BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
16,394
VIEWS

F&N – อะมิโน โอเค แตกต่างมากไปใช่ว่าจะดี

ก.พ. 26, 2561 R.Somboon

นอกจากผู้บริโภคแล้ว หัวใจสำคัญในการทำตลาดน่าจะอยู่ที่ “ความแตกต่าง” เพราะความแตกต่างที่ถูกนำมาใส่เข้าไปทั้งในตัวสินค้า และกลยุทธ์การตลาดจะเข้ามามีส่วนสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้า และในท้ายที่สุดจะเกิดการทดลองใช้ หรือบริโภคสินค้านั้น ซึ่งจะตามมาด้วยการคุ้นเคย และยอมรับในกรณีที่สินค้านั้นๆ เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคลองใช้แล้วถูกใจ หรือติดใจในคุณภาพ และรสชาติของสินค้า

แต่บางครั้ง เรื่องของความแตกต่างนี้ อาจจะกลายเป็นกับดัก และย้อนกลับมาฆ่าตัวเอง จนกลายเป็นว่า ความแตกต่างที่ไม่ได้ดูพฤติกรรม หรือความต้องการในช่วงเวลานั้นๆของผู้บริโภค ทำให้สินค้าหลายตัวต้องม้วนเสื่อออกไปจากตลาดได้ อุบัติเหตุแบรนด์เนมวันนี้มีเรื่องเล่าสนุกๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ลองไปดูกันว่ามีกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง.....

F&N Gold

Blue Ocean ตลาดรังนกแท้

ย้อนไปไม่ถึง 10 ปีเต็มดีนัก F&N ที่ช่วงเวลานั้นยังไม่ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาของไทยเบฟมีการเปิดตัวสินค้าแนวใหม่เป็นรังนกสำเร็จรูปที่มีนมเป็นส่วนผสมภายใต้แบรนด์ F&N Gold

หากมองในภาพรวมทั้งหมดแล้ว สินค้าตัวนี้น่าจะไปได้ดีในตลาด เพราะการเข้าตลาดรังนกแท้จองแบรนด์ F&N Gold นั้น ถือเป็นการเข้ามาสร้างตลาดแบบครบสูตรทฤษฎี “บลูโอเชี่ยน” ไม่ว่าจะในเรื่องของตัวสินค้า ที่มีความเป็น Unique ค่อนข้างสูง เพราะเป็นการใช้นวัตกรรมการผลิตบนจุดแข็งของ F&N ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม จึงสามารถผสมผสานคุณประโยชน์ของสินค้า 2 ตัว คือรังนก และ นมพร้อมดื่ม ได้อย่างลงตัวในรสชาติที่กลมกล่อม

ขณะที่ในเรื่องของตัวแพ็กเกจจิ้งในรูปแบบของถังนมที่ขายความแปลกใหม่ให้กับตลาด ก็ถือเป็นแม่เหล็กอย่างหนึ่งก็เป็นแพ็กเกจจิ้งที่เป็น Unique และแปลกใหม่แบบไม่เคยมีมาก่อนในตลาด โดย F&N ได้ไอเดียมาจากถังนมในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงนำมาต่อยอดและพัฒนาออกมาเป็นแพ็กเกจจิ้งรูปถังนม

ในเรื่องของตัวแพ็กเกจิ้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง F&N ที่มีโรงงานแพ็กเกจจิ้งทางด้านขวดนมที่กระจายอยู่ในมาเชีย จีน และไทย จึงสามารถสามารถพัฒนาออกมาได้การทำตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำแพ็กเกจจิ้งเป็นขวดแก้วรูปถังนมนี้ จะเป็นการเป่าขวด โดยอาศัยความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมันที่เข้ามาช่วยดูแล

นอกจากจะเป็นการฉีกหนีไปปักธงน่านน้ำใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสในการดื่มรังนกแล้ว  ในแง่ของนวัตกรรมการผลิต ยังถือเป็นการสร้าง Barrier ที่เป็นกำแพงเหล็กขวางให้การเข้าตลาดของผู้ท้าชิงรายใหม่ยากขึ้น เพราะการนำรังนกมาผสมในนมพร้อมดื่ม ต้องอาศัยความเชียวชาญในการผลิตที่สามารถทำให้ทั้งสองสินค้าผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีรสชาติที่กลมกล่อมถูกใจผู้บริโภค

