ตลาดกาแฟบ้านเรามีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟที่ดื่มในบ้าน 33,000 ล้านบาท และตลาดร้านกาแฟ 27,000 ล้านบาทต่อปี
ในส่วนหลังนี้ ถือเป็นอีกสีสันของตลาดกาแฟ ที่วันนี้ ไม่เพียงแค่แบรนด์ปั๊มน้ำมัน เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการรุกขยายสาขาร้านกาแฟของตัวเอง เพื่อก้าวสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถสร้างมาร์จิ้นได้มากกว่าธุรกิจเดิม
เช่นเดียวกับ การนำร้านกาแฟ เข้ามาเป็น 1 ในแม่เหล็กสำคัญในการดึงลูกค้าเข้าร้านของบรรดาร้านคอนวีเนียนสโตร์ในบ้านเรา ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ก็เพราะ ร้านกาแฟในร้านคอนวีเนียนสโตร์ ถือเป็นตัวช่วยเติมเต็มความครบวงจรในแง่ของการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ยังเป็นแม่เหล็กสำคัญในการถูกใช้ดึงคนเข้ามาช้อปในร้าน
หากจะมองมาที่จุดเริ่มต้น น่าจะอยู่ที่ราวปี 2557 ที่ร้านกาแฟอย่าง All Café ถูกเปิดในร้าน 7 – Eleven ด้วยจุดเดนของการเป็นกาแฟสดในราคาที่จับต้องได้ โดยมีเมนูเริ่มต้นที่ 25 – 45 บาท ทำให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเติมเต็มในการเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนไทยหันมาดื่มกาแฟสดนอกบ้านมากขึ้น
การขยับตัวครั้งล่าสุดของซีพีออล์ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย โดยมีการเพิ่มแบรนด์ All select ที่เน้นขายกาแฟคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ โดยแตกต่างจากร้าน All Café เดิม ตรงที่ จะเน้นเมล็ดกาแฟคั่วกลาง “All Select” ถูกส่งเข้ามาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการกาแฟคุณภาพในราคาขายที่สูงกว่าแบรนด์ เดิมคือ All Café เล็กน้อย ในราคาเริ่มต้นที่ 65 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับกลุ่มร้านกาแฟของแบรนด์ปั๊มน้ำมัน
All Select ที่ถูกส่งออกมาทำตลาดนี้จะมีจุดขายในเรื่องของการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพ โดยเฉพาะกับการนำ เมล็ดกาแฟ “คั่วกลาง” จากโคลอมเบียเข้ามาเป็นจุดขายหนึ่ง ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย อาทิ เมนูอเมริกาโนเย็น ซึ่งเป็นเมนู ยอดนิยมของคอกาแฟที่เป็นคนรุ่นใหม่

ขณะที่ร้านโลตัส โก เฟรช ในเครือซีพีเช่นกันก็มีแบรนด์ร้านกาแฟอย่าง จังเกิ้ล คาเฟ่ เป็นตัวชูโรง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ถูกปั้นขึ้นมาเพื่อเติมเต็มการรุกตลาดของโลตัส โกเฟรช โดยเฉพาะ
ส่วนบิ๊กซี มินิ มีร้านกาแฟ วาวี ที่คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าไปซื้อแบรนด์นี้มาตั้งแต่ปี 2561 และใช้เป็นแบรนด์ที่รุกตลาดควบคู่ไปกับการขยายสาขาของบิ๊กซี
เช่นเดียวกับท็อปส์ เดลี่ ของเซ็นทรัล รีเทล ก็มีแบรนด์ร้านกาแฟญี่ปุ่นอย่าง อาริกาโตะ เช่นเดียวกับร้าน LAWSON 108 ที่กลุ่มสหพัฒน์ร่วมทุนกับลอว์สันจากญี่ปปุ่นก็ทำตลาดร้านกาแฟในคอนวีเนียนสโตร์ภายใต้แบรนด์ Lawson Café
ส่วนกรณีศึกษาที่นำเสนอในวันนี้ จะเป็นการรุกตลาดของบาว คาเฟ่ จาก ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งบ่าว คาเฟ่ ถูกใช้เป็น อีกจิ๊กซอว์สำคัญที่ถูกต่อเข้ามา เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับการรุกตลาดค้าปลีกของผู้เล่นรายนี้ โดยเฉพาะในมุมของการเป็นตัวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่การใช้บริการร้านคาเฟ่ เป็น 1 ในเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต จะใช้รูปแบบการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิดผ่านการสร้าง New Business Model อย่างต่อเนื่องของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้เราได้เห็นรูปแบบของร้านค้าปลีกต่างๆ ที่ถูกผลักดันออกมา
ไม่ว่าจะเป็น นายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) ร้านขายเครื่องสำอาง และความงามมัลติแบรนด์ (Multi-brand) บาว คาเฟ่ (Bao Café) ร้านกาแฟสดใกล้บ้าน ร้านอูโนะ (UNO) ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ร้านเอ-โฮม (A-Home) โซนสำหรับคนรัก บ้านกับคอนเซ็ปต์ “เรื่องบ้าน เรื่องง่าย” ร้านเพ็ทฮับ (PET HUB) ร้านขายอาหารและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร และบาว วอช (Bao Wash) มุมบริการซัก-อบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติ
โดยมีศูนย์การค้าแนวคอมมูนิตี้ มอลล์ อย่าง “ซีเจ มอร์” New Business Model ทำหน้าที่ในการเป็นหัวลากสำคัญพาร้านค้าปลีกในเครือเหล่านั้นเข้าไปหาผู้บริโภคถึงชุมชนทั่วประเทศ
การเกิดขึ้นของร้านค้าปลีกในเครือแต่ละแบรนด์ต่างเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เปรียบเสมือน “เรือธง” ของร้านค้าปลีกในเครือให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงเป็นตัวช่วยในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ ที่เป็นค้าปลีกในชุมชนด้วยกัน

