อาร์คิเทคทูราผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชั้นนำจากต่างประเทศและเป็นผู้เล่นระดับ TOP 3 ของประเทศไทยลงทุนครั้งใหญ่ย้ายโชว์รูมเก่ามาเปิดตัว Tonson Showroomโชว์รูมใหม่ที่ซอยต้นสน พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของงานดีไซน์ระดับไฮเอนด์ พร้อมเผยแผนยุทธศาสตร์รุกตลาด TOP : Team – Opportunity – Partners ด้วยการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง มองหาโอกาส และจับมือกับสถาปนิก มัณฑนากร เจาะตลาดทั้ง B2B และ B2C
เปิดตัว Tonson Showroomสมชัย อัครวิทยาภูมิกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชั้นนำจากต่างประเทศเปิดเผยถึงการลงทุนครั้งล่าสุดของบริษัทฯ ว่า
“บริษัทได้ลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าของงานดีไซน์ชั้นสูง โดยได้ย้ายที่ตั้งของโชว์รูมมาอยู่ในบ้านหลังใหม่Tonson Showroom ที่ซอยต้นสน ถนนเพลินจิตบนพื้นที่กว้างขึ้นกว่า 2,500 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองความต้องการเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์หรูระดับพรีเมียมที่เพิ่มมากขึ้น
“Arkitektura (อาร์คิเทคทูรา)เป็นผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชั้นนำจากต่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมและคุณภาพสูง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ เป็นผู้นำที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาได้คัดสรรและตั้งใจนำเสนอสินค้าที่ดีมาให้แก่ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสถึงงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก ด้วยนิยามที่ว่า "Generations of Awesome Quality and Craftsmanship"
สำหรับโชว์รูมแห่งใหม่ ลูกค้าจะได้สัมผัสกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก ซึ่งบริษัทนำเข้าและผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อนำเข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกันกว่า10 แบรนด์อาทิ Poliform, Flexform, Arclinea, Dornbracht, Caracole, Poggenpohlเป็นต้นซึ่งครอบคลุมทุกสไตล์การตกแต่งและทุกพื้นที่ภายในบ้านตั้งแต่ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องครัว”
TOP ยุทธศาสตร์รุกตลาด สมชัย เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การรุกตลาดของบริษัทในปีนี้ว่า บริษัทฯ บุกตลาดด้วยรหัสยุทธศาสตร์ TOP : Team – Opportunity – Partners ด้วยการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง มองหาโอกาส และจับมือกับสถาปนอิก มัณฑนากร รุกเจาะตลาดทั้ง B2B และ B2C ประกอบด้วย
- Team การสร้างทีมงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากบุคลากรคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของบริษัท
- Opportunity การมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆโดยประเมินจากแนวโน้มที่มีศักยภาพ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น เรามองเห็นโอกาสใหม่ๆ ของตลาดระดับบนในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ หรือโรงแรมรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครนำเสนอมาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในระหว่างศึกษาและเตรียมความพร้อม
- Partners การจับมือกับสถาปนิก และมัณฑนากรอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบที่ทรงคุณค่า สมบูรณ์แบบ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด
เจาะตลาดทั้ง B2B และ B2C“เป้าหมายของบริษัทฯ ในปีนี้ เราตั้งเป้าเติบโต20% โดยยังคงเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มลูกค้า B2B อาทิ อสังหาริมทรัพย์ระดับบน, โครงการ Mixed-Use โรงแรมและรีสอร์ตระดับลักซ์ชัวรี่ ฯลฯ ซึ่งเป็นตลาดที่คัดสรรเฉพาะงานออกแบบคุณภาพสูง เปี่ยมด้วยคุณค่าของงานดีไซน์ของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ขณะเดียวกันก็นำเสนอเฟอร์นิเจอร์สั่งทำระดับพรีเมียมให้กับโครงการต่างๆมากขึ้นด้วย เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาเมืองไทยมากขึ้น หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19สิ้นสุดลง โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าที่ดินในเมืองปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และย่อมเป็นโอกาสเติบโตของตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับบนเช่นกัน”
สมชัยกล่าวต่อไปถึงการรุกตลาด B2C ว่า “ตลาด B2C เป็นเซ็กเม้นท์ที่เราวางแผนที่จะรุกตลาดมากขึ้น จากการทำตลาดด้วยการทำงานร่วมกับสถาปนิก และมัณฑนากรอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากการทำตลาดผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำในสวนของ Bed & Bath Products และการขายผ่านแผนกเฟอร์นิเจอร์ในโชว์รูมของบริษัทฯ
รวมทั้งมีแผนขยายช่องทางออนไลน์อีกด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เปิด “แฟล็กซิพ สโตร์” ที่เป็นความร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่นำเข้ามา อาทิ Flexformแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากอิตาลี ถือเป็นโมเดลธุรกิจ(Business Model)ที่ทำกันอยู่ทั่วโลก แต่นอกจากการเป็น “แฟล็กซิพ สโตร์” แล้ว เรายังเสริมให้เป็น “โชว์วิลล่า” (Show Villa)เพื่อให้ลูกค้าได้รู้สึกเหมือนอยู่ในวิลล่าจริงๆ ซึ่งน่าจะเป็นแห่งแรกในเอเซียที่ทำลักษณะนี้ เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้านอกเหนือจากการนำเสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว”
ภาพรวมตลาดปัจจุบันภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศมีมูลค่า 50,000 ล้านบาท โดยเซ็กเมนต์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์มีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของตลาดรวม และเป็นเซ็กเมนต์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบัน อาร์คิเทคทูรา ถือเป็นบริษัทชั้นนำในตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ในTOP3ของประเทศไทย โดยบริษัทยังคงตอกย้ำการเป็นผู้นำที่นำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงให้กับลูกค้าอย่างจริงใจและยึดมั่นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน