เอ่ยชื่อ “เอพี ไทยแลนด์” หลายคนคงหมดข้อกังขาถึงการเป็นผู้นำวงการอสังหา จากตัวเลขรายได้ที่ทำลายสถิติการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เจ้าของรางวัลแบรนด์อสังหาที่ 1 ในใจผู้บริโภค เจ้าไอเดียในการออกแบบสเปซ รวมถึงการเป็นองค์กรแห่งการสร้างโอกาสให้คนในสังคมเกิดองค์ความรู้ใหม่นำไปพัฒนาศักยภาพตัวเอง สะท้อน Vision และ Mission ปรัชญาการทำงาน Empower Living เพื่อสร้างและพัฒนาสินค้าหรือบริการที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถที่จะมีชีวิตดีๆ ในแบบที่เลือกเองได้ให้เกิดขึ้นทุก Stakeholder
ทุบสถิติรายได้
แม้หลายปีมานี้ วงการอสังหาจะได้รับผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจหลายระลอก นับจากวิกฤตสงครามการค้าโลกมาถึงสถานการณ์โควิด ซึ่งล้วนมีผลต่อการชะลอการตัดสินใจซื้อ แต่ต้องยอมรับว่า เอพีก้าวข้ามทุกข้อจำกัดด้วยการเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง
ปี 2565 ที่ผ่านมา เอพีสร้างสถิติเป็นที่สุดด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มากถึง 51 โครงการ มูลค่ารวม 63,600 ล้านบาท ด้านยอดขายสุทธิทำได้ 50,415 ล้านบาท เกินจากเป้าที่ตั้งไว้ เติบโตจากปี 2564 อยู่ที่ 44% รวมถึงยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้
ปี 2566 เอพีตั้งเป้าหมายสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีก โดยวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตลาด จำนวน 58 โครงการ มูลค่ารวม 77,000 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 22 โครงการ มูลค่า 34,800 ล้านบาท ทาวน์โฮม 27 โครงการ มูลค่า 26,400 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ทั้งปีเอพีจะมีโครงการพร้อมขายทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากถึง 192 โครงการ มูลค่า 165,600 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 58,000 ล้านบาท เป้ารายได้รวม 100% JV (ร่วมทุนกับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท) อยู่ที่ 57,500 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ผ่านมาครึ่งปีแรกของปีนี้ เอพีก็สามารถสร้างยอดขายได้แล้วถึง 39,501 ล้านบาท มาจากสินค้าแนวราบมูลค่า 29,307 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมที่เริ่มกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่า 10,194 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคาดว่าจะทำให้เอพีสร้างยอดขายได้เกินกว่าเป้าที่วางไว้ 58,000 ล้านบาท เพราะยังมีโครงการใหม่ที่รอเปิดตัวในครึ่งปีหลังอีก 40 โครงการ รวมมูลค่า 55,940 ล้านบาทโดยเป็นทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 19,550 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 14 โครงการ มูลค่า 24,750 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท และต่างจังหวัด 4 โครงการ มูลค่า 3,340 ล้านบาท
พอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์
การเป็นดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ในตลาดทำให้เอพีมีโปรดักต์พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกโปรดักต์เซ็กเม้นต์ราคา และทำเลมากที่สุดในตลาดอสังหาก็ว่าได้ เพื่อให้ลูกค้าเลือกและใช้ชีวิตใน Aspiration แบบที่ต้องการ
คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจปีนี้ของเอพียังคงโฟกัสการทำงานแบบ Dive Deeper in Property Business เจาะลึกและเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อครองความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาคอนโดมิเนียม กลุ่มธุรกิจพัฒนาบ้านเดี่ยว และกลุ่มธุรกิจพัฒนาทาวน์โฮม ที่มีรวมทั้งหมด 16 แบรนด์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สนใจในปีนี้ของเอพีก็คือการรุกตลาดลักชัวรี่ที่มีดีมานด์เพิ่มขึ้นในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ราคา 20 - 50 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ราคา 50 - 100 ล้านบาท รวมถึงการอัพสเกลคฤหาสน์หรู THE PALAZZO (เดอะ พาลาสโซ่) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง
