สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร!
สมรภูมิธุรกิจร้านอาหารแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในกลุ่มร้านสุกี้ชาบูที่มีมูลค่าตลาด 23,000 ล้านบาท ล่าสุด MK Restaurants พลิกบทบาท จากผู้เล่นหลักที่เคยเป็น Benchmark มารับบทผู้ท้าชิงในตลาดบุฟเฟต์…

เดิมที MK Restaurants สร้างภาพจำในฐานะร้านสุกี้ที่เหมาะสำหรับมื้อพิเศษ เฉลิมฉลอง หรือการรวมญาติ สะท้อนผ่านราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าร้านสุกี้ทั่วไป แต่การมาของ สุกี้ตี๋น้อย และ Lucky Suki ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาด เข้ามาในจังหวะที่ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย เปลี่ยนให้การกินสุกี้ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำได้ทุกวันเป็น Everyday Occasion ไม่ต้องรอวาระพิเศษอีกต่อไป ผู้เล่นอย่าง MK Restaurants จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารคือการเพิ่มโอกาสในการบริโภค (Occasion) หากร้านอาหารสามารถสร้างโอกาสให้ผู้คนอยากเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น บ่อยขึ้น ร้านนั้นย่อมมีโอกาสเติบโต และนี่คือสิ่งที่สุกี้ตี๋น้อย และ Lucky Suki ทำสำเร็จ
ปีที่ผ่านมา MK Restaurants ได้กระโดดลงสู่สนามบุฟเฟต์อย่างเป็นทางการ ด้วยราคาเริ่มต้น 499 บาท/คน สำหรับ 60 เมนู 90 นาที และล่าสุดกับการเปิดตัวบุฟเฟต์ราคา 299 บาท/คน 19 เมนู 90 นาที ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า MK พร้อมที่จะปรับตัวและแข่งขันในตลาดบุฟเฟต์นี้
จุดแข็งของ MK Restaurants คือ ความแข็งแกร่งของ Supply Chain และ Logistics ซึ่ง MK Group ร่วมมือกับ Senko Group Holding รองรับสินค้าทั้ง Food และ Non – Food โดยมีรถขนส่งทุกอุณหภูมิและทุกขนาด ด้วยระบบการจัดการวัตถุดิบและระบบเก็บความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ MK สามารถควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้ดีเยี่ยมตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค นี่คือจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ MK สามารถรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไว้ได้ แม้จะปรับกลยุทธ์ด้านราคาลงมาแข่งขันก็ตาม
แม้แคมเปญบุฟเฟต์ 299 บาทของ MK Restaurant จะเป็นเพียงโปรโมชั่นช่วงสั้นๆ ระหว่างวันที่ 9 – 30 มิถุนายน 2568 และมีเพียง 252 สาขาที่เข้าร่วมจากทั้งหมด 446 สาขา แต่ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญ หลังจากที่กำไรของสุกี้ตี๋น้อยสามารถแซงหน้า MK ได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ผ่านมา หรือนี่อาจเป็นเหตุผลเบื้องหลังการปรับเกมรุกของ MK ในครั้งนี้
ล่าสุด สุกี้ตี๋น้อย จัดโปรเรียกน้ำย่อย ขอบคุณผู้ติดตามเพจสุกี้ตี๋น้อย ครบ 1,000,000 จากราคา 219 บาท เหลือ 199 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่มและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตั้งแต่วันที่ 11 – 30 มิ.ย. 68 เฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 11.00 – 17.00 น.
ผู้เขียนมองว่าเกมนี้ไม่ได้เล่นกันเบาๆ เพราะผู้เล่นแต่ละรายต่างงัดกลยุทธ์ออกมาเต็มที่ แต่เหล่านี้สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการแข่งขันครั้งนี้ เพราะได้ทานบุฟเฟต์สุกี้ในราคาที่ถูกลงและมีทางเลือกมากขึ้น
สุดท้ายคำถามคือ ในเกมสุกี้แบบบุฟเฟต์ ใครกันจะเป็นผู้นำตลาด หรือนี่จะเป็นแค่เพียงสีสันชั่วคราวที่มาทำให้ตลาดสนุกขึ้น คงต้องจับตาดูกันต่อไป...