ที่น่าสนใจก็คือ ร้านค้าปลีกในเครือที่เกิดขึ้นนี้ ยังเกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดจากการสังเกตุพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ว่ามี Unmet Demand หรือความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่และยังไม่มีใครสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่มีอยู่นั้นได้อย่างเต็มที่นัก
เหมือนกับกรณีของการเปิดร้านบาวคาเฟ่ ร้านกาแฟในเครือที่ปัจจุบันสามารถเปิดร้าน กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งในรูปแบบที่อยู่ในร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านที่เป็นสแตนอะโลน
เมื่อมองเข้ามาที่การทำตลาดแล้ว จะพบว่า ร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต วางตัวเองให้เป็นร้านค้าปลีกชุมชนในรูปแบบของซูเปอร์คอนวีเนียนสโตร์ การมีร้านกาแฟเข้าไปเติมเต็มให้ยังสามารถช่วยสร้างความแตกต่างจากร้านค้าปลีกอื่นๆได้ ประกอบกับร้านกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยรุ่นใหม่ไปแล้ว การมีร้านบาวคาเฟ่ จึงเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญในการรุกตลาด
แน่นอนว่า นอกจากการช่วยเติมเต็มและสร้างให้ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต มีความแตกต่างจากร้านค้าปลีกอื่นๆ แล้ว ยังอาจจะกล่าวได้ว่า ร้านบาวคาเฟ่ เป็นตัวช่วยสร้างกำไรให้กับซีเจ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า มาร์จิ้นของการทำร้านกาแฟมีตัวเลขมากถึง 50% เลยที่เดียว
ไม่เพียงแค่การเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับธุรกิจร้านค้าปลีกในเครือเท่านั้น บาวคาเฟ่ ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางขายสินค้าในเครือของคาราบาว กรุ๊ป ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยบางสาขาอย่างสาขาสีลม ไม่เพียงแค่จำหน่ายกาแฟ และเครื่องดื่มชงสด เช่น ชา, โกโก้, เครื่องดื่มโซดา และเบเกอรี่เท่านั้น
แต่ยังมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย โดยจับมือกับ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” (Tawandang German Brewery) ยกแท็ปเบียร์สดมาให้บริการที่ร้าน มีให้เลือกแก้ว 3 ขนาด เริ่มตั้งแต่แก้วละ 300 มล. ราคา 90 บาท, ขนาด 400 มล. ราคา 100 บาท และขนาด 500 มล. ราคา 120 บาท

นอกจากเบียร์สดแล้ว ในร้านบาวคาเฟ่ สาขาสีลมยังจำหน่าย “เหล้าปั่น” 3 เมนูคือ ยายสำอางค์, ทะเลใจ และรั้วทะเล และยังมีตู้แช่ “โซจู” ภายใต้แบรนด์ “แทยัง” ผลิตโดยบริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของคุณเสถียร เพื่อจับเทรนด์ “Korean Wave” หรือ “K-Wave” คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีที่ขยายไปทั่วโลก รวมทั้งในไทย โดยเปิดจำหน่ายตามเงื่อนไขของกฏหมายที่มีการกำหนดเวลาขายในช่วงเย็น และค่ำ
ทำให้ไม่เพียงจะช่วยเพิ่ม Occasion ให้การมาร้าน มาได้ทุกช่วงเวลา โดยลูกค้าที่แวะเข้ามาในช่วงเลิกงาน ส่วนใหญ่จะดื่มเบียร์ก่อนกลับบ้าน 1 แก้วโดยเฉลี่ย เพื่อผ่อนคลายหลังจากทำงานเคร่งเครียดมาทั้งวัน ทำให้เพิ่มยอด Traffic ลูกค้าหมุนเวียนตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้า ถึงค่ำ
การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังช่วยเพิ่มการใช้จ่ายต่อบิลให้มีมากขึ้น จากเดิมที่ราคาขายของกาแฟเฉลี่ยต่อแก้ว 35 – 45 บาท เมื่อมีการสั่งเบียร์สด ทำให้การใช้จ่ายต่อบิลมีเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยมีร้านบาวคาเฟ่ที่เปิดขายเบียร์สดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ 7 สาขา
ส่วนแผนการขยายสาขาของบาวคาเฟ่นั้น มีการวางตัวเลขการขยายสาขาไว้ที่ปีละประมาณ 250 สาขา ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับการขยายสาขาของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยการขยายสาขาส่วนใหญ่จะเป็นการขยายสาขาควบคู่ไปกับการเปิดสาขาของซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต
นอกจากเรื่องของการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญก็คือ การพัฒนาเมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการใช้เครื่องมืออย่างโปรโมชั่น โดยเฉพาะการทำแคมเปญ 1 แถม 1 ที่เป็นไฮไลต์สำคัญในการทำตลาดที่มีออกมาให้เห็นในแต่ละเดือน
ถือเป็นอีกการเพิ่มโอกาสในการขาย ที่แน่นอนว่า ย่อมส่งผลต่อการสร้างสโตร์ ลอยัลตี้ ให้กับร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ลูกค้าในชุมชน จะเข้ามาใช้บริการในความถี่ที่เพิ่มมากขึ้นทางอ้อมนั่นเอง...