หลายปีมานี้ ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่องค์กรต่างๆ หยิบยกนำมาเป็นประเด็นในการขับเคลื่อนธุรกิจ นอกจากตระหนักถึงปัญหาด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ แต่เชื่อไหมว่าสำหรับแอมเวย์แล้ว ความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจที่แอมเวย์ยึดมั่นมากว่า 65 ปี ในระดับโกลบอลและ 38 ปีในประเทศไทย

คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เหตุผลว่า แอมเวย์มีมุมมองด้าน “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิด แต่เป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยวางเป้าหมายหลักด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนให้กับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นที่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อม การสร้างโอกาสทางสังคม และการบริหารจัดการองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล
จากนโยบายของแอมเวย์โกลบอลที่มีพันธสัญญาด้านความยั่งยืนครอบคลุม 3 แกนหลัก คือพืช (Plants) ผลิตภัณฑ์ (Products) และการปฏิบัติงาน (Operations) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โลกที่สดใสยิ่งขึ้น และแอมเวย์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น” ซึ่งสะท้อนผ่านการดำเนินงานมาตลอด 66 ปี ถูกถ่ายทอดมายังแอมเวย์ประเทศไทย ซึ่งมีวิธีในการนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรและบริบทของสังคมไทยอย่างมีสมดุล

“เราตระหนักในเรื่อง ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นการในการบาลานซ์ทั้ง 3 ส่วนให้อยู่คู่แนวทางการบริหารองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์แก่ผู้คนและสังคมโลกอย่างมีนัยสำคัญผ่านโครงการต่างๆ”
ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ดำเนินโครงการ “Amway Go Green Together” ซึ่งเน้นคอนเซ็ปต์ 3R (Reuse, Reduce, Recycle) อย่างต่อเนื่อง โดยมีแคมเปญเด่นคือ “ร่วมกันคืนกระป๋อง” ที่ชวนนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และลูกค้า ส่งคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกแอมเวย์ เพื่อนำไปกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ SCGC ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านสังคม (Social) ส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดี ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นด้านการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการตอบแทนสังคมผ่านกิจกรรม CSR มาอย่างยาวนานตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินธุรกิจ โดยล่าสุดแอมเวย์ได้จับมือกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิแสงสิทธิการ (เพื่อคุณภาพชีวิต) สมาคมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพไทย (สครท.) ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กระทรวงสาธารณสุข และวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำโครงการ “ปันสุข” เพื่อสร้างการมีอายุยืนแบบสุขภาพดี หรือ Healthspan ให้กับคนในชุมชน ด้วยการนำอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ลงพื้นที่สร้างประสบการณ์เรียนรู้และเจาะลึกวิถีชีวิตของ “พ่ออุ๊ย แม่หลวง” ในชุมชน 3 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลออนใต้ (อำเภอสันกำแพง) ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว (อำเภอสะเมิง) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อค้นหาและถอดเคล็ดลับการมี Healthspan ที่ดีของคนในชุมชน พร้อมเปิดเวทีให้อาสาสมัครได้ร่วมกันระดมความคิดและนำเสนอแนวทางการต่อยอดองค์ความรู้จากในพื้นที่ 3 ตำบลนี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตัวเองและคนที่เรารักเพื่อการมีอายุยืนยาวแบบสุขภาพดี

นอกจากนี้ ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอาชีพก่อให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ในประเทศไทย ผ่านการสนับสนุน การฝึกอบรม และการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน
ด้านธรรมาภิบาล (Governance) แอมเวย์ประเทศไทยดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบและมาตรฐานที่เข้มงวด มีความโปร่งใส และยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิกและลูกค้า ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่สืบทอดมาจากนโยบายธรรมาภิบาลของแอมเวย์โกลบอล นอกจากนั้น เรายังส่งเสริมให้นักธุรกิจแอมเวย์ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและยึดมั่นตามหลักจรรยาบรรณอันดีงาม สร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ก้าวตามรอยความสำเร็จบนเส้นทางที่ถูกต้องและยั่งยืน
จะเห็นได้ว่าแต่ละโครงการดังกล่าว นอกจากจะสามารถตอบสนองนโยบายแอมเวย์โกลบอลที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนให้กับผู้คนชุมชน และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นโครงการระยะยาวและมีความต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี
“ปัจจัยที่ทำให้แอมเวย์สามารถจัดทำโครงการและกิจกรรมที่สนับสนุนด้าน ESG ได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เพราะเราผนวกความเชี่ยวชาญและแนวทางกลยุทธ์ที่สำคัญที่มีส่วนช่วยให้งาน ESG สามารถประสบความสำเร็จ เริ่มจากการปลูกฝังค่านิยม ESG ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานทุกคนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของ ESG, ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีศักยภาพ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร พันธมิตรคู่ค้า และองค์กรภายนอกมากมาย เพื่อให้แต่ละฝ่ายได้ดึงศักยภาพและความแข็งแกร่งเฉพาะทางมาช่วยส่งเสริมการทำงานที่สมบูรณ์และขยายผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างมากขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในองค์กร ซึ่งในส่วนของแอมเวย์ก็จะประกอบด้วย นักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก ลูกค้า ตลอดจนพนักงานทุกคน โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความคิดเห็น และร่วมกำหนดทิศทาง เพื่อให้กลยุทธ์ตอบโจทย์และได้รับการสนับสนุน”
แน่นอนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศและน้ำ ขยะ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ล้วนทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาสังคมที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่ นับเป็นความท้าทายต่อการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนนับจากนี้ ซึ่งคุณทศพรมองว่าการก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในองค์กร และความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
“การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนจะบรรลุผลได้จำเป็นต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างรวมกัน เริ่มจากสื่อสารวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจว่าทำไม ESG ถึงสำคัญต่ออนาคตของบริษัท สร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ทำให้ทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของ ESG ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ทำความเข้าใจและปรับตัวตามกฎระเบียบ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและมาตรฐาน ESG อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมในการปรับปรุงกระบวนการและนโยบาย และสร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดช่องทางให้พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและให้ข้อเสนอแนะ”
แอมเวย์เชื่อมั่นว่าการมีส่วนพัฒนาสังคมด้วยก้าวเล็กๆ เหล่านี้จะสามารถสร้าง Impact ที่ยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกโครงการของแอมเวย์ประสบความสำเร็จได้นั้น คือความตั้งใจที่แท้จริงของแอมเวย์และความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น เปลี่ยนทุกอุปสรรคที่เกิดขึ้นให้มีความเป็นไปได้จนสามารถก้าวข้ามปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคมไทยอย่างยั่งยืน