BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,440
VIEWS

ส่องกลยุทธ์วัตสัน ทำตลาดอย่างไร ในวันที่มีสาขาครบ 77 จังหวัด

ส.ค. 25, 2566 R.Somboon
วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับ 1 ของประเทศไทย ขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้าถึงลูกค้าที่มีอยู่ทั่วทุกจังหวัด เดินหน้าเปิดสาขาครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย หลังการเปิดสาขาล่าสุดในจังหวัดอุทัยธานี ทำให้วัตสันกลายเป็นร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามรายแรกที่มีสาขาครอบคลุมทุกจังหวัด และมีจำนวนสาขามากที่สุดรวมทั่วประเทศกว่า 670 สาขา
 
หากมองเข้ามาที่แต่ละพื้นที่แล้วพบว่า ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่มีจำนวนสาขามากที่สุดของวัตสัน ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดย Flagship Store หรือสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ซอย 2 ด้วยสถานที่ตั้งใจกลางเมือง ทำให้สาขาแห่งนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน รวมไปถึงนักท่องเที่ยว
 
วัตสัน เปิดตัวสาขาแรกในประเทศไทย ณ ตึกมณียาเซ็นเตอร์ ในปี 2539 โดยตลอด 27 ปีที่ผ่านมา วัตสัน ได้เดินหน้าขยายสาขาไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับ 1 ที่สร้างปรากฏการณ์มากมายให้กับวงการค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของสาขาครบ 100 สาขาในระยะเวลา 9 ปี พร้อมก้าวกระโดดสู่ 500 สาขา ในปีพ.ศ. 2561 และเปิดสาขาครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2566 สะท้อนการเติบโตที่มั่นคง และความสำเร็จในการขยายเครือข่ายสาขาของวัตสัน ประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
 
การเปิดสาขาครั้งแรกของวัตสันในประเทศไทย ถือเป็นการก้าวสู่ช่วงเวลาที่ตลาดค้าปลีกของบ้านเรา เดินทางมาสู่ยุคที่ตลาดค้าปลีกมีการแบ่งเซ็กเม้นต์ออกมาอย่างชัดเจน อาทิ ค้าปลีกเซ็กเม้นต์ที่เป็นห้างสรรพสินค้า ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่แยกตัวออกจากการอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งในเรื่องของการตั้งสาขา และการบริหารจัดการต่างๆ และค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าแบบถูกทุกวัน เป็นต้น
 
ขณะที่ วัตสันเองถือเป็นร้านในรูปแบบ Specialty Store ที่ขายสินค้าในกลุ่มเพอร์ซันนั่ลแคร์ สุขภาพและความงาม ซึ่งในช่วงเวลานั้นยังแทบจะไม่มีคู่แข่งขัน ทำให้วัตสันที่นำโนว์ฮาวการทำตลาดจากจีนและฮ่องกงมาปรับใช้ในบ้านเรา มีการเติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว


นวลพรรณ ชัยนาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ วัตสัน ประเทศไทยสามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีอยู่ทั่วทุกจังหวัดได้แล้ว ด้วยการเปิดสาขาล่าสุดอย่างอุทัยธานี ซึ่งเป็นสาขาในจังหวัดที่ 77 ของวัตสันในประเทศไทย ในอนาคตเรายังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเดินหน้าเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 50 สาขาต่อปี และเพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า วัตสันยังพัฒนาช่องทางการ้อปปิ้งออนไลน์ควบคู่ไปด้วยกับเครือข่ายหน้าร้าน รวมถึงมุ่งมั่นนำเสนอสินค้าและบริการ พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษที่หลากหลายและคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถเลือกช้อปปิ้งในช่องทางที่สะดวกที่สุด ด้วยราคาที่ดีที่สุดได้
 
แม้ปัจจุบัน การช้อปปิ้งออนไลน์จะได้รับนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Obsessed) ทำให้วัตสันเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ลูกค้ายังคงชอบการช้อปปิ้งแบบที่ได้สัมผัส ทดลองสินค้าจริง หรือพูดคุยกับพนักงานขายอยู่ วัตสันจึงมุ่งมั่นตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาใหม่ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการมีสุขภาพที่ดี และสร้างสรรค์ความงามในแบบฉบับของตัวเองได้จากทุกที่ทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย โดยวัตสันได้วางกลยุทธ์พัฒนารูปแบบหน้าร้านของสาขาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ประเมินถึงความต้องการ พร้อมวิเคราะห์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพื่อทำการเลือกสินค้าที่เหมาะสมเข้าไปวางในร้าน ทำให้แต่ละสาขามีความพิเศษเฉพาะตัว สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้แต่ละสาขาของวัตสันประสบความสำเร็จมาโดยตลอด
 
