ปี 2011 โออิชิ เปิดตัว "โออิชิ ชาคูลล์ซ่า" ชาพร้อมดื่มอัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง ที ในรูปแบบกระป๋องครั้งแรก ซึ่งจุดมุ่ง หมายของการเปิดตัวชาเขียวในเซ็กเม้นต์นี้ที่โออิชิถือเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาบุกเบิกตลาดก็คือการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นที่ต้องการความแปลกใหม่ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การเติมเต็มให้แบรนด์โออิชิสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตั้งแต่พรีทีนไปจนถึงกลุ่มผู้ใหญ่
ล่าสุด ยอดขายโออิชิ ชาคูลล์ซ่า เติบโต เชิงมูลค่าสูงถึง 21% (ข้อมูลจากบริษัท เดอะ นีลเส็น ไอคิว คอมปะนี ประเทศไทย จำกัด เดือนสิงหาคม 2565 – กรกฎาคม 2566) โดยมีฐานคนดื่มเพิ่มมากขึ้น จากการเติบโตทั้งจำนวนผู้ทดลองดื่มใหม่และมีการซื้อซ้ำต่อเนื่อง
ขณะที่ชาเขียวในเซ็กเม้นต์ปาร์คกลิ้ง ที เองก็ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของเดอะ นีลเส็น ไอคิว คอมปะนี ประเทศไทย จำกัด (ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2565 -กรกฎาคม 2566) ตลาดชาพร้อมดื่มมีมูลค่า 15,386 ล้านบาท สปาร์คกลิ้ง ที เองมีสัดส่วนอยู่ในตลาดชาเขียวประมาณ 6 – 7% ซึ่งถือเป็นเซ็กเม้นต์ที่มีการเติบโตที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นตัวที่เข้ามาช่วยขยายฐานการดื่มไปยังกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี
ทำไมชาคูลล์ ซ่า ถึงเติบโตได้ค่อนข้างดี เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเติบโตของเครื่องดื่มแนวสปาร์คกลิ้งแบบแคนที่มีการเติบโตค่อนข้างดีมาตลอดในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้

ส่วนอีกเหตผลที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการทำตลาดของโออิชิ ที่ชาคูลล์ซ่าเป็นหนึ่งในแผนของการขยายฐานการดื่มชาเขียวของตัวเอง ส่วนหนึ่งของแผนจะอยู่ที่การขยายฐานการดื่มไปยังกลุ่มคนดื่มใหม่ๆ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตลาดยังไม่เคยมีใครนำเสนอมาก่อน
ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของการขยายช่องทางขายใหม่ๆ ซึ่งชาคูลล์ซ่าเองมีการขยายช่องทางเข้าไปขายในโรงเรียน ซึ่งถือเป็นจังหวะค่อนข้างดีที่สินค้าในกลุ่มน้ำอัดลมถูกห้ามขายในโรงเรียน
ชาคูลล์ซ่าจึงเข้าไปทดแทนได้แบบลงตัว
เพราะหากมองย้อนไปเมื่อครั้งออกสินค้าตัวนี้ใหม่ๆ แล้วจะพบว่า การวางสินค้าตัวนี้ถือเป็นอีกความพยายามในการใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อเข้าไปร่วมแชร์ตลาดเครื่องดื่มประภทคาร์บอเนต ซอฟต์ดริงค์ หรือเครื่องดื่มอัดก๊าซที่มีน้ำอัดลมเป็นตลาดใหญ่สุดมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท
เรียกได้ว่า เป็นการแยกส่วนที่สามารถกินได้ทั้งตลาดชาและน้ำอัดลม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้มีมากขึ้น มากกว่าแค่การเล่นอยู่ในตลาดชาเขียวเพียงอย่างเดียว โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของแคนหรือกระป๋องขนาด 320 มล. ราคา 15 บาท โดยนำเสนอรสชาติยอดนิยมของโออิชิอย่างฮันนี่ เลม่อน และองุ่น เคียวโฮ ซึ่งเป็นรสชาติที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้นยังสร้างคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนผ่านการสื่อสาร ที่รวมถึงตัวแพ็กเกจจิ้งที่สะท้อนภาพของการเป็นเครื่อง ดื่มที่ตอบโจทย์วัยซ่า ซึ่งจุดเด่นอย่างหนึ่งของเครื่องดื่มอัดก๊าซ หรือคาร์บอเนต ซอฟต์ดริงค์ก็คือการช่วยเพิ่มความสดชื่น ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มวัยรุ่นที่ค่อนข้างแอ็กทีฟได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือการออกมาท้าทายผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดน้ำอัดลมอย่างโค้กและเป๊ปซี่ ของบรรดาแบรนด์เครื่องดื่มต่างๆ ที่พยายามเข้ามาสร้างเซ็กเม้นต์ซ้อนเป็นเครื่องดื่มอัดก๊าซ หรือคาร์บอเนต ซอฟต์ดริงค์ โดยอาศัยกระแสในเรื่องของการใส่ใจสุขภาพเข้ามาเป็นตัวนำ ตามมาด้วยความแปลกใหม่ของสินค้าที่ส่วนหนึ่งยังไม่มีใครเคยเข้ามาเปิดตลาด หรือแม้จะเคยมีอยู่ก่อนหน้าแล้วแต่ก็ไม่มีการทำตลาดออกมามากนัก
แน่นอนว่า การเข้ามาในรูปแบบดังกล่าวนี้ หากสามารถแชร์ตลาดน้ำอัดลมมาครองได้แค่ 10% นั่นก็หมายถึงการมียอดขายถึงกว่า 5,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

ล่าสุด โออิชิ มีการส่งแคมเปญใหม่ “โออิชิ ชาคูลล์ซ่า ชาเขียว ซ่ามีดีย์” ที่จะทำผ่าน 4 กลยุทธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ การทดลองดื่ม และผลักดันการเติบโต ไล่ตั้งแต่
1.เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และเชื่อมต่อคนทุกเจน ดึงศิลปินไอดอลขวัญใจวัยทีน ฮาย - เซน วง Paper Planes เป็น พรีเซ็นเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความซ่ามีดีในด้านต่างๆ สะท้อนถึงจุดเด่นของโออิชิ ชาคูลล์ซ่า ที่ผสมผสานทั้งประโยชน์ของชาเขียวที่ดีต่อสุขภาพ และความซ่าสดชื่นอย่างลงตัว
2.เปิดแคมเปญและภาพยนตร์โฆษณาใหม่ผ่านกลยุทธ์ Music Marketing โดยนำเพลงฮิตในตำนาน “แรงโน้มถ่วง” มาเรียบเรียงใหม่ในเวอร์ชั่นชาคูลล์ซ่า ซ่ามีดีย์ โดย ฮาย-เซน แห่งวง Paper Planes ภายใต้แนวคิด “ไม่ว่าแรงโน้มถ่วงใดๆ ก็ไม่สามารถหยุดความซ่ามีดีย์” ถ่ายทอดแอดติจูดความซ่า ด้วยการแทร็คซาวด์จากกระป๋องและเสียงซ่าของเครื่องดื่มโออิชิ ชาคูลล์ซ่า สะท้อนความมีดีของวัยรุ่นยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
3.อัพเลเวลฉลากบรรจุภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ ปรับโฉมคาแร็กเตอร์ลายการ์ตูนมังงะบนกระป๋องในเวอร์ชั่น Music Inspiration พร้อมลายเส้นใหม่ที่เท่ ทันสมัย สไตล์ญี่ปุ่น ปรับภาพลักษณ์ให้โดนใจวัยรุ่นในผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รสชาติ ได้แก่ รส ฮันนี่ เลมอน และรสองุ่น เคียวโฮ
4.สร้างการรับรู้และประสบการณ์ร่วมผ่านกิจกรรม 360 องศา ที่เน้นสื่อออนไลน์และเชื่อมต่อประสบการณ์ไปยังกิจกรรมออนกราวด์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยการจัดทัพศิลปิน Hip-hop และ T-Pop ลงพื้นที่ โชว์ความซ่ามีดีกับมินิคอนเสิร์ต ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 เป็นต้นไป
โออิชิในฐานะผู้นำอันดับหนึ่ง มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 46.2% นอกจากจะสร้างการเติบโตในแง่ยอดขายให้กับแบรนด์ตัวเองแล้ว อีกบทบาทที่ต้องทำคู่กันไปก็คือ การทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับตลาดชาพร้อมดื่มเพื่อให้ยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
การผลักดันให้โออิชิ ชาคูลล์ซ่าสามารถขยายฐานเข้าหาคนดื่มรุ่นใหม่ๆ จึงเป็นบทบาทสำคัญของโออิชิ....