การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิดผ่านการสร้าง New Business Model อย่างต่อเนื่องของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้เราได้เห็นรูปแบบของร้านค้าปลีกต่างๆ ที่ถูกผลักดันออกมา
ไม่ว่าจะเป็นนายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) ร้านขายเครื่องสำอางและความงามมัลติแบรนด์ (Multi-brand) บาว คาเฟ่ (Bao Café) ร้านกาแฟสดใกล้บ้าน ร้านอูโนะ (UNO) ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ร้านเอ-โฮม (A-Home) โซนสำหรับคนรักบ้านกับคอนเซ็ปต์ “เรื่องบ้าน เรื่องง่าย” ร้านเพ็ทฮับ (PET HUB) ร้านขายอาหารและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร และบาว วอช (Bao Wash) มุมบริการซัก-อบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติ
โดยมีศูนย์การค้าแนวคอมมูนิตี้ มอลล์ อย่าง “ซีเจ มอร์” New Business Model ทำหน้าที่ในการเป็นหัวลากสำคัญพาร้านค้าปลีกในเครือเหล่านั้นเข้าไปหาผู้บริโภคถึงชุมชนทั่วประเทศ
การเกิดขึ้นของร้านค้าปลีกในเครือแต่ละแบรนด์ต่างเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เปรียบเสมือน “เรือธง” ของร้านค้าปลีกในเครือให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงเป็นตัวช่วยในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ที่เป็นค้าปลีกในชุมชนด้วยกัน
ที่น่าสนใจก็คือร้านค้าปลีกในเครือที่เกิดขึ้นนี้ ยังเกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากการสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ว่ามี Unmet Demand หรือความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่และยังไม่มีใครสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่มีอยู่นั้นได้อย่างเต็มที่นัก
เหมือนกับกรณีของการเปิดร้านบาวคาเฟ่ ร้านกาแฟในเครือที่ปัจจุบันสามารถเปิดร้านไปแล้วกว่า 960 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งในรูปแบบที่อยู่ในร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านที่เป็นสแตนด์อะโลนที่มีตัวเลขในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 50 สาขา

วีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด บอกกับเราว่า การเกิดขึ้นของร้านบาวคาเฟ่ มีที่มาจาก เรามองเห็นพื้นที่รอบข้างว่ามีร้านกาแฟข้างทางที่ขายได้ดี จึงน่าจะเป็นโอกาสทางการตลาดที่ดีในการนำร้านกาแฟเข้าไปเปิด
“ร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นร้านค้าปลีกชุมชนในรูปแบบของซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ การมีร้านกาแฟเข้าไปเติมเต็มทำให้สามารถช่วยสร้างความแตกต่างจากร้านค้าปลีกอื่นๆ ได้ ประกอบกับร้านกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยรุ่นใหม่ไปแล้ว การมีร้านบาวคาเฟ่จึงเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญในการรุกตลาดของเรา”
แน่นอนว่า นอกจากการช่วยเติมเต็มและสร้างให้ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ตมีความแตกต่างจากร้านค้าปลีกอื่นๆ แล้ว ยังอาจจะกล่าวได้ว่า ร้านบาวคาเฟ่เป็นตัวช่วยสร้างกำไรให้กับซีเจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า มาร์จิ้นของการทำร้านกาแฟมีตัวเลขมากถึง 50% เลยที่เดียว
ไม่เพียงแค่การเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับธุรกิจร้านค้าปลีกในเครือเท่านั้น บาวคาเฟ่ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางขายสินค้าในเครือของคาราบาว กรุ๊ป ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยบางสาขาอย่างสาขาสีลม ไม่เพียงแค่จำหน่ายกาแฟ และเครื่องดื่มชงสด เช่น ชา, โกโก้, เครื่องดื่มโซดา และเบเกอรี่เท่านั้น
แต่ยังมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย โดยจับมือกับ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” (Tawandang German Brewery) ยกแท็บเบียร์สดมาให้บริการที่ร้าน มีแก้วให้เลือก 3 ขนาด เริ่มตั้งแต่แก้วละ 300 มล. ราคา 90 บาท, ขนาด 400 มล. ราคา 100 บาท และขนาด 500 มล. ราคา 120 บาท และยังมีเมนูกับแกล้ม

นอกจากเบียร์สดแล้ว ในร้านบาวคาเฟ่ สาขาสีลมยังจำหน่าย “เหล้าปั่น” 3 เมนูคือ ยายสำอางค์, ทะเลใจ และรั้วทะเล และยังมีตู้แช่ “โซจู” ภายใต้แบรนด์ “แทยัง” ผลิตโดยบริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของคุณเสถียร เพื่อจับเทรนด์ “Korean Wave” หรือ “K-Wave” คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีที่ขยายไปทั่วโลก รวมทั้งในไทย โดยเปิดจำหน่ายตามเงื่อนไขของกฎหมายที่มีการกำหนดเวลาขายในช่วงเย็นและค่ำ
ทำให้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับร้านได้ตลอดทั้งวัน โดยลูกค้าจะแวะมาดื่มเบียร์ก่อนกลับบ้านสัก 1 แก้วโดยเฉลี่ย เพื่อผ่อนคลายหลังจากทำงานเคร่งเครียดมาทั้งวัน ไม่เพียงทำให้เพิ่มยอด Traffic ลูกค้าหมุนเวียนตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าถึงค่ำเท่านั้น
แต่ยังช่วยเพิ่มการใช้จ่ายต่อบิลให้มีมากขึ้น จากเดิมที่ราคาขายของกาแฟเฉลี่ยต่อแก้ว 35 – 45 บาท เมื่อมีการสั่งเบียร์สด ทำให้การใช้จ่ายต่อบิลมีเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยมีร้านบาวคาเฟ่ที่เปิดขายเบียร์สดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ 7 สาขา
ส่วนแผนการขยายสาขาของบาวคาเฟ่นั้น มีการวางตัวเลขการขยายสาขาไว้ที่ปีละประมาณ 250 สาขา ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับการขยายสาขาของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยการขยายสาขาส่วนใหญ่จะเป็นการขยายสาขาควบคู่ไปกับการเปิดสาขาของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต
เป็นอีกการรุกตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....