การเป็น Product hybrid ของ F&N Gold ทำให้ดื่มง่าย รสชาติดี ในราคาที่ไม่แพงนัก ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำสินค้าเพื่อสุขภาพ เพราะแม้จะดีต่อสุขภาพ แต่รสชาติไม่เป็นที่ถูกใจ และราคาแพงเกินไปก็จะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคค่อนข้างยาก ในครั้งนี้ จึงเป็นการ Create consumption ในตลาดขึ้นมาเพื่อให้การบริโภครังนกแท้มีความถี่มากขึ้น

จุดสำคัญของการสร้างน่านน้ำสีครามในแต่ละตลาด ไม่ได้อยู่แค่การจำกัดปริมาณผลผลิตไว้ที่ราคาสูงเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างความต้องการใหม่ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการสร้างการก้าวกระโดดทางคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคในราคาที่สามารถหาซื้อได้

ตรงกับการส่งรังนกแท้ในนมพร้อมดื่ม F&N Gold ลงตลาดทุกประการ เพราะการเข้าตลาดครั้งนี้ เป็นการสร้างความต้องการใหม่ๆให้เกิดขึ้นในตลาดรังนกแท้ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างแพง ผู้บริโภคอยากบริโภคเป็นประจำ แต่ติดที่ต้องควักเงินจำนวนมากซื้อ การเข้าตลาดด้วยการผสานคุณค่าบนความแปลกใหม่ที่มาพร้อมกับราคาที่ไม่สูงนักคือขวดละ 68 บาท ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกับเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลดริ๊งทั่วไป แต่ต่ำกว่ารังนกในรูปแบบเดิมๆที่ขายถึงขวดละ  130 – 140 บาท แบบครึ่งต่อครึ่งในคุณค่าที่แทบจะไม่แตกต่างกัน

จึงถือเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพที่ต้องการบริโภครังนกแท้ ได้มีโอกาสในการบริโภคในความถี่ที่เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมา ผู้บริโภคต่างก็รับรู้ถึงคุณประโยชน์ของรังนกได้ดีว่าดีต่อสุขภาพอย่างไร แต่จากการทำวิจัยตลาดกลับพบว่า ผู้บริโภคมีความถี่ไม่ในการบริโภคไม่มากนัก เนื่องจากมองว่า เป็นสินคาที่มีราคาแพง

เมื่อมองเข้ามาที่ภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแล้ว พบว่าในช่วงเวลานั้นเทรนด์ในเรื่องของ Wellness healthy trend กำลังมาแรงมาก สินค้าในส่วนของ Food หรือ Non food ที่เล่นกับกระแสที่ว่านี้ ต่างก็มีการเติบโตค่อนข้างดี ขณะที่สินค้าบางตัวไม่โตหรือติดลบ แต่สินค้า Healthy กลับแรงขึ้น บางตัวเติบโตสูงถึง 50%

ถ้ามองมาที่ตลาดรังนกแล้ว จะพบว่าผู้เล่นทั้ง 2 รายอย่างแบรนด์ และสก็อต ต่างก็สร้างให้ตลาดรังนกสำเร็จรูปมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ามองในแง่ของ Product Concept ถือว่าค่อนข้างจะน่าสนใจ แต่หัวใจสำคัญของการแจ้งเกิดในตลาดจะมีเรื่องของการสื่อสารการตลาดเข้ามาผสมสานด้วย ทำให้ F&N มีการเตรียมงบการตลาดในช่วงปีแรกของการล้อนช์สินค้าใหม่นี้ 50  - 100 ล้านบาท สื่อสารแบบครบวงจรแบบ 360 องศา เพื่อสร้างการรับรู้ สิ่งที่จะเน้นอีกย่างก็คือการผลักดันให้เกิดการทดลองบริโภคสินค้าผ่านการแจก Sampling 10,000 ขวด และออกบูธชงชิมในช่องทางโมเดิร์นเทรด โดย F&Nวางเป้าหมายของการล้อนช์ F&N Gold ในครั้งนี้ไว้ว่า จะต้องมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในช่วง 3 - 5 ปีซึ่งเป็น Minimal target ของบริษัท สินค้าที่เป็น New Product ตัวไหนจะผ่าน State ของการ ล้อนช์สินค้าได้จะต้องมียอดขายในหลัก 1,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้

ดูตามรูปการแล้วน่าจะไปได้ดี แต่เมื่อเข้าไปแข่งขันจริง พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะนำพาสินค้าตัวนี้ให้เดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อาจจะเป็นด้วย Peception ของผู้บริโภคชาวไทยคุ้นเคยกับรังนกที่อยู่ในไซรัปซึ่งในช่วงหลังมานี้มีการปรับใช้สารให้ความหวานแทนการใส่น้ำตาลเพื่อรับกับเรื่องของสุขภาพ

ขณะที่คนไทยเองก็มีการดื่มนมค่อนข้างน้อย และเมื่อมองมาที่คู่แข่งขันทั้ง 2 รายแล้ว พบว่าทั้งคู่มีความแข็งแกร่ง และยึดพื้นที่ของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะกับแบรนด์ ลีดเดอร์ในตลาดนี้ ผลที่ตามมาก็คือรังนกตัวใหม่ของ F&N ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ และหายไปจากตลาดในที่สุด.....

อะมิโน ไม่โอเค

โออิชิในยุคของคุณตัน ภาสกรนที เป็นผู้บริหาร มีความพยายามที่จะสร้างเครื่องดื่มตัวที่ 2 ต่อจากชาเขียวโออิชิ เพื่อให้สามารถยืนอยู่ในตลาดได้อย่างสมดุล และมีการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว

น้ำส้มเซกิ คือเครื่องดื่มแรกๆ ที่ถูกส่งเข้ามาทำตลาด แต่ไม่เวิร์ค จึงถอนออกไป มาลงตัวที่เครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัล ดริ๊งค์อย่างอะมิโน โอเค ที่เป็นเครื่องดื่มแนวใหม่ที่ชูจุดขายในเรื่องของการดื่มเพื่อช่วยผ่อนคลายหรือรีเลกซ์ ซึ่งเป็นจุดขายที่แตกต่างจากฟังก์ชั่นนัล ดริ๊งในช่วงเวลานั้นที่ส่วนใหญ่จะขายเรื่องของความสวยงาม และรูปร่าง ทรวดทรง องค์เอว

อะมิโน โอเค เป็นเครื่องดื่มตัวที่ 2 ต่อจากชาเขียว ที่โออิชิ บรรจง ปั้นลงสู่ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัล ดริ๊งค์ ที่ในช่วงนั้น มูลค่าตลาดมีเพียงไม่กี่ร้อยล้านบาท แต่ เสี่ยตันมองเห็นตัวอย่างของตลาดนี้จากประเทศญี่ปุ่นว่ามีการเติบโตค่อนข้างดี และในเมืองไทยก็น่าจะมีเทรนด์การเติบโตที่ดีเช่นกัน

เสี่ยตัน มองไม่ผิด เพราะตลาดฟังก์ชั่นนัล ดริ๊งค์ในเมืองไทย เติบโต แบบก้าวกระโดดเหมือนที่เก็งเอาไว้ทุกอย่าง มูลค่าตลาดพรวดพราดไปแตะที่ 2,000 ล้านบาทอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่ปี

แต่สิ่งที่ไม่เป็นไปตามคาดก็คือ อะมิโน โอเค ไม่สามารถฉกฉวยโอกาสในการเป็นเจ้าแรกๆ ที่กระโจนลงมาเล่น ยึดตำแหน่งจ่าฝูงของตลาดเอาไว้ได้ เพราะข้อจำกัดในการทำตลาดมีมากมาย ที่สำคัญสุด อะมิโน โอเค ยังไม่สามารถสื่อสารถึงจุดแข็งของตัวสินค้าที่เป็นอะมิโน ดริ๊งค์ ได้ว่ามีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรบ้าง นอกไปจากการดื่มเพื่อคลายเครียด เนื่องจากติดข้อจำกัดในการทำโฆษณาที่ห้ามอวดอ้างสรรพคุณของสินค้า

นั่นน่าจะเป็นจุดอ่อนที่สุด ยามเมื่อคู่แข่งขันรายใหม่จากค่ายสิงห์ส่ง บี อิ้ง เครื่องดื่มในแนวเดียวกันเข้ามาร่วมแจมในตลาด รวมถึงเครื่องดื่มอีกตัวจากเซปเป้ บิวติ ดริ๊งค์ที่เข้ามาหยิบชิ้นเค้ก จนทั้ง 2 ราย ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 และ เบอร์ 2 ในตลาดได้สำเร็จ โดยเฉพาะในรายหลังที่มาจากไหนไม่มีใครรู้ แต่ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดนี้แบบค่อนข้างมาแรงมากๆ ปล่อยให้อะมิโน โอเค ตามมาเป็นที่ 3 มีบางช่วงเวลาที่สามารถสลับที่กับบีอิ้ง ขึ้นมาเป็นที่ 1

อะมิโน โอเค ทำตลาดตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2552 จึงมีการปรับกลยุทธ์พร้อมกับรีลอนช์สินค้าใหม่ออก พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นอะมิโน พลัส เพื่อให้สื่อสารได้ง่ายขึ้น พร้อมกับเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเข้าไปทั้งตัวที่มีเบเนฟิตทำให้ผิวพรรณดี และตัวที่มีไฟเบอร์ช่วยในการขับถ่าย การปรับในครั้งนั้น ส่วนหนึ่งยังชูจุดแข็งที่อะมิโน โอเค สามารถยึดมาได้จากการทำตลาดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ การยึดคำว่า อะมิโน มาครอบครองได้เป็นผลสำเร็จแม้จะยังสื่อสารถึงคุณประโยชน์จากกรดอะมิโน ได้ไม่เต็มที่นักในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

ในครั้งนั้นมีการปรับแบบยกชุด เริ่มตั้งแต่ การเพิ่มกรดอะมิโน จาก 5 เป็น 7 ตัว แถมเป็นอะมิโนที่คู่แข่งไม่มี พร้อมทั้งปรับการสื่อสารการตลาดใหม่หันมาสื่อถึงกรดอะมิโน ว่าจำเป็นกับร่างกายของคนเราอย่างไรบ้าง ในแง่ของตัวสินค้าเองก็มีการปรับใหม่ ด้วยการออกสินค้าทั้งที่เป็นตัว RTD และตัว Shot เข้มข้น ซึ่งทั้ง 2 ตัวจะยึดความต้องการของผู้บริโภคในการดื่มฟังก์ชันนั่ล ดริ๊งค์ เข้ามาเป็นจุดขายหลัก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยให้ความสดชื่น การนำพาสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ หรือ แม้แต่ในเรื่องของผิวพรรณและความงามที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนที่เป็นความต้องการยอดฮิตของผู้บริโภคสาวๆ

แม้จะมีความแตกต่างมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถฝ่าฟันการแข่งขันที่รุนแรงได้ ประกอบกับ ตลาดฟังก์ชั่นนั่ล ดริ๊งค์หลังจากนั้นค่อยๆ ซบเซาลง จนในที่สุดอะมิโน โอเค ต้องถูกถอดออกจากตลาดไปอย่างเงียบๆ ซึ่งครั้งหนึ่งคุณตัน เคยพูดไว้อย่างน่าฟังว่า “การออกสินค้าใหม่ 10 ตัว ถ้าติดตลาดเพียง 1 ตัว ก็ถือว่าโอเคแล้ว”

เป็นคำพูดที่ใช้ได้ดีกับอะมิโน โอเค อย่างแท้จริง.......

HOTTA พลังแห่งความสม่ำเสมอ สู่ผู้นำตลาดเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป ครองใจผู้บริโภค ในวันที่สุขภาพคือไลฟ์สไตล์

อธิบายกลยุทธ์ราคา 10 บาท “Magic Price Point” เครื่องดื่มชูกำลัง ที่สร้างภาพจำการรับรู้ของผู้บริโภค

Coca Cola ขยายแนวรบเครื่องดื่มรสเชอร์รี่ เปิดตัว Cherry Float และ Diet Coke Cherry

เมื่อถือขวดมันไม่คูล ญี่ปุ่นผุดไอเดีย ‘การ์ดเครื่องดื่มชูกำลัง’ พับหนึ่งครั้ง เพิ่มพลังเท่าหนึ่งขวด พร้อมลาย Street Fighter สุดเท่

เมื่อบริษัทจัดหางานในญี่ปุ่น เปิด 'บาร์ให้คำปรึกษาเรื่องงาน' ฟรี! ค่าเครื่องดื่มและคำปรึกษา มีพนักงานจัดหางานสวมบทบาร์เทนเดอร์

โอสถสภารักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ส่วนแบ่งตลาดแข็งแกร่ง คาดยอดขายไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact