ปัจจุบันวิกฤตมลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นถี่และทวีความรุนแรงไปทั่วโลก ทำให้เทรนด์รักษ์โลกและความยั่งยืนได้รับความนิยมสูงขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป หันมาเลือกซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทที่ทำธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงเริ่มหันมาปรับภาพลักษณ์แบรนด์ตัวเองให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ายุคใหม่

แต่สำหรับแอมเวย์ องค์กรที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 64 ปี มองว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องแนวคิดใหม่ คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ย้อนกลับไปในปี 2502 แอมเวย์โกลบอลได้เปิดดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมาตั้งแต่ต้น และไม่ได้มองเรื่องความใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงแนวคิด แต่มันคือส่วนหนึ่งในธุรกิจแอมเวย์มาโดยตลอด”
Amway Sustainability เป็นเหมือน DNA รากฐานของบริษัท แอมเวย์ให้คุณค่าในการสร้างความยั่งยืนมาตั้งแต่เริ่มดำเนินการและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กับสนับสนุนให้นักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และลูกค้าไปจนถึงพันธมิตร ได้ตระหนักและร่วมกันดูแลรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมผ่าน 3 แกนหลักเพื่อควมยั่งยืน ดังนี้

1. PLANTS แอมเวย์เป็นเจ้าของฟาร์มออร์แกนิค 4 แห่ง โดยมีพื้นที่เพาะปลูกรวม 15,000 ไร่ ฟาร์มเหล่านี้ทำการเกษตรแบบปฏิรูปเพื่อฟื้นฟูดิน มีการปลูกพืชเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับการปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชคลุมดิน การจัดการพื้นที่เพาะปลูกโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการเพื่อความยั่งยืน
“ที่ฟาร์มออร์แกนิค เราใช้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินไปพร้อมๆ กับเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ตัวอย่างฟาร์มเทราท์เลคในสหรัฐอเมริกา มีการเพาะปลูกพืชหลากหลายชนิดที่แตกต่างกันตลอดฤดูกาลเพื่อเป็นที่อาศัยของแมลงท้องถิ่นใช้ด้วงเต่าทองในการไล่แมลงตัวเล็ก ใช้เหยี่ยวที่ผ่านการฝึกเพื่อไล่ศัตรูพืช ใช้ไส้เดือนในการดูแลดิน”

“ต่อยอดมาด้วยการสร้างแนวทางการอนุรักษ์น้ำด้วยการทำแผนผังระบบน้ำ ควบคุมความชื้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ใช้น้ำมากเกินความจำเป็น ไปจนถึงการดูแลความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ อย่างฟาร์มที่เม็กซิโก ตรงนั้นเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เมื่อเราเข้าไปทำระบบการเกษตรแบบออร์แกนิคทำให้พื้นที่แถบนั้นอุดมสมบูรณ์มากขึ้น อีกทั้งเรามีฟาร์มพันธมิตรในกว่า 30 ประเทศ มีการจ้างพนักงานหลายพันคน นับเป็นอีกหนึ่งการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างความยั่งยืนสู่สังคมโดยรอบ”
2. PRODUCTS แอมเวย์มุ่งมั่นผลิตสินค้าที่ใส่ใจเรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ คิดค้นสูตร การผลิต การบรรจุไปจนถึงบรรจุภัณฑ์จะต้องลดคาร์บอนฟุตพรินต์ เพราะมากไปกว่าความรับผิดชอบต่อโลก แอมเวย์ยังต้องการให้ ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก แอล.โอ.ซี. ที่ถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่ปี 2502 เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ด้วยสูตรไบโอเควสต์ (BIOQUEST™) เมื่อปล่อยลงแหล่งน้ำ ก็จะไม่ทำให้เกิดน้ำเสีย
“ผลิตภัณฑ์บางชนิดในกลุ่มแอมเวย์ โฮม ของเรายังได้รับตราสัญลักษณ์ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า หรือ Safer Choice จากองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency) ซึ่งให้การรับรองผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักรีดที่มีคุณสมบัติด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ดีบนฉลากผลิตภัณฑ์”

ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ยังให้ความสำคัญกับการผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยเช่นกัน ทุกขั้นตอนการผลิตจึงต้องคำนึงถึงการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลและเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลที่มาจากของเหลือใช้หลังการอุปโภคบริโภค ตัวอย่าง เช่น การผลิตบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาร์ทิสทรี สกิน นิวทริชั่น ได้ทำการ Redesign บรรจุภัณฑ์ ทำให้สามารถลดจำนวนการใช้พลาสติกลงมาได้กว่า 20% ซึ่งเทียบเท่ากับการลดขวดน้ำ PET ขนาด 9.9 กรัม จากสิ่งแวดล้อมได้ถึงกว่า 13 ล้านขวดต่อปี โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์

3. OPERATIONS การปฏิบัติงานเพื่อลดคาร์บอนอย่างยั่งยืนภายในองค์กรของแอมเวย์ คือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ให้ได้มากที่สุด โดยเน้นที่สำนักงานใหญ่และกระบวนการผลิต ตัวอย่างเช่น ที่โรงงานในสหรัฐอเมริกา มีการลงทุนด้านใช้พลังงานลมแบบยั่งยืน ใช้แผงโซล่าร์ และมีการจัดการขยะด้วยการบดอัดและนำมาเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผา ส่วนโรงงานผลิตในอินเดีย ใช้พลังงานทดแทนทั้งแสงอาทิตย์และลม สามารถทดแทนการใช้ไฟฟ้าได้ 60% และลดการปล่อยน้ำเสียให้เหลือศูนย์ได้แล้ว เป็นต้น
สำหรับประเทศไทย ตอนนี้มีแอมเวย์ ช็อป อยู่ทั้งหมด 82 สาขาทั่วประเทศ บริษัทได้เริ่มทยอยติดตั้ง Solar Rooftop ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาทดแทน ผลที่ตามมาคือสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 20% นอกจากนี้ได้มีการอัพเกรด Warehouse ใหม่ เนื่องจากสินค้า เช่น แบรนด์นิวทริไลท์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม Warehouse ครึ่งหนึ่งจึงติดตั้งเป็นระบบ Hybrid Chiller ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 40% และล่าสุดได้นำร่องโครงการ Amway Express Delivery จัดส่งสินค้าในบริเวณใกล้เคียงด้วยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานทางเลือก โดยเบื้องต้นทำการทดลองให้บริการที่ 2 ช็อป คือสาขาสำนักงานใหญ่และสาขาสีลม
“ปณิธานเรื่องความยั่งยืน ได้ส่งต่อจากโกลบอลมาสู่ประเทศสมาชิก โดยแอมเวย์ประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนให้นักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกมีส่วนร่วมด้วย อย่างโครงการ Amway, Go Green Together รับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกแอมเวย์เพื่อนำมาแปรรูปหมุนเวียนใช้ซ้ำ มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกถูกนำมาคืนเฉลี่ยเดือนละกว่า 700 กิโลกรัม ถูกนำไปอัปไซเคิลเป็นถุงพลาสติก ReBag เพื่อให้บริการที่แอมเวย์ ช็อป”

“เพื่อเพิ่มคุณค่าของบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้ว แอมเวย์ได้จัดกิจกรรม ‘ร่วมกันคืนกระป๋อง’ ตั้งเป้าหมายรวบรวมบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายในระยะเวลา 2 เดือน (มีนาคม-เมษายน 2566) ที่ผ่านมา เพื่อนำไปอัปไซเคิลเป็นโต๊ะ-เก้าอี้นักเรียน มอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกเป็นอย่างดี สามารถรวบรวมบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้มากถึง 5 ตัน เหล่านี้เป็นตัวอย่างแนวรูปธรรมที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการปลูกจิตสำนึกให้กับนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกมาโดยตลอด”
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าแอมเวย์ไม่ได้มองเรื่องความใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นแนวคิด แต่มันคือส่วนหนึ่งในธุรกิจแอมเวย์ ทำให้ตั้งแต่กระบวนการแรกไปสู่กระบวนการสุดท้าย คือทุกขั้นตอนของความใส่ใจเป็นตัวสะท้อนกลับไปถึงวิสัยทัศน์ของแอมเวย์ Helping people live better, healthier lives. ต้องการช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นที่ยึดมั่นมาตลอด