คาดว่าในปี 2566 จะมีนักเดินทางไมซ์รวม 18,550,000 คน สร้างรายได้ 109,000 ล้านบาท แบ่งเป็น นักเดินทางไมซ์ต่างประเทศจํานวน 760,000 คน รายได้ 50,000 ล้านบาท และนักเดินทางไมซ์ในประเทศ จํานวน 17,790,000 คน รายได้ 59,000 ล้านบาท โดยมีการดึงงานไมซ์ไฮไลท์ระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทย อาทิ การประชุมวิชาการนานาชาติมอนเทสซอริ ครั้งที่ 29 (29
th International Montessori Congress) การประชุมสามัญประจำปีของสมาคมสหพันธ์นิทรรศการและการประชุมแห่งเอเชีย (AFECA Annual General Meeting 2023) การประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 62 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ (62
nd ICCA Congress 2023) การประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ปี 2566 (World Allergy Congress (WAC) 2023) และล่าสุดในปี 2567 ประเทศไทยสามารถดึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า (FIFA Congress 2024) ได้จึงเป็นความสำเร็จที่ทีเส็บร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ได้เป็นเจ้าภาพ และจะเป็นบันไดสำคัญก้าวสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานฟุตบอลโลกในอนาคต
คุณจิรุตถ์ กล่าวเสริมว่า ในปีนี้ ทีเส็บวางแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ภายใต้ยุทธศาสตร์ TCEB Go โดยนำนวัตกรรมและความยั่งยืนมาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน 5 ด้าน ได้แก่
- T: Thailand As Global MICE Leader มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นําในการจัดกิจกรรมไมซ์ระดับโลก เพื่อเพิ่มรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสร้างพันธมิตรและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทย
- C: Create Destination Competitiveness Through Diverse Local Identity ยกระดับศักยภาพการรองรับกิจกรรมไมซ์ในแต่ละพื้นที่ด้วยการสร้างความหลากหลายของอัตลักษณ์เชิงพื้นที่และประสบการณ์ที่มีคุณค่า ผ่านการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชนตลอดจนเครือข่ายในท้องถิ่น
- E: Execute Innovative MICE Solution การส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและนวัตกรรมด้านการบริการไมซ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไมซ์ไทยบนเวทีโลก
- B: Build Agile and High Performance Organization มุ่งสู่การเป็นองค์การสมรรถนะสูงที่คล่องตัวและทันโลกโดยเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานขององค์การ
- Go: Go for MICE Sustainability พลิกโฉมไมซ์ไทยด้วยความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผลักดันให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ
“ความยั่งยืนจะไม่ใช่เรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม หรือจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเท่านั้น แต่คือความจำเป็นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไมซ์ โดยเฉพาะในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการจัดงาน ซึ่งก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตพรินท์ ทีเส็บเล็งเห็นถึงเทรนด์ไมซ์ระดับโลก จึงจับมือกับสภาอุตสาหกรรมและองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกริเริ่มทำโครงการรับซื้อคาร์บอนเครดิต รองรับกฎระเบียบในอนาคต รวมถึงส่งสัญญาณไปยังผู้ประกอบการไมซ์ให้ปรับตัวด้วยไอเดียกิจกรรมใหม่ๆ ที่สามารถนำมาหักลบคาร์บอนฟุตพรินท์อย่าง Slow Route ใช้วันเดินทางมากขึ้น แต่ลดการปล่อยคาร์บอนน้อยลง เช่น นั่งรถไฟ หรือขี่จักรยาน ซึ่งเราคิดว่าแกนนวัตกรรมและความยั่งยืนจะทำให้ไทยก้าวข้ามผ่านการแข่งขันด้านราคา หรือ Cost Oriented มาสู่ High Value Destination สร้างอิมแพ็คให้เศรษฐกิจและสังคมต่อไป”แน่นอนว่า บทบาทการเป็น Creator ผู้สร้างโอกาสต่างๆ ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่องย่อมสะท้อนดีเอ็นเอของคนในองค์กรได้เป็นอย่างดี
“เพื่อเปิดโอกาสให้คนในองค์กรมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ ทีเส็บมีนโยบายกระจายอำนาจโดยผู้บริหารระดับสูงจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ทีมงาน และให้ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการเป็น Project Director ริเริ่มพัฒนาไอเดียบริหารโครงการมากขึ้น เพิ่มบทบาทในการทำงานผ่านกระบวนการแบบ Agile Organization สอดคล้องกับลักษณะงานของทีเส็บที่เป็น Project Based พร้อมรับกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ อย่างการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Specialised Expo 2028 Phuket Thailand ที่ผ่านมา ด้วยโมเดล Agile Organization ทุกคนร่วมแรงร่วมใจและมองเห็นประโยชน์ ทำให้เราทำงานได้เกินกว่าที่คิด เกินกว่ากำลังพลที่มี ถึงแม้จะพลาดงานนี้ไป อย่างน้อยเราได้ทิ้ง Legacy ให้ทั่วโลกได้รู้จักศักยภาพความพร้อมของภูเก็ตในการจัดงานระดับนานาชาติและจังหวัดได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากการปักหมุดเป็นประเทศที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานเมกะอีเวนต์ระดับโลกในอนาคตต่อไป”