สำหรับทาวน์โฮม ปัจจุบันเอพีถือเป็นผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมือง เนื่องจากครองส่วนแบ่งตลาดมากสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนยูนิตที่ขายได้มากที่สุด ได้เตรียมเปิดตัวทาวน์โฮมใหม่ 27 โครงการ มูลค่า 26,400 ล้านบาท ครอบคลุมครบทั้ง 6 Sub-brand ตั้งแต่ระดับราคา 1.69 - 25 ล้านบาท ไฮไลท์สำคัญ คือการขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มบ้านแฝดให้มากยิ่งขึ้น ภายใต้แบรนด์บ้านกลางเมือง THE EDITION บ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีหน้ากว้างที่มากสุดถึง 12.8 เมตร และ GRANDE PLENO บ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 13.5 เมตร รวมถึงการเปิดตัว Luxury Townhome ภายใต้แบรนด์บ้านกลางเมืองบนทำเลรัชโยธิน

ผู้นำการออกแบบสเปซให้เป็นมากกว่าพื้นที่
หากพูดถึงการออกแบบสเปซ ต้องยอมรับว่าเอพีจะเป็นแบรนด์แรกที่คนนึกถึง และเป็นผู้นำในด้านนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยการปลูกฝังให้พนักงานทุกคนมีระบบคิดตามหลัก Design Thinking ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมดีไซน์ที่มีจุดเริ่มต้นจากลูกค้าเป็นสำคัญ เพราะให้ความสำคัญกับการค้นหา Unmet Need ของลูกค้า และทำความเข้าใจด้วยวิธี Empathy Design Approach นำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Aspiration หรือความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ของลูกค้าที่มีความหลากหลายได้อย่างสูงสุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย
อย่างปีที่ผ่านมา เอพีสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดทาวน์โฮม นำ “Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้” มาเป็นโรดแม็บการออกแบบจนได้ออกแบบทาวน์โฮม และบ้านแฝดรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งทำเล ฟังก์ชั่นของบ้าน พื้นที่ใช้สอย สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลาง และมีให้เลือกหลายระดับราคาเพื่อให้ผู้บริโภคทุกเซ็กเม้นต์เข้าถึงได้ หลังศึกษาและทำความเข้าใจ Consumer Insight และ Pain Point การอยู่อาศัยทาวน์โฮม และบ้านแฝดที่มีอยู่ในตลาด พบข้อจำกัดมากมาย เช่น พื้นที่ใช้สอยน้อยเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว ปัญหาความเป็นส่วนตัวเนื่องจากบ้านแต่ละหลังอยู่ติดกัน การออกแบบฟังก์ชั่นในบ้านยังไม่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง
นำมาสู่การปลดล็อกทาวน์โฮม - บ้านแฝดรูปแบบเดิมๆ เป็นแบบบ้านมากถึง 20 โมเดล ครอบคลุม 6 Sub-brand ให้ลูกบ้านเลือกตามไลฟ์สไตล์และความต้องการ เช่น ทาวน์โฮมดีไซน์เล่นระดับ มีทั้ง 3.5 ชั้น และ 3 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร เพื่อให้มีวิวมุมมองกว้างขึ้น ทั้งหน้าบ้านและด้านข้างจะไม่ได้ติดกับข้างบ้าน เพื่อให้ความเป็นส่วนตัว ส่วนชั้น 2 และ 3 ออกแบบให้โปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว ขณะที่ชั้น 3 ออกแบบเป็น Luxury Penthouse ทั้งชั้นหรือการนำเสนอแบบฟังก์ชั่นในบ้านที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ ถือเป็นครั้งแรกของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อให้กับลูกค้าได้บ้านที่ตรงกับความต้องการของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือครอบครัวเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SME รวมถึงการนำ Living Room & Dining ไปไว้ชั้น 2 เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว Enjoy กับพื้นที่การพักผ่อนได้เต็มที่และรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว
เพราะการพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกวันนี้ ไม่มี One Size Fits All อีกแล้ว แต่ต้องมีดีไซน์และฟังก์ชั่นหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตรงกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของแต่ละครอบครัว สร้าง Brand Portfolio ให้มีหลายแบรนด์หลายโปรดักต์เพื่อให้แต่ละแบรนด์แต่ละโปรดักต์เข้าไปทำตลาดกับผู้บริโภคแต่ละเซ็กเม้นต์ ทั้งในตลาดพรีเมียม ระดับกลาง และ Mass ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย โดยกลุ่มนี้ขยายไปยังทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก - ปริมณฑล เพื่อรองรับการเติบโตของความเป็นเมือง อย่างการสร้างแบรนด์ “Pleno Town” ทาวน์โฮมตอบโจทย์ความคุ้มค่าคุ้มราคา เน้นเจาะทำเลศักยภาพใกล้เมือง สำหรับเป็นบ้านหลังแรกในราคาเข้าถึงง่าย

การตลาดแบบคิดนอกกรอบ
แคมเปญและกิจกรรมการตลาดเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เอพีมีความโดดเด่นไม่แพ้กัน สังเกตได้จากการสร้างปราฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการอสังหาอยู่เสมอ โดยนำ EMPOWER LIVING ซึ่งเป็น Brand Promise มาตั้งต้นในการสื่อสาร
ยกตัวอย่าง การจับมือกับ GDH สร้างแรงบันดาลใจชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ผ่านภาพยนตร์ไทยคุณภาพ เรื่อง FAST & FEEL LOVE บนคีย์สำคัญของการสื่อสาร Brand Promise ผ่านแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่างภาพยนตร์ ทำให้เกิดการเอ็มเพาเวอร์ให้ผู้ชมทั่วประเทศได้สัมผัสถึงนิยามของความสุขที่ไม่จำเป็นต้องมีแบบแผน และความสุขที่ทุกคนสามารถเลือกที่จะสร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง ตามมาด้วยแคมเปญ “ที่ที่มีความสุข แค่นึกถึงก็มีความสุขแล้ว” โดยได้ ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ นัท - ณัฏฐ์ กิจจริต มาเป็น AP Brand Ambassadors นำเสนอมุมมองการสร้างความสุขให้กับชีวิตผ่านภาพยนตร์โฆษณาของเอพี
ไม่เฉพาะ Corporate Branding เท่านั้น เอพียังหยิบโปรดักต์แบรนด์มาสื่อสารด้วย โดยอาศัยจังหวะการฉลอง 20 ปี “บ้านกลางเมือง” แบรนด์ที่ทรงพลังสูงสุดในกลุ่มสินค้าทาวน์โฮมเครือเอพี และเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสามารถครองอันดับ 1 อยู่ในใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เปิดตัว “บ้านกลางเมือง Brand Ambassador - ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ในระดับตำนานที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุด เอพีต่อยอดชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ไปสู่แคมเปญการตลาด “เลือกชีวิตดีๆ ที่ HAPPY” เพื่อเอ็มเพาเวอร์ให้ทุกคนมองภาพความสุขในบริบทใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่เกิดได้จากเรื่องราวเล็กๆ ภายใน “บ้าน” โดยมี “บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” มาร่วมถ่ายทอดมุมมองการเลือกที่จะมีความสุขในแบบของตัวเอง เพื่อสื่อสารไปยังคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเป็นเจ้าของบ้าน

“เรายังคงทำงานภายใต้ความตั้งใจเดิม คือส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ให้กับลูกค้าของเรา ผ่านการพัฒนานวัตกรรมดีไซน์ใหม่ๆ ในโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมของเรา เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า สำหรับแคมเปญ เลือกชีวิตดีๆ ที่ HAPPY เป็นการขยายเป้าหมายของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตอกย้ำให้เห็นว่าการมีชีวิตดีๆ ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ หรูหรา แต่ชีวิตดีๆอาจเกิดขึ้นจากเรื่องง่ายๆ ที่มีบ้านเป็นจุดเริ่มต้น ของคำว่า HAPPY หรือความสุขที่ทุกคนสามารถเลือกที่จะมีได้”