การทำตลาดภายใต้การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Obsessed จะตามมาด้วยกลยุทธ์ที่เป็นการผสานระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์แบบลงตัวที่วัตสันเรียกกลยุทธ์นี้ว่า O+O Platform Strategy โดย O+O หรือ Offline Plus Online มาจากการสังเกต เห็นตั้งแต่หลายปีที่แล้วว่า ลูกค้ามีความต้องการช้อปปิ้งที่สะดวกมากขึ้น ช้อปจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเป็นที่มาของการเพิ่มความสะดวกจนเป็นช่องทาง Watsons Online ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนเว็บหรือแอป แต่มีบริการผ่านพาร์ทเนอร์อย่าง Grab และ Pandamart ด้วย


อีกหนึ่งในการให้บริการจากวัตสันที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคก็คือ Chat & Shop ซึ่งเป็นระบบที่ลูกค้าสามารถแอด LINE วัตสันเฉพาะสาขา เพื่อสอบถามเรื่องสินค้าและบริการเฉพาะสาขาที่สนใจแบบ One-on-one
 
เช่นเดียวกับสาขาในรูปแบบ Physical Store ที่วัตสันยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าร้าน เนื่องจากมีข้อมูลที่      บ่งบอกว่า ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับการจับต้องและทดลองกับสินค้าด้วยตัวเองจริงๆ หรือเป็น Multi Shoppers ที่ให้ความสำคัญกับการช้อปหลากหลายรูปแบบ เช่น บางท่านเคยนิยมสัมผัสของจริงหน้าร้าน เมื่อรู้จักสินค้าดีพอก็จะผันไปช้อป Online และซื้อสินค้าอื่นๆ พ่วงในหนึ่งการช้อป ดังนั้น Offline -Online จึงเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง
 
O+O Platform Strategy ของวัตสันมีความแตกต่างจาก O2O เพราะมันไม่ใช่แค่การช้อปจากช่องทางไหนก็ได้ แต่ในทุกช่องทางของ O+O มันต้องเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ เนื่องจาก O+O เป็นเรื่องของ Integrated Experiences เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวก สามารถช้อปผ่านช่องทางไหนก็ได้ ที่ไหน หรือเวลาไหนก็ได้ โดยจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า การทำ O+O ของวัตสันไม่มีการทับซ้อนกันของลูกค้าที่ช้อปหน้าร้านและออนไลน์ และลูกค้าที่ช้อปทั้ง 2 ช่องทาง O+O Customer มียอดใช้จ่ายมากกว่าลูกค้าที่ช้อปเฉพาะหน้าร้านถึง 3 เท่า
 
เป้าหมายการขยายธุรกิจของวัตสัน จากนี้ต่อไปจะยังคงรักษาสมดุลระหว่างช่องทาง Offline –Online โดยมีการปรับสัดส่วนไปตามสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยวัตสันมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสาขาใหม่อย่างน้อยปีละ 50 สาขา รวมถึงยังได้มีการพัฒนาร้านแบบ Market Model ซึ่งความแตกต่างจากสาขาปกติ คือทำ Assortment จากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก โดยปัจจุบันมีการทดลองเปิดไปแล้วประมาณ 10 สาขา
 
ขณะที่ในเรื่องของแบรนด์ วัตสันมีการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Purpose Driven เข้ามาขับเคลื่อนแบรนด์ โดย Brand Purpose หรือเป้าประสงค์ของแบรนด์วัตสันนั้นจะอยู่ภายใต้แนวคิด The New Beautiful เป็นแนวคิดใหม่ในการดำเนินธุรกิจของวัตสันที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อตอบสนองเทรนด์ความงามแบบใหม่ ที่ให้คำนิยามหรือคำจำกัดความใหม่ในเรื่องความงามที่มีความหลากหลาย ไม่จำกัดเพศ รสนิยม สีผิว ฯลฯ
 
