ภาพรวมของประเทศนับตั้งแต่เดือนมกราคม ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วเกือบ 10 ล้านคนและสร้างรายได้รวมแล้วกว่า 391 ล้านบาท ด้วยแรงสนับสนุนจากการเปิดประเทศจีน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทยทั้งปีราว 27.5 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 21.5 ล้านคน
แบรด ไฮนส์ รองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค บริษัท SiteMinder เผยว่ารายงานฉบับล่าสุดนี้ ช่วยชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงการเป็นตัวแปรสำคัญของผู้ให้บริการที่พัก “ตรงกันข้ามกับปีที่ผ่านๆ มา เราเห็นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงแผนการใช้จ่ายแม้จะมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูง”
รายงาน
Changing Traveller Report 2023 ของ SiteMinder เป็นข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกว่า 10,000 คน จากทั้งในประเทศไทยและอีก 11 ประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นพฤติกรรมหลักๆ ได้ 4 ประเภท โดยแบ่งจากพฤติกรรมแผนการท่องเที่ยว และแรงจูงใจ ที่จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวโลกในอนาคตอันใกล้นี้
กลุ่มที่ 1 The enduring explorer นักเดินทางที่จริงจังกับการท่องเที่ยว ค่าครองชีพไม่ใช่เรื่องสำคัญ จากผลการสำรวจ คนไทย 89% และคนทั่วโลก 91% ตั้งใจจะท่องเที่ยวอย่างน้อยในปริมาณเท่าเดิม (หรือมากกว่านั้น) ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปีนี้ผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้นเพิ่มมากขึ้นถึงสองเท่า โดยเฉพาะคนไทยตั้งใจท่องเที่ยวเฉพาะต่างประเทศเท่านั้นมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้นการขึ้นราคาจะส่งผลต่อการเลือกที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 85% บอกว่าได้รับผลกระทบซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่จีน 68% ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากทั่วโลก
กลุ่มที่ 2 The digital dependent นักท่องเที่ยวที่พึ่งพาเทคโนโลยี และอุปกรณ์การสื่อสาร ชอบที่จะดูเทคโนดลยีใหม่ๆ มีอุปกรณ์เทคโนโลยีติดตัวอยู่เสมอ
รายงานของ SiteMinder เผยถึงเทคโนโลยีที่มีการใช้ในหมู่ของนักท่องเที่ยว ได้แก่
- AI นักท่องเที่ยวทั่วโลกมากกว่าครึ่ง และสองในสามของมิลเลนเนียล มีแนวโน้มหรือมีโอกาสมาก ที่จะใช้ AI ในการแนะนำสถานที่พัก โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยมีโอกาสใช้ AI เพื่อแนะนำสถานที่พักมากขึ้นอีก โดยมีแนวโน้มถึง 86%
- โซเชียลมีเดีย 70% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึง 9 ใน 10 ของ Gen Z บอกว่าโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเสาะหาที่พักของพวกเขา ในประเทศไทย โซเชียลมีเดีย ยิ่งมีอิทธิพลสูงมากยิ่งขึ้น โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 25% ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยดำรงตำแหน่งอยู่ในอันดับสอง รองจากนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเท่านั้น เมื่อวัดจากอิทธิพลของโซเชียลมีเดียต่อการเสาะหาที่พัก
- เว็บไซต์จองที่พัก แม้นักท่องเที่ยวถึง 4 ใน 5 เลือกที่จะทำการจองที่พักผ่านทางออนไลน์ แต่ 3ใน 5 บอกว่าพวกเขาจะไม่ดำเนินการจองที่พักต่อ หากพบเจอการใช้งานที่ไม่ลื่นไหล โดย ขั้นตอนที่ยุ่งยาก รวมถึงเว็บไซต์ที่ดูไม่ปลอดภัย นับเป็นสองเรื่องสำคัญอันดับแรกที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึง
ดังนั้นคำแนะนำสำหรับที่พักหรือโรงแรมจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดกระบวนการจอง ทำให้ง่ายขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า
คุณแบรด ไฮนส์ กล่าว “นักเดินทางชาวไทยในปัจจุบัน ยังคงชื่นชอบการท่องเที่ยว มีการพึ่งพาเทคโนโลยี และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งพวกเขาก็ตั้งใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ตราบเท่าที่จะท่องเที่ยวได้ และจากผลสำรวจ ทำให้เรารู้ว่า พวกเขามองว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังไม่ได้มีการปรับใช้เทคโนโลยีเท่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นสัญญาณสำคัญให้ผู้ให้บริการที่พักต่างๆ หันมาลงทุนด้านเทคโนโลยีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อความต้องการและความคาดหวังของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน”
กลุ่มที่ 3 The memory maker นักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ แม้ว่าจำนวนผู้ที่วางแผนทำงานจากที่พักจะลดลงปีต่อปี แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีแนวโน้มที่จะทำงานในการเดินทางครั้งถัดไปสูงเป็นอันดับที่สองรองจากอินเดีย
สำหรับวางแผนว่าจะใช้เวลาอยู่ในที่พักนานเท่าไหร่ในการเดินทางครั้งถัดไป ด้วยเหตุนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงวางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในที่พัก นักท่องเที่ยวเกือบ 4 ใน 5 จะใช้เวลาส่วนใหญ่หรือใช้เวลามากพอสมควรอยู่ในที่พัก ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 26%
กลุ่มที่ 4 The conscious collaborator นักท่องเที่ยวที่พร้อมให้ความร่วมมือกับผู้ให้บริการที่ัพักและชุมชนกลุ่มนี้จะเป็นพันธมิตรและเปิดกว้างกับที่พักและชุมชน เมื่อจองที่พัก รีวิวจากผู้เข้าพักถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของเว็บไซต์สถานที่พัก ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยให้น้ำหนักกับรีวิวจากผู้เข้าพักก่อนหน้าเป็นอย่างมาก มีเพียงนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีเท่านั้นที่เห็นว่ารีวิวมีความสำคัญมากกว่าเมื่อจองผ่านเว็บไซต์ของที่พัก
เมื่อถามถึงเรื่องช่องทางการติดต่อจากผู้ให้บริการที่พักผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากอีเมลยืนยัน นักท่องเที่ยวชาวไทยยินดีรับการสื่อสารจากผู้ให้บริการที่พักผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากอีเมลการจองมากเป็นอันดับรองจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย
สรุป สิ่งสำคัญที่ได้รู้เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวไทย กลุ่ม 1 นักสำรวจผู้ไม่หวั่นเกรงมองว่า 50% วางแผนจะท่องเที่ยวเฉพาะต่างประเทศเท่านั้นในอีก 12 เดือนข้างหน้าซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 7%
กลุ่ม 2 ผู้พึ่งพาเทคโนโลยี เชี่ยวชาญเทคโนโลยี พึ่งพาเชียลมีเดียอย่างมาก เปิดใจต่อการใช้ Al เพื่อรับคำแนะนำและมีแนวโน้มที่จะออกจากประสบการณ์การจองที่ไม่น่าพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย
กลุ่ม 3 นักสร้างความทรงจำ 57%จะทำงานระหว่างการเดินทางครั้งถัดไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะใช้เวลาอยู่ในที่พักมากกว่าค่าเฉลี่ยและจะหาแรงบันดาลใจและความบันเทิงจากสถานที่พักเป็นหลัก
กลุ่ม 4 ผู้ร่วมมือที่ใคร่ครวญ ยินดีอย่างมากที่จะสื่อสารโต้ตอบดังนั้นนักท่องเที่ยว กับผู้ให้บริการที่พักและพึ่งพารีวิวจากชุมชนนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก