เมื่อโลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนไป ในอดีตคนส่วนใหญ่มักเติบโตมากับแนวคิดที่ว่า “เรียนจบ หางานทำ มีอาชีพที่มั่นคง” แต่วันนี้กำลังเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงไม่ได้หมายถึงการมีอาชีพเดียวอีกต่อไป คนรุ่นใหม่กำลังให้ความสนใจกับแนวคิด Gig Economy ที่ช่วยให้พวกเขามีรายได้จากหลายช่องทาง มีอิสระในการบริหารเวลาและชีวิตของตัวเอง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gig Economy เติบโตขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสุขภาพแบบเชิงป้องกัน (Preventive Health) ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาออกกำลังกาย รับประทานอาหารเสริม และดูแลสุขภาพผ่านไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น นี่คือเมกะเทรนด์ที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน

ในแวดวงธุรกิจขายตรง แอมเวย์ ในฐานะผู้นำตลาดกำลังปรับตัวให้สอดรับกับ Gig Economy คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงปรัชญาการทำธุรกิจขายตรงว่า ธุรกิจขายตรงเกิดขึ้นจากรากฐานของความปรารถนาที่จะมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คน ยิ่งมีแบรนด์ธุรกิจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมขายตรงมากขึ้นเท่าไร นั่นหมายถึงการเพิ่มโอกาสให้กับคนในสังคมมากขึ้นเท่านั้น
“หน้าที่ของบริษัทขายตรง โดยเฉพาะแอมเวย์ในฐานะผู้นำ คือการทำให้ธุรกิจขายตรงมีความทันสมัย ทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น และมีความเสี่ยงน้อย เพื่อเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ เราออกแบบแผนการตลาดและการจ่ายผลตอบแทนที่ช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองสามารถสร้างรายได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความยั่งยืน สามารถต่อยอดและส่งต่อได้”
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองล่วงหน้า ไม่ได้รักษาหลังจากป่วย คุณทศพรมองว่า Gig Economy ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งที่แอมเวย์เราให้ความสำคัญกับเรื่องของความคล่องตัวและความแฟร์ ไม่ว่าจะทำงานเป็น Full-time หรือ Part-time เราให้อิสระในการกำหนดเวลาและรายได้ของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขายตรงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 การซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 10-15% เป็น 55% สะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น แอมเวย์จึงต้องปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับ Gig Economy เช่น อาชีพอิสระและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

“ในอดีต แอมเวย์พึ่งพาการตลาดแบบต้องพบเจอหน้ากันเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันบริษัทได้ปรับสมดุลของการทำธุรกิจให้เข้ากับยุคดิจิทัล โดยการเพิ่มช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เว็บไซต์ www.amway.co.th แอปพลิเคชัน Amway Click หรือ LINE Official Account ที่มีการพัฒนา Health App เพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพและสนับสนุนการซื้อสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ แอมเวย์ยังขยายไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น YouTube, Instagram, TikTok ‘สาระสุข’ ล่าสุดที่เปิดตัวไปคือ ‘Amway Podcast’ บน Spotify เน้นเล่าเรื่องราวของธุรกิจแอมเวย์ผ่านรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่”
ในด้านการสร้างแบรนด์และขยายฐานลูกค้าแอมเวย์ได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่และแคมเปญใหญ่ สะท้อนถึงกลยุทธ์การตลาดที่ครอบคลุมทุก Touchpoint ของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและการส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น
หนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงของแอมเวย์ คือเครื่องกรองน้ำอีสปริงรุ่นใหม่ ที่สามารถกรองไมโครพลาสติกและสิ่งปนเปื้อนอันตรายในน้ำ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาน้ำดื่มสะอาด มีคุณภาพ มั่นใจได้ในระบบการกรองที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าคุ้มราคา
นอกจากผลิตภัณฑ์แล้ว แอมเวย์ยังสร้างกระแสด้วยแคมเปญ “BodyKey Challenge” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 และช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถลดน้ำหนักรวมกันกว่า 230,000 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแอมเวย์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า “เราเชื่อว่าการลดน้ำหนัก คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี และแอมเวย์เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้” คุณทศพร กล่าวเสริม
สำหรับแนวทางการสื่อสารในปีนี้ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น คุณทศพร กล่าวว่า แอมเวย์ประเทศไทย ได้วางแนวทางการสื่อสารที่ชัดเจนในการสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Wellbeing) พร้อมการสร้าง Healthspan เพื่อให้คนไทยได้มีชีวิตที่ยืนยาวแบบสุขภาพดี ภายใต้ธีม “สุขทุกมิติ” ซึ่งไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพร่างกาย แต่ยังครอบคลุมถึงความสุขในสังคมและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแนวทางนี้คือ 5 มิติของ “สุข” ที่แอมเวย์มุ่งเน้น ได้แก่
- “สุขกายสบายใจ” ยกระดับ Healthspan ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ จากนิวทริไลท์ (Nutrilite) แบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลกเพียงแบรนด์เดียวที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิตด้วยระบบฟาร์มชีวภาพที่ผ่านการรับรอง และเป็นเจ้าของฟาร์มออร์แกนิก 4 แห่ง ใน 3 ประเทศครอบคลุมเนื้อที่กว่า 15,000 ไร่ สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ เรามีการดูแลอย่างเข้มงวดตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนผลิตเป็นสินค้า และทำการทดสอบผลิตภัณฑ์จนมั่นใจก่อนส่งมอบให้กับผู้บริโภค จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้แอมเวย์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาด และเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับหลายล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
- “So สุข” สนุกกับ Society ที่ชอบใน Community ที่ใช่ แอมเวย์ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังสร้างสังคมที่แข็งแกร่งผ่านการเป็นแพลตฟอร์มที่ให้โอกาสคนไทยได้พัฒนาตัวเองและเติบโตทางธุรกิจ ส่งเสริมคอมมูนิตี้ของผู้ที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพ ผ่านสังคมที่ให้โอกาสพัฒนาและเติบโต
- “สุข Space” ให้ทุกพื้นที่ดีต่อใจ สุขสบายเหมือนอยู่บ้าน แอมเวย์กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าร้านให้เป็นมากกว่าพื้นที่ขายสินค้า โดยปรับให้เป็น Co-working Space และ Community Hub ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและนักธุรกิจได้ใช้เป็นพื้นที่ทำงาน พบปะและเรียนรู้ร่วมกัน ปัจจุบันมี 82 สาขาทั่วประเทศ และมีคาเฟ่ 23 แห่ง ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของนักธุรกิจและลูกค้า
- “สุข ทวีคูณ” เพิ่มพูนความมั่งคั่งแบบยั่งยืน แอมเวย์มุ่งเน้นการส่งมอบรางวัลแห่งความสำเร็จผ่านหลายรูปแบบ ทั้งเงินรางวัล ประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และเกียรติรางวัล เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกสามารถเติบโตและขยายเครือข่ายของตัวเองได้อย่างมั่นคง
- “ปันสุข” เอื้ออาทรต่อกัน แบ่งปันสิ่งดีๆ นอกเหนือจากสุขภาพและโอกาสทางธุรกิจ แอมเวย์ยังคงเดินหน้าส่งมอบสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมผ่านโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของความยั่งยืนที่แอมเวย์ให้ความสำคัญ
เพื่อตอกย้ำแนวทางนี้ แอมเวย์ได้จัด Amway Expo 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 35,000 คน นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแคมเปญ “สุขทุกมิติ” ที่แอมเวย์จะผลักดันตลอดปีนี้
คุณทศพร กล่าวเสริมว่า
“ทุกมิติของ ‘สุข’ ที่เราสร้างขึ้น แอมเวย์ เชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นจะทำให้เราสามารถพัฒนาโซลูชันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก มอบองค์ความรู้ด้านสุขภาพใหม่ๆ รวมถึงสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมที่ตอบโจทย์การสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบพันธกิจสำคัญในการสร้างโมเดลสมดุลของการพัฒนาสุขภาพกายและใจ ควบคู่กับการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำไปสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของการส่งเสริมมิติการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนช่วยให้คนไทยมีอายุยืนอย่างสุขภาพดีที่ทางแอมเวย์ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายในปีนี้” โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค การรับฟังเสียงจากตลาดและการปรับตัวอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ
“หัวใจหลักของเราคือการรับฟัง” คุณทศพร กล่าวพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า
“เราไม่ได้คิด Business Model ขึ้นมาเองทั้งหมด แต่มาจากสิ่งที่นักธุรกิจของเราต้องการและกระแสของตลาดโลก สิ่งที่สำคัญคือการหาสมดุลระหว่างคุณค่าของธุรกิจที่ต้องรักษาไว้กับการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น” ปัจจุบัน มีผู้บริโภคชาวไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์กว่า 10 ล้านคน โดยแบ่งเป็นสมาชิกอยู่ 7 แสนราย และแอมเวย์ต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น แรงหนุนสำคัญของแอมเวย์คือนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 แสนราย โดยกว่า 40% เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Y และ Gen Z) ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ แอมเวย์จึงเดินหน้าดึงดูดคนรุ่นใหม่ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทรนด์สุขภาพ พร้อมยกระดับศักยภาพของพวกเขาผ่าน Creator Training Program
“แอมเวย์ยังส่งเสริมศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์ด้านการสร้างโซเชียลคอนเทนต์อย่างจริงจังในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนบทบาทนักธุรกิจให้เป็น Amway Creator นำเสนอสินค้าในแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านโซเชียลมีเดีย ค้นหาจุดเด่นเฉพาะตัวเพื่อนำมาพัฒนาและส่งเสริมให้ตรงกับความถนัด สามารถสร้าง Social Communityมของตัวเองได้จากการรวมกลุ่มของคนที่มีความสนใจและความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน” จากแนวทางดังกล่าว แอมเวย์ได้ส่งเสริมศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์ด้านการสร้างโซเชียลคอนเทนต์อย่างจริงจังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนบทบาทนักธุรกิจให้เป็น Amway Creator และปัจจุบันมีนักธุรกิจแอมเวย์ที่ผ่านการอบรมและพัฒนาทักษะด้านคอนเทนต์ยกระดับนักธุรกิจแอมเวย์สู่ “ครีเอเตอร์” ไปแล้วกว่า 50,000 คน

ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่แอมเวย์สามารถคว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award จากผลสำรวจ 2025 Thailand’s Most Admired Brand มาครองอย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งตอกย้ำว่า Amway ไม่ใช่แค่ธุรกิจขายตรง แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างโอกาส สร้างนวัตกรรม และช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพ มุ่งสู่อนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน