อสังหาเป็นอีกธุรกิจที่สะท้อนภาพของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี จากวิกฤตโควิดที่สะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า จนถึงปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นแต่ละปีจึงไม่ใช่ปีที่ง่ายสำหรับดีเวลลอปเปอร์ แต่ “เอพี ไทยแลนด์” กลับมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำ New High Record ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับและแข็งแกร่งมากขึ้นตามลำดับ ล่าสุดคว้ารางวัล 2023-2024 Thailand Most Admired Company ในหมวดอสังหา
คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ให้เหตุผลถึงความสามารถในการสร้างโอกาสทางการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องว่า มาจากการรักษาจังหวะการทำธุรกิจของซีอีโอที่แสดงบทบาทเสมือนคอนดักเตอร์บริหารภาพรวมธุรกิจว่าควรจะผ่อนหรือเร่งในเวลาไหน
“หากสังเกตดีๆ จะพบว่า เอพีฯ จะค่อยเป็นค่อยไปในขณะที่ทุกคนเร่งเครื่อง และจะเร่งเครื่องในช่วงที่คนอื่นชะลอตัว หลายครั้งในอดีตที่เศรษฐกิจไทยร้อนแรง ทุกคนลงทุนเต็มที่ แต่เอพีจะ Conservative วันนั้นคุณอนุพงษ์ (ซีอีโอ) ให้เหตุผลว่า ตอนเศรษฐกิจดีทุกคนลุย ฟองสบู่ก็มักจะตามมา เวลาฟองแตกทุกคนสลบ แต่เอพีพร้อมรุกตลาด อย่างช่วงโควิด หลายเจ้าได้รับผลกระทบหนัก แต่เราพร้อมมาก สามารถขยายโครงการบ้านเดี่ยวได้ทันที มาถึงในช่วงนี้หลายเจ้า เริ่มมีปัญหาสถานะทางการเงิน แต่เอพีกลับมีความแข็งแกร่งด้านการเงิน และความพร้อมในด้านกระแสเงินสด เวลานี้จึงเป็นจังหวะที่เอพีเร่งขยายธุรกิจเต็มรูปแบบ เพื่อสอดคล้องกับแผนที่จะเดินไปในอนาคต”
การรักษาจังหวะธุรกิจตามแบบฉบับของเอพีในช่วงหลายปีนี้ เป็นที่มาของการเปิดโครงการอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดโดยรวมที่ชะลอตัว และมีทีท่าว่าจะเปิดโครงการใหม่มากขึ้นทุกปี สาเหตุที่เอพีทำแบบนั้นได้ เพราะการมีวินัยทางการเงินที่ดี ทำให้พร้อมในจังหวะที่ดีมานด์กลับมา รวมถึงการรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ที่ต่ำมาก ซึ่ง ณ วันนี้อยู่ที่ 0.80 เท่า และมีเรตติ้งที่ดี นี่คือเคล็ดลับที่ทำให้มีความได้เปรียบคู่แข่ง
รอบปีนี้จึงเป็นปีที่เอพีมี Success Story ที่น่าสนใจ โดยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมจากสินค้ากลุ่มแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ สูงถึง 37,141 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,719 ล้านบาท สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 นี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว 23 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 35,740 ล้านบาท โดยเป็นทาวน์โฮม 11 โครงการ มูลค่า 11,050 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 16,450 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 7,300 ล้านบาท และโครงการต่างจังหวัด 1 โครงการ มูลค่า 940 ล้านบาท ส่งผลให้โค้งสุดท้ายของปีนี้บริษัทจะมีโครงการพร้อมขายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากกว่า 169 โครงการ มูลค่ากว่า 130,630 ล้านบาท
จากจำนวนตัวเลขโครงการดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมในแง่ของโปรดักต์ที่มีให้เลือกทุกกลุ่ม ทุกเซ็กเม้นต์ ทุกระดับราคา และทุกทำเล เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับการเติบโตของเอพี
“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผลประกอบการของเอพีโตต่อเนื่องแม้เจอวิกฤตต่างๆ และยังโตต่อไปอีก เพราะการบริหารพอร์ตโฟลิโอที่ครบครันทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ดีมานด์ของคอนโดสูงมาก มาถึงช่วงโควิดแนวราบเติบโตสวนทางกับแนวสูง มาถึงตอนนี้แนวสูงเริ่มกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง เอพีก็พร้อมตอบรับกับดีมานด์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ซึ่งในตลาดอสังหามีดีเวลลอปเปอร์เพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่มีโปรดักต์ครบ ที่สำคัญยังมีการบริการหลังการขายครบลูป ทั้งบริษัทบริหารนิติบุคคลและกลุ่มธุรกิจตัวแทนซื้อขายอสังหา ยิ่งต่อยอดแบรนด์ให้มีความแข็งแรงว่าถ้าซื้อของเอพีแล้วไม่ต้องกังวล วางใจได้”


อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการทำโปรดักต์ทั้งแนวราบและแนวสูงอย่างคอนโด ล้วนอาศัยความชำนาญที่ไม่เหมือนกัน ทั้งในแง่ของกลุ่มลูกค้าและวิธีการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งในเรื่องนี้เอพีออกแบบโครงสร้างการทำงาน โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด ให้แต่ละกลุ่มมีผู้บริหารที่มีความชำนาญเฉพาะทางคอยดูแลและเริ่มลงลึกไปถึงการสร้างมาตรฐานการทำงานภายใต้นิยามที่เรียกว่า AP CODE

คุณวิทการ อธิบายว่า AP CODE ถือเป็นเหมือนไบเบิ้ลที่ทางเอพีสร้างขึ้นมาจากการสั่งสมประสบการณ์ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการควมคุมคุณภาพงานก่อสร้างในขั้นสูง นอกเหนือกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่มีอยู่ โดยมาตรฐานที่ระบุอยู่ใน AP CODE จะเกิดจากการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์มานานนับ 10 ปี เพื่อให้ทีมผู้รับเหมา ทีมวิศวกร สามารถใช้ยึดเป็นแนวปฏิบัติในการทำงานได้เข้าใจในกรอบความหมายของคำว่ามาตรฐานงานก่อสร้างในบริบทของ AP ที่ตรงกันมากยิ่งขึ้น และลดความผิดพลาด และท้ายสุดทำให้สินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียดสูงสุด
นอกจากนี้ยังนำระบบดิจิทัลเข้ามาในกระบวนการทำงานเพื่อควบคุมงานเอกสารต่างๆ อาทิ การอนุมัติ การตรวจแบบ และการตรวจวิธีการก่อสร้าง ทำให้มีดาต้าเบสสามารถอ้างอิงย้อนกลับไปได้กลายเป็น Knowledge Management สร้างความแตกต่างทิ้งห่างคู่แข่งไปเรื่อยๆ
“โดยทั่วไปแล้ว คุณภาพของโปรดักต์มักขึ้นอยู่กับผู้รับเหมาว่าได้เจ้าไหนมา AP CODE จึงเข้ามาแก้ปัญหา เรื่องนี้โดยตรงเพราะเป็นระบบสามารถจัดการได้ทั้งอีโคซิสเต็ม ทุกคนต้องทำงานภายใต้มาตรฐาน AP CODE เช่น สามารถเข้าไปดูได้ในระบบเลยว่า การทำระเบียง การเดินท่อ หรือการติดตั้งสายล่อฟ้าบนตึกทำยังไงที่ไม่ต้องแก้งาน ระบบมีข้อมูลอธิบายให้หมด นอกจากจะมีข้อดีในเรื่องคุณภาพแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัย ลดทรัพยากร และเกิด Speed to Market บางโครงการอย่างคอนโดต้องใช้เวลาในการพัฒนาแบบ 1 ปี แต่เอพีสามารถเปิดตัวโครงการได้เพียง 8 เดือนหลังจากได้ที่ดินมา เป็นอีกข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดของเรา”
การบริหารจัดการที่โดดเด่นนำมาซึ่งคุณภาพและการบอกต่อ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเอพี ในฐานะแบรนด์อสังหาที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับในตลาด มากกว่านั้นเอพียังมีวิธีการสร้างแบรนด์ผ่านการสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคในวิธีใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

“โลกของดิจิทัลเติบโตเร็วมากเอพีจึงต้องทำความเข้าใจบริบทของลูกค้าด้วยการสร้างตัวตนไปอยู่ในโลกของเขาและใช้การสื่อสารแบบ 2 ทางเพื่อสร้าง Brand Engagement ให้เกิดขึ้นผ่านเครื่องมือต่างๆ โดยเฉพาะ Social Media ที่แต่ละ Platform ก็มีวิธีในการสื่อสาร วิธีสร้าง Engage กับลูกค้าที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งในกลยุทธ์อย่างแฟนด้อมมาร์เก็ตติ้ง เราได้ทำงานร่วมกับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เพื่อพาแบรนด์เอพี และสินค้าเครือเอพีเข้าไปทำความรู้จักและเอนเกจกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ สร้าง Brand Experience ให้เกิดขึ้นกับแฟนคลับของบิวกิ้น อย่างแคมเปญ ‘กลับบ้าน’ ที่เราอยากสะท้อนภาพความสุขที่เกิดขึ้นได้ในบ้านเอพี และเราอยากชวนแฟนด้อมทุกคน มากลับบ้านเอพี ไปด้วยกันครับ”
จะเห็นได้ว่าการยกระดับการทำงานต่างๆ ล้วนตั้งต้นมาจาก “ลูกค้า” เพื่อให้ทุกคนมี “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ซึ่งวิสัยทัศน์นี้จะถูกดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นำพาให้เอพีรักษาตำแหน่งผู้นำอสังหาในปีต่อๆ ไป
“เราต้องแข่งกับตัวเอง และพัฒนาสิ่งที่ดีแล้วในวันนี้ให้ดียิ่งขึ้นในวันหน้า เพื่อให้ลูกบ้านที่อยู่ในโครงการมีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ในแบบที่เขาต้องการ”