นวลพรรณ เคยอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า ความงามที่แท้จริง ต้องส่องประกายมาจากความสุขภายใน ความมั่นใจ ตลอดจนการมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง ผู้อื่นและสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ โดยวัตสันยังส่งเสริมให้ลูกค้าและผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในความงามตัวเองทั้งภายในและภายนอก 
 
“The New Beautiful คือการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ ยอมรับ และเคารพในทุกความแตกต่าง มีความสุข กับสิ่งที่เราเป็น ซึ่งรวมไปถึงการทำความดีเพื่อให้เรารู้สึกดี รู้สึกมั่นใจ มีความสุข หลักๆ แล้ว วัตสันมีหน้าที่ส่งเสริมให้ทุกคนเห็นคุณค่าและความงามตามแบบฉบับและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ผ่านสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงามที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตรูปแบบต่างๆ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจกับแนวคิด The New Beautiful เพื่อความงามที่หลากหลายต่อไป”


วัตสันได้เริ่มเดินกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับ The New Beautiful มาตั้งแต่ต้นปี ผ่านแคมเปญ Empower Women โดยสนับสนุนทุกคุณค่าและสร้างความเท่าเทียมกันให้กับทุกคนในสังคม ผ่านการขายวัตสันโบสีเขียว ในวันสตรีสากล ซึ่งวัตสัน    ได้นำรายได้ไปบริจาคให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เพื่อเป็นอีกทางในการช่วย Empower ให้พวกเขาเหล่านั้นพร้อมกลับเข้าสู่สังคมอย่างมั่นใจ
 
นอกเหนือจากการขยายสาขาและหานวัตกรรมใหม่ๆ ทิศทางการดำเนินธุรกิจของวัตสันในทศวรรษที่ 3 จะเน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน หรือ Sustainability ซึ่งประกอบไปด้วย 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ชุมชน (Community), พนักงาน (Personnel), ผู้คน (People) และโลก (Planet) เช่น การรณรงค์ปลูกต้นไม้ ปล่อยสัตว์ทะเล การลดการใช้ถุงพลาสติก การพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อปะการัง การลดพลังงาน 30% ภายในปี 2030 ตลอดจนการ ระดมเงินบริภาคเพื่อบ้านพักฉุกเฉิน เป็นต้น
 
การให้ความสำคัญในเรื่องนี้ A.S. Watson Group ประกาศวิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืน ภายในปี 2030 เพื่อเป็น Commitment ต่อสังคม เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อโลกที่ยั่งยืนขึ้นสำหรับทุกคน
 
อาทิ เป้าหมายการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลง 30% จากปี 2015 และหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 50% จากปี 2018, ลดการใช้พลาสติกพีวีซี 100% และสำหรับ Packaging ที่ใช้พลาสติกต้องเป็นพลาสติก PCR (คือ Post-consumer Recycled พลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว) อยู่ในบรรจุภัณฑ์อย่างน้อย 20%, ปรับเปลี่ยน Packaging ในกลุ่ม Dermaction Men Beauty ไม่ใช้สีดำสนิท เนื่องจาก Black Plastic นำไปรีไซเคิลต่อไม่ได้ เป็นต้น
 
ทั้งหมดจะสอดประสานในการทำตลาดร่วมกันอย่างลงตัว


“วัตสัน” ผู้นำร้าน Health & Beauty ตัวจริง เมื่อการรู้ใจลูกค้าเชิงลึก ผสานความสะดวกแบบ O+O Platform คือกุญแจสำคัญที่คว้าใจผู้บริโภค

วีซ่า เสริมทัพผู้นำในไทย แต่งตั้งแอนโทนี วัตสัน ดำรงตำแหน่งผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

Watsons จุดพลุ "Community Catalyst" ชู Watsons Community เปลี่ยเกมสื่อสารแบรนด์ ผ่าน User-Generated Content

"Health is Wealth" มาแรง วัตสัน ชี้ 3 เทรนด์ “สุขภาพ–ชะลอวัย” ที่มีผลต่อตลาดความงามและเฮลท์แคร์ ปี 2026

จาก 1 แถม 1 ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี ถึง “ชิ้นที่สอง 1 บาท” ของร้านวัตสัน โปรโมชันที่สร้างภาพจำให้เป็น “ซิกเนเจอร์ของแบรนด์”

อธิบายความหมาย กลยุทธ์ “Bundle Pricing” ผ่านกรณีศึกษา จากร้าน QSR - เซเว่น อีเลฟเว่น ถึงวัตสัน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact