BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
17,925
VIEWS

เปิด 3 ยุทธศาสตร์กลุ่มเซ็นทรัล ดันยอดขายสู่ 400,000 ล้าน

มี.ค. 08, 2561 R.Somboon

เป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ ถูกวางไว้น่าสนใจไม่น้อย เพราะต้องการมีตัวเลขการเติบโตของรายได้ที่ 14% หรือมีตัวเลขยอดขายรวม 397,308 ล้านบาท

การบรรลุเป้าหมายในการเติบโตของยอดขายในปีนี้นั้น กลุ่มเซ็นทรัลยังคงยึด 3 ยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินธุรกิจที่ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ

1.มุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกไลฟ์สไตล์ – บริการ (Lifestyle & Service Retailing)

2.การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

3.เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร และการควบรวมกิจการ

ทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ เป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้ยอดขายของกลุ่มเซ็นทรัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมาด้วยตัวเลขเฉลี่ยถึง 11%

ความน่าสนใจของการรุกตลาดในปีนี้นั้น น่าจะอยู่ที่การทรานส์ฟอร์มองค์กร ไปสู่การเป็น “นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี่” เพื่อครองตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัล – ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกลงรายละเอียดในการปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากการร่วมทุนกว่า 17,500 ล้านบาท กับกลุ่ม JD.com ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน ตั้ง เจดี เซ็นทรัล สร้างมาร์เก็ตเพลส แห่งใหม่ในชื่อ JD.co.th เพื่อเป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2 ของปีนี้

ทศ จิราธิวัฒน์ กล่าวว่า เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามา Disrupt เซ็นทรัล แต่เข้ามาเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจให้กับเซ็นทรัล ด้วยแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยู่กับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี การทรานส์ฟอร์มไปสู่นิวเซ็นทรัลในครั้งนี้ จะเป็นการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของกลุ่มเซ็นทรัล

“การทำค้าปลีกต่อจากนี้ไป ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวสินค้า แต่อยู่ที่แพลตฟอร์มที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลอยู่ในโพซิชั่นที่ค่อนข้างยูนีค ที่มีทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้มันมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง”

ในความหมายที่สื่อออกมาจากปากของแม่ทัพใหญ่อย่างทศ ก็คือ หัวใจสำคัญในการที่จะเข้ามาช่วยให้กลุ่มเซ็นทรัลบรรลุเป้าหมายที่วางไว้จะอยู่ที่เรื่องของแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของดิจิทัล แพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Physical Platform อย่างศูนย์การค้า หรือโมเดลร้านค้าปลีกในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 แพลตฟอร์มกลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อเดินไปสู่การเป็น Omni Channel ที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเป็น Multi Format Multi Platform ที่ทำในเรื่องของออนไลน์โดยมีออฟไลน์เข้ามาซัพพอร์ต

ส่วนดิจิทัล - ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม จะถูกพัฒนาในทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนในสามมิติสำคัญ คือ

1.ข้อมูล (Data) จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด (Data Lake) จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไว้บนระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึก (Single view of Customer) และสามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนพิเศษ

2. ลอยัลตี้ และการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล (Loyalty & Personalized Experience) ผ่านทางแพลตฟอร์มใหม่ของเดอะวัน (The 1) จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับลูกค้า และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น 3. ออมนิชาแนล แพลตฟอร์ม (Omni Channel Platform) พัฒนาให้ทุกธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่การเป็นออมนิชาแนล แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์การช้อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์ และออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา

ไม่เพียงเท่านั้น การร่วมทุนกับ JD.com ยังทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม Ecosystem ในธุรกิจออนไลน์ของกลุ่มเซ็นทรัลให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดย 2 ธุรกิจใหม่ที่จะเกิดตามมา คือ

1.E – Logistics ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านลอจิสติกส์รายใหญ่ของประเทศ พร้อมบริการออนดีมานด์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

2.E- Finance ที่กลุ่มเซ็นทรัลจะมุ่งหน้าเป็นบริษัทฟินเทคเต็มตัว ให้บริการด้านการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งอีเพย์เม้นต์ และอีไฟแนนเชียล สำหรับทั้งลูกค้า และซัพพลายเออร์คู่ค้า

Physical Platform

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ

ความสำเร็จของกลุ่มเซ็นทรัลในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการมีธุรกิจที่ครอบคลุมค้าปลีกแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการมีค้าปลีกในหลากหลายเซ็กเม้นต์ ทั้งห้างสรรพสินค้า รีเทลฟู้ดสโตร์ ร้านค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้าน ร้านค้าปลีกที่เกี่ยวกับกีฬา ร้านอุปกรณ์เครื่องเขียน และหนังสือ รวมถึงค้าปลีกออนไลน์ ธุรกิจบริหารและการตลาดสินค้าแฟชั่น และกลุ่มธุรกิจอาหาร โดยมีธุรกิจในเครือที่ทำเกี่ยวกับศูนย์การค้า ทั้งซีพีเอ็น โรบินสัน และท็อปส์ ทำหน้าที่เป็นหัวลากธุรกิจในเครือออกไปยังจังหวัดต่างๆ 

ในปี 2560 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลมีจำนวนร้านค้าปลีกในเครือรวม 4,970 แห่ง ครอบคลุม 38 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในปี 2565 กลุ่มเซ็นทรัลจะมีร้านค้าปลีกในเครือเพิ่มขึ้นเป็น 7,509 แห่ง ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ ทิศทางการเติบโตของธุรกิจกำลังมุ่งไปที่การออกไปเติบโตในต่างจังหวัด ซึ่งมีโอกาสทางการตลาดมหาศาลเปิดรออยู่ ทำให้สัดส่วนของยอดขายในกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดจะเปลี่ยนแปลงไป จากเมื่อ 5 ปีก่อน ที่สัดส่วนยอดขายระหว่างกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 80:20 เปลี่ยนเป็น 54:46 ในปัจจุบัน และจะเปลี่ยนเป็น 40:60 ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ส่วนในต่างประเทศนั้น กลุ่มเซ็นทรัลมีธุรกิจค้าปลีกอยู่ 5 กลุ่มในประเทศเวียดนาม คือ

 1.ธุรกิจศูนย์การค้า 31 แห่งภายใต้ชื่อบิ๊กซี

2.ธุรกิจฟู้ด รีเทล 59 แห่งภายใต้ชื่อบิ๊กซี และลานชีมาร์ท

3.ธุรกิจแฟชั่น 49 แห่ง ในชื่อ โรบินส์ เดลาลา ซูเปอร์สปอร์ต และมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์

4.ธุรกิจฮาร์ดไลน์ 78 แห่ง ภายใต้ชื่อเหงียนคิม และบีทูเอส

5.ธุรกิจออนไลน์ 3 แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ NguyenKim.vn Robins.vn และ B2S.com.vn

ภายใน 5 ปีข้างหน้าคือปี 2565 กลุ่มเซ็นทรัล จะมีร้านค้าปลีกทั้งหมดกว่า 753 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่ขาย 2,500,000 ตร.ม.ใน 57 จังหวัดทั่วประเทศเวียดนาม จากปัจจุบันที่มีอยู่ 217 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 700,000 ตร.ม.ใน 37 จังหวัด

ส่วนในยุโรป ช่วง 5 ปีที่ผ่านา มีอัตราการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 24% มาจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ คือ รีนาเซนเต ประเทศอิตาลี อิลลุม เดนมาร์ค และห้างสรรพสินค้าในกลุ่มคาเดเว ในประเทศเยอรมนี

สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การรุกตลาดในประเทศ กลุ่มเซ็นทรัลมีความลงตัวด้วยโมเดลของศูนย์การค้า 3 รูปแบบ

1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า และเซ็นทรัล เฟสติวัล ที่บริหารโดยซีพีเอ็น ทำหน้าที่ในการขยายสาขาเข้าไปในจังหวัดใหญ่

2.ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ถูกวางให้เป็นศูนย์การค้าขนาดกลางที่รุกเข้าไปในหัวเมืองรอง รวมถึงอำเภอขนาดใหญ่ของจังหวัดหลัก

3.ท็อปส์ พลาซ่า ศูนย์การค้าไซส์เล็กที่ใช้ในการรุกเข้าไปในจังหวัดขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงกำลังซื้อในจังหวัดขนาดเล็กที่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่สามารถขยายสาขาเข้าไปเปิดได้

ตามแผนงานที่วางไว้ กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนที่จะเปิดท็อปส์ พลาซ่า จังหวัดพะเยา ในไตรมาส 1 ของปีนี้ ตามด้วยการปรับโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ในไตรมาสที่ 2 ส่วนไตรมาส 3 จะเปิดโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อมตะ ชลบุรี ท็อปส์ พลาซ่า สิงห์บุรี เซ็นทรัล ภูเก็ตแห่งที่ 2 และเซ็นทารา เวสต์เบย์ เรสซิเดนซ์ และสวีท โดฮา ประเทศกาตาร์

ขณะที่ไตรมาส 4 จะเปิดท็อปส์ พลาซ่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ห้างสรรพสินค้าเซน ป่าตอง ภูเก็ต โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อมตะ ชลบุรี และศูนย์การค้าไอซิตี้ ประเทศมาเลเชีย ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในต่างประเทศของซีพีเอ็น

ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้เงินลงทุน 47,500 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 27.8% จากปี 2560) ซึ่งจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้กลุ่มเซ็นทรัลบรรลุเป้าหมายการทำยอดขายเกือบ 4 แสนล้านบาท พร้อมๆ กับการทรานส์ฟอร์มองค์กรไปสู่ New Central อย่างเต็มรูปแบบ.....

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

เปิดกลยุทธ์ "Retail Transformation” ที่ใช้พลิกโฉม เดอะมอลล์ รามคำแหง จาก Transaction-based สู่ Community-driven เต็มรูปแบบ

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

“Retail Media” เทรนด์ใหญ่มาแรง เมื่อค้าปลีกพลิกโฉม จาก "ชั้นวางสินค้า" สู่ "สื่อโฆษณาที่ทรงพลัง"

เมื่อ Sukishi หนี Price War ร้านอาหาร พร้อมรุกตลาด Retail ในฐานะ Korean Flavor Solution Partner

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเครื่อง Retailtainment เต็มรูปแบบ ผสาน Entertainment Marketing กับ Fandom Economy พลิกโฉมศูนย์การค้าสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact