เป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างมากตลอดมาว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตภาวะโลกรวน (Climate Change) รวมถึงมีการเรียกร้องให้ใส่ใจกับประเด็น Sustainability มากกว่าที่เคย Copenhagen Fashion Week 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงเน้นแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสมือนหนึ่งกำลังสร้างความหวังใหม่สู่อนาคตสดใส
Copenhagen Fashion Week เป็นงานแฟชั่นใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในยุโรปตอนเหนือ ตามที่เน้นย้ำในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ งานปีนี้มุ่งมั่นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้อุตสาหกรรมเร่งความพยายามด้านความยั่งยืน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 ทีมงาน Copenhagen Fashion Week จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืน จุดหลักคือ แบรนด์ต่างๆ ที่เข้าร่วมการแสดงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านนวัตกรรมที่ยั่งยืนแผนดังกล่าว แก้ไขและเผยแพร่ทุก 3 ปี
งานแสดงปีนี้มีนักออกแบบหลายคนที่มีแนวคิดหลักตอบสนองสร้างสรรค์นวัตกรรมแฟชั่นยั่งยืนผ่านแบรนด์ที่รับผิดชอบ ตัวอย่าง เช่น
1. แบรนด์ A. ROEGE HOVE เข้ารอบสุดท้ายสำหรับรางวัล Woolmark Prize (รางวัลยกย่องแบรนด์ที่จัดแสดง
คุณสมบัติรอบด้านของ Merino Wool วัสดุจากธรรมชาติย่อยสลายทางชีวภาพได้ 100%)
แบรนด์ A. ROEGE HOVE เชี่ยวชาญด้านเสื้อถัก งานทุกชิ้นถูกออกแบบให้สร้างขยะน้อยที่สุด ในภาพรวมเป้าหมายหลักของแบรนด์ คือผลิตเสื้อผ้าทนทานอยู่ในตู้เสื้อผ้าได้นาน ยิ่งกว่านั้นแบรนด์ยังเพิ่ม Circulose ทำจากเศษสิ่งทอ 100% ลงในรายการวัตถุดิบที่ใช้ผลิตด้วย
2. แบรนด์ Henrik Vibskov ก่อตั้งปี 2006 โดยนักออกแบบแฟชั่นชาวเดนมาร์ก ค่านิยมด้านความยั่งยืน เน้นให้
ความสำคัญกับเกษตรกร เขาตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าการผลิตเสื้อผ้าคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักปฏิบัติ 7 ประการ ตั้งแต่การเคารพทุกเชื้อชาติ เพศ และศาสนา ไปจนถึงทำให้แน่ใจว่า 90% ของสินค้าผลิตในยุโรป
Vibskov เน้นรีไซเคิลผ้าที่ไม่ใช้แล้ว ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล ข้อมูลจาก Futureworld ระบุว่า 72% ของเสื้อผ้าใช้ โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เสื้อผ้าชั้นนอกทำจากขวด PET รีไซเคิล กระบวนการผลิตประหยัดน้ำ พลังงาน ใช้วัตถุดิบบริสุทธิ์ คอลเลคชั่นที่แสดงในงานใช้ผ้าธรรมชาติ ทั้งหมดมาจากยุโรป
3. แบรนด์ Paolina Russo เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Woolmark Prize ระดับนานาชาติเป็นผู้ชนะ รางวัล
Zalando Visionary Award รางวัลที่ตั้งขึ้นล่าสุดปีนี้
แบรนด์ก่อตั้งโดย Paolina Russo และ Lucile Guilmard ผสมผสานแนวคิดของ 2 วัฒนธรรมที่แตกต่าง คือ Russo ในแคนาดากับความเชื่อพื้นบ้านฝรั่งเศส ทำให้ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอาจมีรากฐานจากนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน งานฝีมือที่ผ่านการคิดอย่างพิถีพิถัน
บนแคทวอล์คในงาน Copenhagen Fashion Week แบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากฝันกลางวันของวัยรุ่นจินตนาการชาวบ้าน ตลอดจนความลึกลับของ Stone Circle
เรื่องความยั่งยืน แบรนด์ให้ข้อมูลกับนิตยสาร Vogue ของอังกฤษว่า ใช้วัสดุเหลือใช้ และผ้าที่มีความเข้มของน้ำต่ำ(Low Water-intensity Fabrics) แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ ตลอดจนเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตที่ผ่านการรับรอง นอกจากนี้ยังใช้เส้นใยธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ด้วย
เมื่อถามถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Russo และ Guilmard กล่าวว่า มันไม่ใช่แค่การทำเสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการสร้างอนาคตที่แฟชั่นและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น
ที่มา
euronews.com/culture/2023/08/10/sustainability-star-of-the-catwalk-at-copenhagen-fashion-week-2023