มูลค่าตลาดร้านอาหารอ้างอิงข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีมูลค่ากว่า 4.18 – 4.25 ล้านบาท พบว่าเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโต และขยายตัวอย่างคึกคักคือตลาดสุกี้-ชาบู มีมูลค่าโดยรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากการเดินผ่านห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์อาหารต่างๆ บรรดาร้านบุฟเฟต์มักได้รับความสนใจกันอย่างเนืองแน่น มีการต่อคิวยาวเหยียด โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่นิยมบริโภคตามเทรนด์ใหม่ๆ ร้านอาหารที่เป็นกระแส
จากข้อมูลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่าผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z กำลังจะกลายเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ที่มีอยู่ประมาณ 280 ล้านคน คิดเป็น 18.1% ของประชากรทั้งหมด โดยคนเหล่านี้กำลังเข้าสู่การทำงาน และจะกลายเป็นกำลังหลักในการบริโภค ซึ่งความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้เป็นโอกาสสำหรับสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นและเป็นที่ต้องการของกลุ่ม Gen Z มากขึ้น
ทำให้ตอนนี้ตลาดบุฟเฟต์สุกี้-ชาบู มีผู้เล่นมากมายเต็มไปหมด ทั้งเจ้าใหญ่เจ้าเล็ก แน่นอนว่าแบรนด์ที่เกิดใหม่ในตลาดนี้ จะต้องเจอกับความท้าทายที่มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะสงครามราคา สงครามด้านการตลาด หรือแบรนด์เก่าๆ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้า โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ที่มองความคุ้มค่าคุ้มราคา เน้นเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าด้วยจำนวนเงินที่น้อยที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะเป็นตลาดที่แข่งขันอย่างดุเดือด แต่จะมีแบรนด์ใหม่ขอเข้ามาท้าชิงอยู่เรื่อยๆ ทั้งระดับแมส ไปจนถึงระดับพรีเมียม เพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้การแข่งขันในตลาดนี้เข้าไปอีก อย่างแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ น้องใหม่อีกรายในตลาดสุกี้-ชาบู เป็นสุกี้บุฟเฟต์ ในราคา 219 บาท ที่สามารถสร้างประสบการณ์ของอาหารและบริการที่ไม่จำเจผ่านรูป รส กลิ่น เสียง ที่มากกว่าคำว่า สุกี้ เพราะเชื่อว่าการได้รับประสบการณ์ที่ดี ก็เหมือนการได้รับความโชคดีกลับบ้านเช่นกัน
คุณรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เปิดเผยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดสุกี้-ชาบูที่ค่อนข้างดุเดือด อีกทั้งพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า ในราคาที่จับต้องได้ ขณะเดียวกันต้องสร้างประสบการณ์การบริโภค ด้วยความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและความคาดหวังของของลูกค้า รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต จึงตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์มากกว่าคำว่าสุกี้ โดยตั้งใจทำทุกอย่างให้สูงกว่าที่ควรจะเป็น ภายใต้ 3 กลยุทธ์ WOW EXPERIENCE”

1. Brand Surprising Experience เพราะเชื่อว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคมักจะมาพร้อมความคาดหวังที่สูงอยู่เสมอ จึงพยายามเพิ่มเมนูที่หลากหลายมากขึ้น มีให้เลือกกว่า 40 เมนู เพิ่มของทอด เครื่องดื่มสมูทตี้ติ่มซำ หรือมีน้ำซุปใหม่ในทุก 3 เดือนมาให้ทดลอง อย่างเดือนกรกฎาคมจะเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือ รวมไปถึงวิธีการให้บริการต่างๆ เช่น การใช้หุ่นยนต์ในการเสิร์ฟ การสั่งออเดอร์อาหารผ่าน QR Code และราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เกินความคาดหมายของลูกค้า
2. Brand Fit Experience สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็น FAN LOVE จากสาขาแรก มีความ Exclusive ให้กับกลุ่มลูกค้าประจำด้วยการทำระบบสมาชิก โปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ให้ความสำคัญแบบ Personalizeทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่มากกว่าการมานั่งทานสุกี้บุฟเฟต์ธรรมดา
3. Brand Voice Experience การทำให้ลูกค้าเป็นกระบอกเสียง ทางลัคกี้ สุกี้ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของอาหารคือหัวใจหลัก ต้องควบคุมมาตรฐานของอาหาร รวมถึงเรื่องของความสะอาดที่ต้องให้ได้มาตรฐานและจริงจังอยู่เสมอ

สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์ปกติ จะมีเวลาเปิดในช่วงกลางวันและปิดในช่วงกลางคืน แต่สำหรับร้านลัคกี้ สุกี้ ได้ให้บริการเอาใจคนนอนดึก เริ่มเปิด 10.30 – 02.00 น. ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ไม่สะดวกทานบุฟเฟต์ในตอนกลางวัน หรือกลุ่มลูกค้าที่เลิกงานดึกอยากจะทานบุฟเฟต์โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบกินเพราะกลัวร้านปิดในยามค่ำคืนอีกด้วย
“เป้าหมายของลัคกี้ สุกี้ ไม่ได้เน้นที่จำนวนสาขา ต้องการเติบโตแบบช้าๆ เนื่องจากต้องการควบคุมในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน การเลือกทำเลสาขาให้สะดวกกับลูกค้า อย่างการเปิดสาขาที่เน้นไปกับคอมมูนิตี้มอลล์ เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก จะต้องใกล้แหล่งชุมชน มีแสงสว่าง และมีพื้นที่จอดรถที่สามารถรองรับการให้บริการสำหรับลูกค้าจำนวนมากได้”
จะเห็นได้ว่า แม้ลัคกี้ สุกี้จะเป็นปลาตัวเล็กและเข้ามาทีหลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสในการทำธุรกิจ อย่างการมองเห็นช่องว่างเรื่องของเวลา หรือการเพิ่มความหลากหลายของเมนูอาหาร มีการควบคุมคุณภาพให้เหมาะสมกับราคา ทำให้กลุ่มผู้บริโภคหลักได้เห็นถึงความคุ้มค่า และเลือกทำเลที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค จนกลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ได้เข้าไปเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของผู้บริโภคนั่นเอง