับพื้นที่ฟู้ดคอร์ต กลางวันขายอาหาร กลางคืนอาจจะมีพื้นที่จัดงานและมีติดจอแอลอีดี รวมถึงเพิ่มสีสันใหม่ๆ เข้าไป เพื่อทำให้บิ๊กซี เพลส กลายเป็น Third Place ที่สมบูรณ์แบบ”
ไม่เพียงแค่การเพิ่มร้านอาหาร หรือช้อปของสินค้าแบรนด์ดังเข้าไปเท่านั้น แต่บิ๊กซี ยังมีการปรับพื้นที่ในสโตร์ใหม่ โดยจะแยกแผนกออกเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยจะมีการแยกสินค้าแต่ละหมวดออกมาอย่างเด่นชัดพร้อมสร้างแบรนด์ในลักษณะของ “ช็อป อิน ช็อป” อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า จะใช้แบรนด์ Big Power ส่วนฝั่ง Grocery และ Dry Food จะ ใช้แบรนด์ Food place ส่วนอาหารสดหรือ Fresh food จะใช้แบรนด์ We Are Fresh Market ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าในกลุ่มอาหารสดที่บีเจซีส่งเข้ามาทำตลาดก่อนหน้า เป็นต้น

ปัจจุบันบิ๊กซี มีสาขาทุกฟอร์แมทรวมกว่า 1,741 สาขา ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นประเภทร้านค้าขนาดใหญ่ 200 สาขา, ประเภทร้านค้าขนาดเล็ก 1,518 สาขา และประเภทอื่น ๆ เช่น ตลาดนัด, บิ๊กซี ฟู้ด เซอร์วิส, บิ๊กซี ดีโป้ รวม 23 สาขา รวมถึงมีธุรกิจประเภทค้าส่ง และธุรกิจอื่น เช่น ร้านขายยาเพรียว, ร้านกาแฟวาวี, ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส
บิ๊กซี มีการวางโรดแม็ป 5 ปีในการลงทุนขยายสาขาของบิ๊กซีในทุก Platform เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุก Lifestyle และจำนวนสาขาเพื่อให้สะดวกต่อการเข้าใช้บริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ภายในปี 2569 ประกอบด้วย ในไทย ขยาย บิ๊กซี ไฮเปอร์มาเก็ต เพิ่มเป็น 160 สาขา จากปัจจุบัน 153 สาขา, บิ๊กซี มินิ เพิ่มเป็น 2,853 สาขา จากปัจจุบัน 1,352 สาขา, บิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต และขายส่งเพิ่มเป็น 84 สาขา จากปัจจุบัน 59 สาขา
ส่วนแผนการขยายสาขาในต่างประเทศนั้น ในกัมพูชา จะขยายบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต เพิ่มเป็น 6 สาขา จากปัจจุบัน 1 สาขา, บิ๊กซี มินิ เพิ่มเป็น 276 สาขา จากปัจจุบัน 1 สาขา ใน สปป.ลาว ขยายบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต 2 สาขา, บิ๊กซี มินิ เพิ่มเป็น 245 สาขา จากปัจจุบัน 57 สาขา
รายได้จากพื้นที่เช่า กลายเป็นอีกการสร้างรายได้ที่น่าจับตาของบิ๊กซี เพราะมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากพื้นที่เช่าในส่วนที่เป็น Town Center หรือร้านค้าในศูนย์แล้ว บิ๊กซี ยังมีพื้นที่เช่าในรูปแบบของตลาด Open-Air 8 แห่งในประเทศไทย ลานนัดกลางคืน คือ ตลาดเดินเล่น จำนวน 6 สาขา ตลาดนัดกลางวัน ได้แก่ ตลาดครอบครัว 1 สาขา และ ตลาดทิพย์นิมิตร 1 สาขา
เป็นอีกการเติมเต็มการสร้างรายได้ที่น่าสนใจไม่น้อย....