จากการขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Passion ควบคู่ไปกับการขยายสาขาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน BEARHOUSE มีสาขารวมทั้งสิ้น จำนวน 23 สาขา
กานต์ อรรถกร รัตนารมย์ เล่าว่า “การทำธุรกิจแบบ BEARHOUSE เริ่มต้นมาจากลูกค้า ดังนั้นทุกๆ คำติชม และแนะนำจากลูกค้าจะถูกนำมาพัฒนาแก้ไข และนำไปสร้างให้เกิดระบบในองค์กร ตั้งแต่เปิดตัวสาขาแรกเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่ได้ทำธุรกิจแบบเล่นๆ ดังนั้นเรื่องเล็กๆ ของลูกค้าถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราที่จะนำมาใช้พัฒนาการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยวางจุดยืนให้ BEARHOUSE เป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมแมส และเป็นตัวเลือกในระยะยาวสำหรับผู้บริโภค”
ทำให้ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา Bearhouse มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด
โดยปี 2562 เป็นปีแรกที่เปิดดำเนินการ มียอดขาย 16.8 ล้านบาท ต่อมาในปี 2563 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 82 ล้านบาท ส่วนปี 2564 มียอดขาย 117.8 ล้านบาท และในปี 2565 สามารถทำยอดขายได้ 202.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 79% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในตลาดร้านชา ผลมาจากการขยายสาขา พร้อมทั้งการเพิ่มโปรดักส์ไลน์ และเปิดตัวเมนูใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
ล่าสุด BEARHOUSE ได้เปิดตัวเครื่องดื่มเมนูใหม่ Fruit Tea Series ใน 2 หมวดสินค้าคือ ชาผลไม้นุ่มชีส และชาใสนุ่มชีส โดยกลุ่มที่เป็นเรือธงของ Fruit Tea Series คือ “ชาผลไม้นุ่มชีส” มีให้เลือก 3 รสชาติ
ซารต์ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช เผยว่า “จริงๆ แล้ว BEARHOUSE มีเมนูชาผลไม้ที่ทานกับชีสมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันเทรนด์และกระแสตอบรับชาผลไม้มาแรงมาก ๆ เราจึงถือโอกาสต่อยอดเป็นเมนูใหม่ได้ทันที แม้ว่าการตลาดแบบใช้โปรโมชันจะทำให้เราแทบไม่ได้กำไรเลย แต่เราอยากให้ทุกคนได้ลอง เพราะมั่นใจว่าเมนูใหม่ของเราอร่อยไม่เหมือนใครจริงๆ ทานครั้งแรกยังไงก็ต้องอยากกลับมาทานซ้ำแน่นอน”
ปัจจุบัน BEARHOUSE มียอดขายเฉลี่ยวันละ 8,000 แก้ว แบ่งเป็นยอดขาย Walk-In หน้าร้าน 60% และ Delivery 40%
ติดตามได้ที่ :
https://www.youtube.com/c/Bearhugsk/featured
ถ้าพูดถึง Beauty Blogger ในไทย ปัจจุบันมีให้เลือกติดตามมากมาย ซึ่งวันนี้ BrandAge Online จะพาทุกคนมารู้จัก อาชิตา ศิริภิญญานนท์ เจ้าของช่อง “Archita Station” ที่มีผู้ติดตาม 1.4 ล้าน Subscribe จากการเริ่มต้นทำ Youtube เมื่อปี 2556 สู่การลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง
จากการทำคลิปรีวิวการแต่งหน้าทำผมในรูปแบบต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์สวยได้ในราคาประหยัด เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และไอเดียกับเพื่อนๆ ให้เกิดการแชร์ต่อในวงกว้าง หลายคลิปมียอดวิวทะลุล้าน
สำหรับวิดีโอยอดนิยมในช่องอย่างคลิป แต่งหน้าใต้น้ำ มียอดวิว 5.4 ล้านครั้ง หรือ How to "แต่งหน้าออกงานยามค่ำคืน" มียอดวิว 3.6 ล้านครั้ง เป็นต้น
อาชิตา เริ่มต้นทำแบรนด์เครื่องสำอางในปี 2557 ภายใต้ชื่อแบรนด์ ARCHITA โดยมีสินค้าตัวแรกของแบรนด์คือ ARCHITA PERFECT BROW Waterproof หรือดินสอเขียนคิ้วแบบเนื้อครีม
ปัจจุบัน ARCHITA มีสินค้าเครื่องสำอางหลากหลายกลุ่มทั้ง MAKE UP SKIN CARE และ MAKEUP ACCESSORIES โดยอยากให้นิยามความสำคัญของความงามด้วยคำว่า
PERFECT LOOK ผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง บริษัท เจดับบลิว อาชิตา จำกัดปี 2565 รายได้ 19.5 ล้านบาท กำไร 1.8 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 12.9 ล้านบาท กำไร 1.6 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 14.7 ล้านบาท กำไร 1.7 ล้านบาท
ติดตามได้ที่ :
https://www.youtube.com/c/ArchitaStation
icepadie จากยูทูบเบอร์ สู่เจ้าของธุรกิจ วันนี้ BrandAge Online จะพาทุกคนมารู้จัก ภาวิดา ชิตเดชะ เจ้าของช่อง “icepadie” ที่มีผู้ติดตาม 8.4 แสน Subscribe จากการเริ่มต้นทำ Youtube เมื่อปี 2557 สู่การลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง
จากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจอื่นๆ โดยมีพื้นฐานจากความชอบ เริ่มจากการก่อตั้งธุรกิจผลิตภัณฑ์บิวตี้และไลฟฺสไตล์ ภายใต้แบรนด์ Happy Sunday ในปี 2561 ที่มีแพ็กเกจจิ้งสีสันสดใส โดยมีคอนเซ็ปต์ “อยากให้แบรนด์นี้ช่วยทำให้ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิตทุกวัน”
ผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง บริษัท แฮปปี้ ซันเดย์ จำกัดปี 2565 รายได้ 53 ล้านบาท กำไร 0.3 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 28 ล้านบาท กำไร 0.6 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 5 ล้านบาท กำไร 0.2 ล้านบาท
ติดตามได้ที่ :
https://www.youtube.com/c/icepadie 
บิว วราภรณ์ ปิยะนันทสมดี เจ้าของช่อง Bew Varaporn ผู้ติดตาม 9.04 แสนคน จากการเริ่มต้นทำ Youtube เมื่อปี 2556 สู่การลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง
จุดเริ่มต้น อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงได้พัฒนาออกมาเป็นอาหารเสริมที่มีรสชาติอร่อย วีแกนและอิสลามทานได้ ช่วงแรกทดลองทำทานเองและแบ่งให้คนรอบข้างทาน ได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงเกิดเป็นแบรนด์ Bondi Jelly
ติดตามได้ที่ :
https://www.youtube.com/c/BewVaraporn