ทั้งนี้ คุณวิทการ ให้ความเห็นว่า พรีเซ็นเตอร์มีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้และผลักดันลูกค้าให้เข้าหาแบรนด์ หลังจากสร้างการรับรู้แล้ว จากนั้นจะขึ้นอยู่กับแบรนด์ในการทำให้ลูกค้าเข้าใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเห็นคุณค่าในราคาที่สมเหตุสมผล

เอ็มเพาเวอร์คนในสังคมให้เติบโตร่วมกัน
การเป็นเสาหลักในอสังหาของเอพียังคงมุ่งหน้าที่จะเติบโตไปพร้อมกับสังคม สะท้อนได้จากแผนธุรกิจ 2023 AP INCLUSIVE GROWTH ที่สุดของปีกับการเติบโตร่วมกัน ซึ่ง 1 ใน 3 ของแนวทางการดำเนินงาน คือการมุ่งเน้นให้ความสำคัญในมิติคนและสังคม (People & Social) เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตไปร่วมกัน ด้วยการพัฒนาศักยภาพ “คน” มอบทักษะแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในเครือ นิสิตนักศึกษา หรือบัณฑิตผู้พิการเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้
นั่นเป็นที่มาของการร่วมมือกับพันธมิตรจัดงาน Creative Talk Conference 2023 Festival - CTC 2023 FESTIVAL คอนเฟอเรนซ์ใหญ่แห่งปีสำหรับนักการตลาดที่เอพีจัดขึ้นหลายปีต่อเนื่อง
ปีนี้เอพีจัดงานในคอนเซ็ปต์ The Next Big Things ชวนค้นหาสิ่งใหม่ ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย MIT Conference : Marketing Insight and Technology ที่เจาะลึกทุกเรื่องใหม่ที่นักการตลาดทุกคนควรต้องรู้ People Performance Conference ที่โฟกัสในเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และ HRTech ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร Creative Talk Conference เจาะลึกเรื่อง Creative Business นวัตกรรมและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ

“3 ปีที่ผ่านมา เราทุกคนอยู่ในโหมด Survive ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวด้วยวิธีใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์โรคระบาด มาถึงวันนี้เรากำลังเข้าสู่โหมดใหม่อีกครั้ง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าโรคใหม่ที่เกิดขึ้นได้สร้างโลกใหม่ที่กดดันให้เราทุกคนต้องลุกขึ้นมาเรียนรู้ Context ใหม่ๆ เพื่อการไปต่อซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์งานในปีนี้ The Next Big Things ที่ต้องการชวนทุกคนให้มาค้นหาและสร้างสิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกันอีกครั้ง ซึ่ง AP เรายินดีอย่างมากที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของงานยิ่งใหญ่นี้ พาร์ทเนอร์ทุกคนมีความตั้งใจอย่างมากที่จะช่วยกัน Upscale งานในปีนี้ไปสู่ Scale เฟสติวัล เพิ่มเนื้อหาด้านต่างๆ ที่มากขึ้น พร้อมกิจกรรมพิเศษที่ช่วย Provoke กระตุ้นความคิด Expand ขยายทักษะครอบคลุมทุกเทรนด์ความรู้ที่คนยุคนี้ควรมี” คุณวิทการ กล่าว
งาน Creative Talk Conference ถือเป็นงานระดับประเทศที่เปิดกว้างทางความรู้ให้กับคนไทย รวมถึงเยาวชนและบัณฑิตผู้พิการให้เข้าถึงองค์ความรู้และเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งจากความสำเร็จของ Creative Talk ในปีที่ผ่านมาได้ส่งต่อพลังบวก และมอบโอกาสการเรียนรู้ให้กับผู้คน รวมถึงบัณฑิต เยาวชน คนรุ่นใหม่ รวมกว่า 6,500 คน และที่สำคัญงานครั้งนี้ยังเป็นต้นแบบงานคอนเฟอเรนซ์ในไทยที่เปิดกว้างให้กับเยาวชนผู้พิการ โดยปีที่ผ่านมามีเยาวชนผู้พิการเข้าร่วมงานมากถึง 240 คน
“สำหรับเอพี ไทยแลนด์ หัวใจในการดำเนินธุรกิจของเราไม่ได้มองเพียงกำไรที่เป็นตัวเงินเท่านั้น แต่ยังต้องมองด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการกลับคืนสู่สังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทยึดถือปฏิบัติมายาวนานกว่า 30 ปี ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง”